



กติกาวอลเลย์บอล เป็นหลักสำคัญที่กำหนดรูปแบบการแข่งขัน ตั้งแต่ขนาดสนาม จำนวนผู้เล่น การหมุนตำแหน่ง การนับคะแนน ไปจนถึงการสัมผัสบอลและการทำผิดกติกา การทำความเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เล่นและผู้ชมเข้าใจจังหวะการแข่งขันได้ชัดเจนมากขึ้น
กติกาวอลเลย์บอลกำหนดรูปแบบการแข่งขันผ่านจำนวนผู้เล่น การจัดตำแหน่ง การเสิร์ฟ และการเล่นบอล โดยในสนามมี 2 ทีม ทีมละ 6 คน แบ่งเป็นแดนหน้า 3 ตำแหน่ง และแดนหลัง 3 ตำแหน่ง โดยวอลเลย์บอลเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1895 ก่อนมีการพัฒนากติกาเพื่อใช้ในการแข่งขันระดับชาติต่อมาในปี ค.ศ. 1928 (29 มิถุนายน 2026) [1]
การเล่นและการทำคะแนน: ผู้เล่นแต่ละทีมสามารถสัมผัสบอลได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ก่อนส่งข้ามตาข่าย และผู้เล่นทีมรับเสิร์ฟไม่สามารถบล็อกหรือตบลูกเสิร์ฟโดยตรง หากบอลตกพื้นหรือเกิดความผิดพลาด ฝ่ายที่ไม่ได้ทำผิดจะได้คะแนนและเป็นผู้เสิร์ฟในจังหวะต่อไป
การหมุนตำแหน่งและเปลี่ยนแดน: เมื่อทีมที่เสิร์ฟเสียคะแนน ฝ่ายตรงข้ามจะได้สิทธิ์เสิร์ฟและต้องหมุนตำแหน่งตามเข็มนาฬิกาในลำดับ 2>1>6>5>4>3>2 ส่วนการแข่งขันจะเปลี่ยนแดนเมื่อจบแต่ละเซ็ต และหากเข้าสู่ เซ็ตที่ 5 จะเปลี่ยนแดนเมื่อทีมใดทีมหนึ่งทำได้ 8 คะแนน
สนามวอลเลย์บอลในร่มมาตรฐานมีขนาด 18 × 9 เมตร และมีเขตรอบสนามอย่างน้อย 3 เมตรในทุกด้าน ส่วนพื้นที่ว่างเหนือสนามต้องสูงอย่างน้อย 7 เมตร โดยรายละเอียดเกี่ยวกับ ขนาดสนามวอลเลย์บอล และพื้นที่โดยรอบจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดสำหรับการแข่งขันแต่ละระดับ
การแข่งขันวอลเลย์บอลในร่มใช้ผู้เล่น 6 คนต่อทีมในสนาม โดยผู้เล่นต้องรักษาลำดับตำแหน่งตามการจัดตัวในแต่ละเซต และเมื่อทีมรับชนะการเล่นจนได้สิทธิ์เสิร์ฟ ผู้เล่นจะหมุนตำแหน่งตามเข็มนาฬิกา การหมุนตำแหน่งนี้ช่วยให้ผู้เล่นแต่ละคนเปลี่ยนพื้นที่รับผิดชอบตามลำดับที่กำหนดไว้ในกติกา
การเริ่มเล่นของวอลเลย์บอลจะเริ่มจากการเสิร์ฟเพื่อส่งบอลข้ามตาข่ายไปยังแดนของฝ่ายตรงข้าม โดยทีมที่ได้สิทธิ์เสิร์ฟต้องปฏิบัติตามลำดับตำแหน่งที่กำหนดไว้ เมื่อทีมรับเป็นฝ่ายชนะการเล่นและได้สิทธิ์เสิร์ฟ ผู้เล่นทั้ง 6 คนจะต้องหมุนตำแหน่งตามเข็มนาฬิกาก่อนเริ่มการเล่นครั้งต่อไป เพื่อให้การจัดตำแหน่งเป็นไปตามกติกา

กติกาวอลเลย์บอลกำหนดรูปแบบการแข่งขันผ่านการนับคะแนนและจำนวนเซต โดยการแข่งขันทั่วไปเล่นได้สูงสุด 5 เซต เซตปกติใช้ 25 คะแนน และทีมที่ชนะครบ 3 เซต ก่อนจะเป็นฝ่ายชนะการแข่งขัน จึงไม่จำเป็นต้องเล่นเซตที่เหลือเมื่อได้ชัยชนะครบตามกำหนด (3 สิงหาคม 2025) [2]
หากคะแนนในเซตปกติเสมอกันที่ 24-24 จะต้องเล่นต่อจนกว่าทีมหนึ่งจะมีคะแนนนำ 2 คะแนน ส่วนเซตที่ 5 ใช้ 15 คะแนน และหากเสมอกันก็ต้องทำคะแนนห่างกัน 2 แต้ม เช่นเดียวกัน ทำให้เซตตัดสินมีรูปแบบการนับคะแนนแตกต่างจากเซตทั่วไป
สำหรับการแข่งขันระดับลีกหรือทัวร์นาเมนต์ การจัดอันดับอาจคิดจากผลการแข่งขันแต่ละแมตช์ เช่น ชนะ 3-0 หรือ 3-1 ได้ 3 คะแนน และชนะ 3-2 ได้ 2 คะแนน ขณะที่แพ้ 2-3 ได้ 1 คะแนน ส่วนการแพ้ 0-3 หรือ 1-3 จะไม่ได้คะแนนจากแมตช์นั้น
การเล่นลูกวอลเลย์บอลแต่ละทีมสามารถสัมผัสบอลได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ก่อนส่งข้ามตาข่าย โดยใช้มือ แขน หรือส่วนอื่นของร่างกายได้ แต่ห้ามจับหรือโยนบอล และผู้เล่นคนเดิมไม่ควรสัมผัสบอลติดต่อกัน 2 ครั้งตามเงื่อนไขของกติกา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ได้แก่ การจับหรือโยนบอล การสัมผัสเน็ตขณะบอลอยู่ในการเล่น การข้ามเส้นกลางสนาม และการเสิร์ฟผิดเงื่อนไข รวมถึงการบล็อกลูกเสิร์ฟ ซึ่งการทำฟาวล์จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับ 1 คะแนน ตามระบบ Rally Point
ผู้เล่นยังต้องปฏิบัติตามกติกาเรื่องตำแหน่งและบทบาท โดยมีผู้เล่นในสนามทีมละ 6 คน และต้องหมุนตำแหน่งเมื่อได้สิทธิ์เสิร์ฟ ขณะที่ลิเบโรมีข้อจำกัดเรื่องการเสิร์ฟและบล็อกตามข้อมูลกติกาที่ระบุไว้ และการแข่งขันทั่วไปกำหนดสูงสุด 5 เซต (สืบค้นเมื่อ 24 กันยายน 2026) [3]
ฟาวล์วอลเลย์บอล เกิดขึ้นได้จากหลายกรณี เช่น การเล่นบอลไม่ถูกต้อง การสัมผัสเน็ต การข้ามเส้นกลางสนาม การเสิร์ฟผิดกติกา รวมถึงการหมุนตำแหน่งไม่ถูกต้อง โดยเมื่อเกิดฟาวล์ ฝ่ายตรงข้ามจะได้รับ 1 คะแนนทันทีตามระบบการนับคะแนนของการแข่งขัน
นอกจากนี้ ในบางการแข่งขันยังมีการใช้ ชาเลนจ์วอลเลย์บอล เพื่อให้ทีมสามารถขอให้ผู้ตัดสินตรวจสอบจังหวะที่มีข้อสงสัยจากภาพวิดีโอ โดยรายละเอียดและจำนวนครั้งที่สามารถขอชาเลนจ์จะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของรายการแข่งขัน
จึงสรุปได้ว่า กติกาวอลเลย์บอลกำหนดรายละเอียดสำคัญของการแข่งขัน ตั้งแต่สนาม จำนวนผู้เล่น การหมุนตำแหน่ง ไปจนถึงการนับคะแนนและการเล่นลูก เพื่อให้การแข่งขันดำเนินไปในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งการเข้าใจกติกาเหล่านี้ช่วยให้ผู้เล่นปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ถูกต้อง ขณะที่ผู้ชมสามารถติดตามจังหวะการเล่น การได้คะแนน และการทำผิดกติกาได้อย่างเข้าใจมากขึ้น
กติกาวอลเลย์บอลช่วยกำหนดทั้งรูปแบบการเล่น การนับคะแนน ตำแหน่งผู้เล่น และข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน การทำความเข้าใจกติกาเหล่านี้จึงช่วยให้ติดตามการแข่งขันและเข้าใจจังหวะต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้น แล้วคุณคิดว่าส่วนไหนของกติกาวอลเลย์บอลที่ควรทำความเข้าใจมากที่สุด ระหว่างการนับคะแนน การหมุนตำแหน่ง หรือการทำฟาวล์?

