



จำช่วงที่นาฬิกาหน้าปัดสีโทนสว่างสดใสอย่างสีฟ้าทิฟฟานี่ หรือสีเขียวโอลีฟ เคยถูกปั่นราคาขึ้นไปจนสุดกู่เมื่อ 2-3 ปีก่อนกันได้ไหมคะ? ตอนนั้นใครมีหน้าปัดสีแปลกๆ ไว้ในครอบครองเหมือนมีตั๋วทองคำอยู่ในมือเลยทีเดียว แต่พอเวลาผ่านมาถึงตอนนี้ ตลาดเริ่มส่งสัญญาณบางอย่างที่น่าสนใจว่า นักสะสมอาจจะกำลังโหยหาความคลาสสิกกลับคืนมาค่ะ
หากเรากางตัวเลขดูภาพรวมตลาดตอนนี้ จะเห็นเลยว่าส่วนต่างราคาของหน้าปัดสีสันเริ่มมีช่องว่างที่แคบลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับหน้าปัดสีขาวหรือดำแบบดั้งเดิมที่หลายคนเคยมองข้าม
ในทางกลับกัน นักสะสมหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการมักจะโฟกัสไปที่สีสันสะดุดตา จนลืมคำนวณต้นทุนแฝงและความเสี่ยงเมื่อตลาดเกิดการพักฐาน ทำให้ตอนนี้หลายคนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าในการจ่ายเงินแพงกว่าเพื่อซื้อสีสัน (27 กุมภาพันธ์ 2025) [1]
ราคาของรุ่นนี้แกว่งตัวลงเพราะความต้องการของตลาดมือสองเริ่มอิ่มตัวกับดีไซน์กิมมิค และหันไปหานาฬิกาที่ใส่ได้ทุกวันมากขึ้นค่ะ
รุ่นนี้เปิดตัวมาในปี 2023 ด้วยความฮือฮาขั้นสุด แต่พอเช็กข้อมูลจาก WatchCharts ล่าสุด ราคาตลาดรองของขนาด 41 มม. จากที่เคยพุ่งไปถึงราว 850,000 บาท ปัจจุบันค่อยๆ ปรับฐานลงมาอยู่ที่ประมาณ 480,000 บาท ถือเป็นการย่อตัวที่ทำให้นักลงทุนหลายคนเหงื่อตกเลยทีเดียว
ถึงแม้ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีในซีรีส์ตระกูล OP จะมีการเติบโตเป็นบวกราว 15% แต่ตัวหน้าปัดลูกโป่งนี้ถือเป็นเคสพิเศษที่ราคาดีดตัวแรงและลงแรงเช่นกัน เวลาใส่จริงบนข้อมือมันดูสนุกและเด่นมากก็จริง แต่นักลงทุนหลายคนเริ่มรู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่ตัวจบที่หยิบมาใส่ทำงานหรือประชุมสำคัญได้ทุกวัน
แน่นอนว่ายังคงเป็นแชมป์ในแง่ของความหายากและมูลค่าที่สูงลิ่ว แต่มาร์จิ้นการทำกำไรสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งมาซื้อตอนนี้เริ่มแคบลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
ย้อนกลับไปตอนงานประมูลของ Antiquorum ในปี 2021 รุ่นนี้เคยสร้างสถิติราคาประมูลทะลุ 15 ล้านบาท เรียกว่าเป็นจุดพีคของการดันราคานาฬิกาในยุคนั้นเลยทีเดียว ใครที่มีเก็บไว้ถือว่ากำไรมหาศาล
แต่สถิติปัจจุบันจาก Chrono24 ชี้ให้เห็นว่าราคาเริ่มทรงตัวอยู่ที่ราว 10-12 ล้านบาท หากเทียบกับหน้าปัดสีน้ำเงินดั้งเดิม ส่วนต่างราคามันไม่ได้ทิ้งห่างกันแบบก้าวกระโดดเหมือนเมื่อก่อน แถมข้อควรระวังคือการดูแลรักษาหน้าปัดสีโทนนี้ หากเกิดรอยขีดข่วนหรือความชื้นเข้า จะมีค่าใช้จ่ายในการบูรณะที่สูงมาก (19 สิงหาคม 2025) [2]
ก่อนจะตัดสินใจจ่ายเงินก้อนโต เราต้องประเมินหลายๆ ปัจจัยเพื่อไม่ให้เจ็บตัวในระยะยาวค่ะ ยิ่งเป็นหน้าปัดสียอดฮิตยิ่งต้องดูให้ละเอียด
ข้อเสียที่หลายคนไม่ค่อยพูดถึงคือ ความยากในการจับคู่หน้าปัดสีสดใสให้เข้ากับการแต่งตัวในชีวิตประจำวันค่ะ
บางครั้งนาฬิกาที่ดูโดดเด่นในตู้โชว์ กลับกลายเป็นไอเทมที่หยิบมาใส่ยากเวลาต้องไปออกงานที่เป็นทางการ นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักสะสมสายใช้งานจริงเริ่มเทใจกลับไปหาหน้าปัดสีคลาสสิกกันมากขึ้น

ไม่ใช่ว่าหน้าปัดสีสันจะตายไปจากตลาดนะคะ แต่ความสนใจกำลังถูกเบนเข็มไปยังโทนสีที่มีความลุ่มลึก ใส่ได้นานกว่า และไม่ต้องคอยวิ่งตามกระแสแฟชั่นตลอดเวลา
ตัวอย่างเช่น พวกสีเอิร์ธโทน สีแชมเปญ หรือสีอุ่นๆ ที่ใส่แล้วดูภูมิฐานแต่ไม่น่าเบื่อ โทนสีเหล่านี้กำลังถูกกว้านซื้อเก็บเงียบๆ จากกลุ่มนักสะสมตัวจริงที่มองเห็นมูลค่าระยะยาว
ใช่ค่ะ หน้าปัดสีเทอร์ราคอตตาถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพทางราคาดีกว่าหน้าปัดสีฉูดฉาดแบบพาสเทลในระยะยาว
ข้อมูลจาก Bloomberg ในช่วงไตรมาสล่าสุดระบุว่า หน้าปัดสีอิฐหรือสีเทอร์ราคอตตาของฝั่ง Omega มีการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป ราคาตลาดรองเฉลี่ยอยู่ที่ราว 210,000 บาท ซึ่งยังสามารถยืนเหนือราคาป้ายได้อย่างแข็งแกร่ง
เมื่อดูอัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีของคอลเลกชันนี้ จะเห็นตัวเลขบวกอยู่ที่ราว 8% ซึ่งแม้จะไม่หวือหวาแบบก้าวกระโดด แต่ก็มีสภาพคล่องสูง ประสบการณ์ตอนขึ้นข้อมือคือมันให้ความรู้สึกภูมิฐานแฝงความสปอร์ตได้อย่างลงตัว และเข้ากับการแต่งตัวได้ง่ายกว่ามาก (22 สิงหาคม 2025) [3]
ไม่จำเป็นต้องเลี่ยงทั้งหมดค่ะ แต่ต้องเลือกซื้อด้วยความระมัดระวังมากขึ้น และเน้นไปที่รุ่นที่มีจำนวนผลิตน้อยหรือมีประวัติศาสตร์ของแบรนด์รองรับเท่านั้น
ตลาดตอนนี้แค่กำลังคัดกรองของจริง ออกจากกระแสการปั่นราคาชั่วคราว สิ่งที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนในเทรนด์นาฬิกา 2026 คือการกลับมาให้คุณค่ากับความคลาสสิกที่สามารถยืนระยะส่งต่อเป็นมรดกได้
ในปี 2026 นักสะสมตัวจริงเริ่มหันมาเทใจให้นาฬิกาหน้าปัดสีส้มอมชมพู หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่าสีแซลมอนค่ะ เพราะให้ความรู้สึกหรูหราแบบคลาสสิก ใส่แล้วดูแพงและมีระดับกว่าสีสดใสทั่วไป
แบรนด์ระดับท็อปหลายเจ้าเลือกผลิตสีนี้ออกมาเฉพาะในรุ่นพิเศษ หรือมีจำนวนจำกัดมากๆ ทำให้ของขาดตลาดอย่างรวดเร็ว ใครที่ได้สิทธิ์ซื้อจากช็อปในราคาป้าย ถือว่ากอดกำไรไว้ในมือตั้งแต่ยังไม่เดินออกจากร้านเลยค่ะ
สถิติล่าสุดจากแพลตฟอร์มซื้อขายนาฬิกาทั่วโลกพบว่า หน้าปัดสีส้มอมชมพูมีมูลค่าเติบโตเฉลี่ย 12-18% ภายในเวลาแค่ปีเดียว ซึ่งสวนทางกับสีพาสเทลฉูดฉาดที่ราคาเริ่มพักฐานลงมาอย่างเห็นได้ชัด
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือรุ่นคลาสสิกของแบรนด์สวิสเก่าแก่บางรุ่น แค่หน้าปัดเป็นสีนี้ก็สามารถทำราคาขายต่อในตลาดรองได้แพงกว่าหน้าปัดสีขาวหรือดำถึง 25-30% ถือเป็นตัวเลขที่นักลงทุนสายเก็บยาวชื่นชอบมากค่ะ
หากคุณชอบแต่งตัวแนวเรียบหรูแต่แอบมีดีเทล หน้าปัดสีส้มอมชมพูคือคำตอบที่ใช่เลยค่ะ เพราะจับคู่กับเสื้อผ้าได้ง่ายกว่าที่หลายคนคิด และยังดูสุภาพเมื่อต้องใส่ไปคุยธุรกิจ
สรุปสั้นๆ คือ นาฬิกาหน้าปัดสียังคงมีพื้นที่ยืนในตู้เซฟของนักสะสมเสมอ แต่ยุคของการหลับตาซื้อสีอะไรก็กำไรพุ่งปรี๊ดได้จบลงไปแล้วค่ะ ตอนนี้นักลงทุนต้องประเมินส่วนต่างราคาให้แม่นยำขึ้น เลือกสีที่มีสตอรี่มีความหมายกับแบรนด์จริงๆ และหันกลับมาให้ความสำคัญกับหน้าปัดสีพื้นฐานที่ทำราคาได้มั่นคงในระยะยาวด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว การลงทุนในนาฬิกาก็เหมือนการเลือกงานศิลปะสักชิ้นมาประดับตัวค่ะ ตัวเลขสถิติและผลกำไรคือสิ่งที่ทำให้เราสบายใจเมื่อคิดจะขาย แต่อย่าลืมเลือกนาฬิกาที่พอใส่ขึ้นข้อมือแล้วทำให้คุณรู้สึกภูมิใจและมีความสุขที่จะมองมันได้ทุกวันนะคะ เพราะนั่นคือความหมายที่แท้จริงของการเป็นนักสะสมค่ะ

