



การมองหา Seiko ที่ควรมีในคอลเลคชั่น ถือเป็นก้าวแรกที่ชาญฉลาดในการสร้างพอร์ตนาฬิกาที่แข็งแกร่ง เพราะแบรนด์จากญี่ปุ่นรายนี้มอบทั้งคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสภาพคล่องในตลาดรองที่สูงลิ่ว โดยเฉพาะรุ่นระดับตำนานที่มีดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี แล้วรุ่นไหนกันแน่ที่ตอบโจทย์ทั้งความหลงใหลและผลตอบแทนในอนาคต?
ถ้าพูดถึงการสะสมนาฬิกาสไตล์ญี่ปุ่น เสน่ห์ของมันคือความประณีตและเรื่องราวเบื้องหลังที่แฝงอยู่ในทุกรายละเอียด การเลือกโมเดลที่ใช่ไม่ได้อิงแค่ความชอบส่วนตัว แต่ต้องดูแนวโน้มจากฐานข้อมูลของ Chrono24 และ WatchCharts ประกอบด้วย
ตัวอย่างเช่น การเติบโตของมูลค่าในกลุ่มสปอร์ตวินเทจที่มีกราฟพุ่งขึ้นอย่างน่าสนใจในช่วงห้าปีที่ผ่านมา แล้วไอเทมระดับตำนานเรือนไหนบ้างที่นักสะสมทั่วโลกต่างแย่งชิงกัน? (4 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
รหัส Reference SKX007 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของนาฬิกาดำน้ำที่ทนทานและคุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยกลไก Caliber 7S26 และการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทำให้มันครองใจนักดำน้ำและคนรักนาฬิกาทั่วโลกมานานกว่าสองทศวรรษ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของความหายาก แต่เป็นเพราะความต้องการครอบครองชิ้นส่วนสำคัญของหน้าประวัติศาสตร์ แล้วนาฬิกาดำน้ำรุ่นบุกเบิกตัวจริงล่ะ จะมีมูลค่าสูงแค่ไหนในสายตานักลงทุน?
หลังจากที่ประกาศเลิกผลิตอย่างเป็นทางการในปี 2019 ราคาในตลาดรองก็เริ่มปรับตัวสูงขึ้นทันที ข้อมูลจาก WatchCharts ระบุว่าสภาพ Full Set ในปัจจุบันมีราคาพุ่งขึ้นกว่าสองเท่าจากราคาป้ายเดิม
ในทางกลับกัน ความต้องการในตลาดไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เพราะนักสะสมหน้าใหม่มักจะใช้โมเดลนี้เป็นประตูบานแรกสู่โลกแห่งการสะสม แล้วถ้าเราขยับไปดูรุ่นที่ลึกกว่านั้นล่ะ มีโมเดลไหนที่น่าสนใจอีก?
ถ้าย้อนกลับไปในปี 1965 แบรนด์ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัว Reference 6217-8000 หรือที่รู้จักกันในวงการว่า 62MAS ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของญี่ปุ่น การผลิตมีจำนวนจำกัดและใช้วัสดุที่ล้ำสมัยมากในยุคนั้น ทำให้มันกลายเป็นจอกศักดิ์สิทธิ์ของนักสะสม
ในปี 2017 เมื่อแบรนด์นำดีไซน์นี้กลับมาทำใหม่ ยิ่งทำให้โมเดลออริจินัลปีลึกได้รับความสนใจอย่างมหาศาล สถิติจาก Phillips เคยมีการประมูลสภาพสมบูรณ์จบไปในราคาสูงลิ่ว แล้วจุดสังเกตสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยอมจ่ายหนักคืออะไร?
ในขณะที่วงการกำลังจับตามองกลุ่ม Seiko รุ่นวินเทจที่ราคาขึ้น โมเดลนี้ก็มักจะถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ เสมอ สำหรับคนที่กำลังตามหาในตลาดวินเทจ นี่คือจุดสังเกตสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่า:

อีกหนึ่งซีรีส์ที่ขาดไม่ได้ในพอร์ตเลยคือ Alpinist นาฬิกาที่ออกแบบมาเพื่อนักปีนเขาตั้งแต่ปี 1959 มันโดดเด่นเรื่องความอึดถึกทน กันน้ำลึกและมีหน้าปัดเข็มทิศในตัว เป็นสไตล์ Field Watch ที่ใส่ลุยเข้าป่าหรือใส่ไปทำงานในออฟฟิศก็ดูดีเข้ากันไปหมด
พอมาถึงช่วงปี 2026 ตลาดกำลังฮิตนาฬิกาที่ไซส์เล็กลงและดูมีกลิ่นอายวินเทจ ทำให้ Alpinist กลายเป็นเป้าหมายหลักของนักลงทุนหน้าใหม่ที่อยากได้ของดีราคาจับต้องได้ แถมยังมีเรื่องราวสตอรี่แน่นๆ ให้เอาไปคุยต่อในวงการคนเล่นนาฬิกาได้สบายๆ (21 กุมภาพันธ์ 2024) [2]
ถ้าระบุเจาะจงลงไป รหัส SARB017 คือตัวท็อประดับตำนานที่คนหากันพลิกแผ่นดิน จุดขายคือหน้าปัดสีเขียวซันเบิร์สต์เหนี่ยวทรัพย์ ตัดกับเข็มสีทองที่ดูแพงเกินราคา มาพร้อมกระจกแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน และใช้กลไกอัตโนมัติรหัส 6R15 ที่เดินสับๆ ไว้ใจได้เสมอ
จุดเปลี่ยนสำคัญคือตอนที่แบรนด์ประกาศเลิกผลิต รุ่นนี้ไปเมื่อปี 2018 ทำให้ของมือหนึ่งในตลาดหมดเกลี้ยงภายในพริบตา คนที่เก็บไว้ก็ไม่อยากปล่อยขาย ทำให้สภาพสวยๆ กลายเป็นแรร์ไอเทมที่ต้องเปิดแจ้งเตือนรอแย่งกันซื้อในตลาดรองกันเลยทีเดียว
จากฐานข้อมูลสถิติของ WatchCharts อัปเดตล่าสุดปี 2026 เราเห็นชัดเลยว่าตอนเปิดตัวราคาป้ายจะอยู่แค่หมื่นต้นๆ แต่ปัจจุบันสภาพของครบกล่องใบ (Full Set) สวยๆ ราคาพุ่งไปแตะเกือบสามหมื่นบาทแล้ว คิดเป็นตัวเลขกำไรเกิน 100% ในเวลาแค่ไม่กี่ปี
เคสนี้เป็นกรณีศึกษาที่สอนให้เรารู้ว่า ถ้ารู้จักจับจังหวะซื้อรุ่นฮิตที่กำลังจะถูกถอดออกจากสายการผลิต โอกาสทำกำไรก้อนโตก็อยู่แค่เอื้อม นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมคนถึงชอบตามเก็บและเก็งกำไรในตลาดนาฬิกาของแบรนด์นี้กันนัก
เนื่องจากความฮิตทำให้มีของปลอมหรือของยำอะไหล่ระบาดหนักในตลาดรอง นี่คือจุดเช็กง่ายๆ ที่คนเล่นนาฬิกาเขาใช้ดูกันเวลาจะสอย SARB017 เข้าคอลเลคชั่น
ตลาดนักสะสมระดับไฮเอนด์กำลังให้ความสนใจกับงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลการวิเคราะห์จาก Bloomberg ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับความประณีตระดับงานศิลปะ
เทรนด์นี้สอดคล้องกับ การลงทุนนาฬิกา Seiko 2026 ที่เน้นไปที่เทคโนโลยีล้ำสมัยผสมผสานกับสุนทรียศาสตร์แบบดั้งเดิม แล้วรุ่นไหนที่สะท้อนภาพลักษณ์นี้ได้ดีที่สุด? (26 กุมภาพัน์ 2025) [3]
เมื่อพูดถึง Reference SBGA211 หรือ Grand Seiko Snowflake ที่เปิดตัวในปี 2010 สิ่งที่สะกดสายตาทุกคนคือเทกเจอร์หน้าปัดที่จำลองลวดลายของหิมะที่ตกลงมาบริเวณสตูดิโอในเมือง Shiojiri ผนวกกับตัวเรือนทำจาก High-intensity Titanium ที่เบาและทนทานกว่าสแตนเลสสตีลทั่วไป
นอกจากความสวยงามแล้ว หัวใจสำคัญคือเทคโนโลยีกลไก Spring Drive Caliber 9R65 ที่ผสานระบบกลไกกับระบบควอตซ์เข้าด้วยกัน ทำให้เข็มวินาทีเดินเรียบเนียนที่สุดในโลก เป็นนวัตกรรมที่ไม่มีแบรนด์สวิสไหนทำได้
รายงานจาก Forbes เคยยกย่องให้นวัตกรรมนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ และหากเทียบความน่าสะสมในระยะยาว มันมีศักยภาพไม่แพ้ Rolex รุ่นอนาคตวินเทจ ที่นักสะสมระดับโลกตามหาเลยทีเดียว แล้วเมื่อถึงเวลาจัดพอร์ตจริงๆ เราควรเริ่มต้นอย่างไร?
การจัดพอร์ตที่แข็งแกร่งควรมีความหลากหลาย ทั้งสายสปอร์ตดำน้ำที่ซื้อง่ายขายคล่อง และสายเดรสหรูหราที่เก็บมูลค่าระยะยาว การมีทั้งโมเดลยอดฮิตและโมเดลชั้นสูง จะช่วยรักษาสมดุลของมูลค่ารวมได้เป็นอย่างดี
สถิติการประมูลจาก Sotheby’s ในช่วงสองปีหลังสุด แสดงให้เห็นชัดเจนว่านักสะสมรุ่นใหม่มักจะประมูลซื้อนาฬิกาแบรนด์ญี่ปุ่นควบคู่ไปกับแบรนด์สวิสเสมอ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มมิติให้กับคอลเลคชั่น
สรุปสั้นๆ คือ การเข้าใจตำแหน่งทางการตลาดของแต่ละโมเดล จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นเมื่อเจอจังหวะราคาที่เหมาะสม
ท้ายที่สุดแล้ว การเลือก Seiko ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรในตลาดรองเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการครอบครองนวัตกรรมอย่างกลไกไฮบริดและประวัติศาสตร์ใต้น้ำที่นับวันจะยิ่งหาตัวจับยาก การลงทุนในความประณีตระดับโลกที่มาพร้อมสภาพคล่องสูง คือเสน่ห์ที่ทำให้แบรนด์นี้เติบโตในใจนักสะสมอย่างยั่งยืน
การสะสมนาฬิกาก็เหมือนการเสพงานศิลปะ มูลค่าทางจิตใจมักจะมาก่อนมูลค่าตัวเลขเสมอ ลองเริ่มต้นจากการหาเรือนที่สวมใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ แล้วค่อยๆ ศึกษาประวัติศาสตร์และกลไกของมันอย่างลึกซึ้ง เมื่อถึงจุดหนึ่ง คุณจะเข้าใจเองว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของการเป็นนักสะสมคือการได้ส่งต่อเรื่องราวผ่านเวลาที่เดินไปบนข้อมือของคุณ

