



Seiko รุ่นวินเทจที่ราคาขึ้น แบบก้าวกระโดดช่วงนี้ เป็นเพราะสายเก็บทั่วโลกหันมาให้ค่ากับประวัติศาสตร์ และเครื่องเทพๆ ของฝั่งญี่ปุ่นกันมากขึ้นค่ะ ต่างจากเมื่อก่อนที่คนมองแต่สายสวิส ทำให้รุ่นบุกเบิกหลายตัวกลายเป็นของแรร์ที่หายากสุดๆ แล้วรุ่นไหนล่ะที่กำลังซุ่มทำราคาและเตรียมสร้างกำไรให้เราในเร็วๆ นี้?
การเติบโตของตลาดนาฬิกาวินเทจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝั่งยุโรปอีกต่อไป เพราะถ้าเรากางข้อมูลจากแพลตฟอร์มอย่าง Chrono24 หรือผลประมูลจาก Phillips จะเห็นชัดเจนว่ากราฟราคาของฝั่งญี่ปุ่นกำลังพุ่งทะยานขึ้นแบบเงียบๆ แต่มั่นคง
สิ่งที่ทำให้นาฬิกากลุ่มนี้มีเสน่ห์ คือเรื่องราวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยขีดข่วนและการใช้งานจริง โดยเฉพาะกลุ่ม Tool Watch หรือนาฬิกาดำน้ำยุคแรกเริ่ม ที่ผลิตออกมาเพื่อใช้งานหนัก ไม่ได้ทำมาเพื่อตั้งโชว์ในตู้เซฟ
ด้วยเหตุนี้ สภาพที่สมบูรณ์แบบหรือมาแบบ Full Set จึงแทบจะงมเข็มในมหาสมุทร ยิ่งของหายาก ความต้องการยิ่งสูงตามหลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐาน ลองมาเจาะลึกกันดีกว่าว่าโมเดลระดับเรือธงตัวไหนที่เซียนนาฬิกาต้องมีติดพอร์ตไว้บ้าง (1 สิงหาคม 2025) [1]
ถ้าพูดถึงตัวแม่สายดำน้ำ ต้องยกให้ Seiko 62MAS (รหัส 6217-8000/1) ปี 1965 เลยค่ะ รุ่นนี้คือรุ่นที่นักสะสมทั่วโลกต้องมี เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่ญี่ปุ่นทำนาฬิกามาฟัดกับสายสวิสได้แบบสมศักดิ์ศรี
แต่บอกเลยว่าหาของยากมากค่ะ โดยเฉพาะหน้าปัดสวยๆ พรายน้ำเดิมๆ ไม่เน่า ข้อมูลจาก WatchCharts ยันเลยว่าราคาพุ่งต่อเนื่องตลอด 5 ปี ยิ่งถ้าฝาหลังสลักรูปปลาโลมายังชัดๆ นะ ราคาพรีเมียมดีดไปไกลมาก
ที่แพงเพราะผลิตน้อยแถมส่วนใหญ่ใส่ลุยจนพังไปหมดแล้ว ตัวที่เหลือรอดมาเลยกลายเป็นของล้ำค่าสุดๆ แล้วนอกจาก 62MAS ยังมีรุ่นไหนอีกบ้างคะที่ดังระดับฮอลลีวูด?
อีกหนึ่งรุ่นที่สร้างปรากฏการณ์ระดับโลกคือ Seiko 6105 หรือที่คุ้นหูกันในชื่อ Captain Willard นาฬิกาเรือนนี้โด่งดังเป็นพลุแตกหลังจากไปปรากฏอยู่บนข้อมือของ Martin Sheen ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง Apocalypse Now ที่ฉายในปี 1979
เอกลักษณ์รุ่นนี้คือตัวเรือนทรงอสมมาตร และเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกาที่ตั้งใจทำมาเพื่อกันกระแทกโดยเฉพาะค่ะ ตัวนี้เกิดในช่วงปี 1968 ถึง 1977 แถมทหารอเมริกันยังใส่ไปลุยสงครามเวียดนามกันเพียบ ทำให้มันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่ขลังสุดๆ
ในแง่การลงทุน 6105 คือตัวเริ่มที่ดีมากสำหรับคนที่อยากเข้าสู่วงการ Seiko Vintage ที่นักสะสมทั่วโลกตามหา เพราะในตลาดรองยังพอหาของสภาพดีได้อยู่ แต่บอกก่อนนะคะว่าตอนนี้ราคาดีดแรงกว่าสิบปีก่อนหลายเท่าตัวเลยค่ะ
การเลือกซื้อนาฬิกาวินเทจอายุเกินครึ่งศตวรรษไม่ใช่เรื่องที่หลับตาจิ้มได้ เราต้องดูรายละเอียดหลายจุดเพื่อยืนยันความแท้ และประเมินราคาให้ออก เพราะบางครั้งอะไหล่ชิ้นเดียวที่ถูกเปลี่ยนมา ก็อาจทำให้ราคาตกไปเกินครึ่ง
ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่านักสะสมยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อกาลเวลา ไม่ใช่ซื้อนาฬิกาที่ถูกบิวท์มาใหม่จนใสปิ๊ง ดังนั้นจุดสังเกตเหล่านี้จึงสำคัญมากสำหรับคนที่กำลังเล็งโมเดลนี้อยู่
ความเจ๋งของวินเทจญี่ปุ่นคือ ความอึดระดับรถถังค่ะ อย่างเครื่อง Caliber 6105 นี่คือออโต้ที่เดินนิ่ง และเซอร์วิสง่ายมาก แม้จะผ่านศึกมาหนัก แค่เอามาล้างเครื่องหยอดน้ำมันนิดหน่อยก็กลับมาเดินเป๊ะเหมือนเดิม
ตัวเรือนเหล็กยุคนั้นถึงจะมีรอยบ้าง แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่เรียกว่า Patina ซึ่งสายเก็บเค้ายอมจ่ายแพงเพื่อแลกกับความขลังค่ะ ยิ่งถ้าไปส่องเทรนด์ การลงทุนนาฬิกา Seiko 2026 จะรู้เลยว่าสภาพแบบ Unpolished หรือเดิมๆ ไม่เคยโดนขัดเนี่ย ราคาในงานประมูลพุ่งปรี๊ดแน่นอน
สรุปคือจะดูว่าเรือนไหนทำกำไรได้ ไม่ได้ดูแค่สวยนะคะ แต่ต้องดูว่าดูแลรักษาง่ายและหาอะไหล่แท้ได้ยาวๆ ไหม ซึ่งแบรนด์นี้ตอบโจทย์คนอยากลงทุนแต่ไม่อยากปวดหัวกับค่าเซอร์วิสแพงค่ะ (1 กรกฎาคม 2025) [2]

ถ้ามองข้ามช็อตไปในอนาคต ตอนนี้ทิศทางลมเริ่มเปลี่ยนแล้วค่ะ นักลงทุนไม่ได้ทุ่มเงินไปที่สายสวิสอย่างเดียว แต่หันมามองแบรนด์ที่มี Heritage แน่นๆ และราคายังมีช่องว่างให้ไปต่อได้อีกเยอะ
ข้อมูลจากพวกกูรูใน Auction Market บอกชัดเลยว่า มือใหม่ที่เข้าวงการมักจะเริ่มเก็บตัวที่ราคาเป็นมิตรเพื่อปั้นพอร์ตก่อน ซึ่งนาฬิกาญี่ปุ่นรุ่นคลาสสิกคือตัวเลือกแรกๆ ที่ทุกคนนึกถึงเสมอค่ะ
ความท้าทายอย่างเดียวตอนนี้คือ ของสภาพกริ๊บๆ มันน้อยลงเรื่อยๆ สวนทางกับคนที่อยากได้เพิ่มขึ้นทุกวัน ทุกครั้งที่มีการทุบสถิติราคาในงานประมูลโลก มันจะส่งผลกระทบชิ่งมาถึงราคาในตลาดรองทันที แล้วสัญญาณแบบนี้มันบอกใบ้อะไรในมุมการลงทุนบ้างคะ?
ปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองคือสิ่งที่เรียกว่า Vintage Discovery หรือการที่นักสะสมรุ่นใหม่ไปขุดเอาประวัติศาสตร์ที่ถูกลืมกลับมาเล่าใหม่ผ่านโซเชียลมีเดีย พอมีอินฟลูเอนเซอร์ในวงการหยิบมาใส่ปุ๊บ ความต้องการก็พุ่งปรี๊ดจนกลไกตลาดทำงานทันที
ตัวอย่างเช่นช่วงปี 2021 ที่กระแสนาฬิกาสปอร์ตวินเทจบูมหนักมาก ส่งผลให้ราคาของตระกูลดำน้ำยุค 60s และ 70s ถีบตัวสูงขึ้นตามไปด้วย แม้แต่สื่อการเงินอย่าง Bloomberg ยังเคยนำเสนอเทรนด์การลงทุนใน Alternative Asset ที่น่าสนใจเหล่านี้
ในขณะที่บางคนอาจจะมองข้าม แต่สำหรับคนที่จับตาดูตลาดมาตลอด จะรู้เลยว่านี่คือจังหวะเก็บของเข้าพอร์ต ก่อนที่ราคาจะขยับไปอยู่ในจุดที่เข้าไม่ถึง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ Omega ที่ควรต้องลงทุน ในยุคก่อนหน้านี้ (4 มิถุนายน 2025) [3]
ท้ายที่สุดแล้ว มันสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในคุณภาพระดับโลก และเรื่องราวที่หาไม่ได้ในนาฬิกายุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 62MAS ที่เป็นจุดเริ่มต้น หรือ 6105 ที่ผ่านสมรภูมิรบจริง ล้วนเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่า แบรนด์จากแดนอาทิตย์อุทัยก็มีศักยภาพในการเติบโต ไม่แพ้แบรนด์ดังฝั่งยุโรปเลยแม้แต่น้อย
การเดินเข้าสู่วงการนี้นอกจากจะต้องใช้เงินทุนแล้ว ยังต้องใช้แพชชั่นในการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง เพราะสเน่ห์ของมันคือการได้ตามล่าหาจิ๊กซอว์ทางประวัติศาสตร์ที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ของโลก ลองเริ่มจากรุ่นที่คุณรู้สึกเชื่อมโยงกับสตอรี่ของมันดูก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าการลงทุนที่ได้ใส่ของสวยๆ ไว้บนข้อมือทุกวัน มันมีความสุขและคุ้มค่าแค่ไหนในระยะยาว

