



เวลาพลิกดูแคตตาล็อกงานประมูล คนส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่สปอร์ตโมเดลยอดฮิต สายตาของนักล่าของแรร์กลับจดจ่ออยู่กับ Rolex รุ่นลับนักสะสม ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมานานหลายสิบปี สำหรับปี 2026 ทิศทางของตลาดวินเทจ กำลังมอบรางวัลให้กับผู้ที่มองเห็นคุณค่าของ Reference นอกกระแส ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และมีจำนวนการผลิตที่น้อยจนน่าตกใจ
ในโลกของ Watch Collecting เมื่อพูดถึงแบรนด์มงกุฎ คนมักนึกถึง Submariner หรือ Daytona ทันที แต่สำหรับกลุ่ม Vintage Hunter ที่มีประสบการณ์ พวกเขารู้ดีว่า Information Gain หรือผลกำไรจากข้อมูลเชิงลึก มักจะซ่อนอยู่ในรุ่นที่เคยล้มเหลวทางยอดขายในอดีต หรือรุ่นที่ถูกมองข้ามเพราะความเรียบง่ายเกินไป
การจัดพอร์ต การลงทุนนาฬิกา 2026 ที่ชาญฉลาด จึงต้องอาศัยการขุดค้นประวัติศาสตร์ของ Reference ที่โลกเกือบจะลืมไปแล้ว
ในยุคที่นาฬิกาดำน้ำและนาฬิกานักบินกำลังเฟื่องฟู Milgauss ถือเป็นเด็กเนิร์ดที่ถูกลืมของแบรนด์ค่ะ Reference 1019 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1960 โดยออกแบบมาเพื่อนักวิทยาศาสตร์ในเซิร์น (CERN) ที่ต้องทำงานกับสนามแม่เหล็กแรงสูง ดีไซน์หน้าปัดที่ดูเรียบหรู เข็มวินาทีที่ไม่ใช่รูปสายฟ้าเหมือนรุ่นก่อนหน้า ทำให้มันทำยอดขายได้แย่มากในยุคนั้น
จนกระทั่งยุติการผลิตไปในปี 1988 ความตลกร้ายก็คือ ความล้มเหลวในอดีตทำให้ Production ของมันน้อยมากๆ จนกลายเป็นที่ต้องการอย่างบ้าคลั่งใน Collector Market ปัจจุบัน
อีกสอง Reference ที่สายวินเทจกำลังกว้านซื้ออย่างเงียบๆ คือ Oyster Perpetual 1018 และ Air-King 5500 สำหรับตัว 1018 นั้นมองเผินๆ เหมือน OP ทั่วไป แต่มันคือรุ่นที่ใช้ตัวเรือนขนาด 36mm และมีความกว้างหูสาย 20mm (สเปกเดียวกับ Explorer 1016) ซึ่งหายากกว่า OP 34mm ทั่วไปหลายเท่าตัว
ส่วน Air-King 5500 แม้จะผลิตต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ปี 1957 แต่ความลับของมันอยู่ที่หน้าปัดพิเศษ เช่น หน้าปัดที่ประทับโลโก้องค์กร (Corporate Dials) อย่าง Domino’s Pizza หรือ Pool Intairdril ซึ่งกลายเป็นชิ้นประวัติศาสตร์ที่นักสะสมตามล่า (17 มกราคม 2025) [1]
มาลงลึกกันที่สเปกค่ะ Milgauss 1019 ใช้วัสดุสเตนเลสสตีล มาพร้อมเกราะอ่อนป้องกันสนามแม่เหล็ก (Soft Iron Inner Case) จุดที่ชี้วัดมูลค่าสูงสุดคือหน้าปัด CERN Dial ที่ไม่มีสารเรืองแสงทริเทียม (เพื่อป้องกันการรบกวนอุปกรณ์วัดรังสี) ซึ่งมีจำนวนผลิตหลุดรอดมาน้อยมาก
ส่วน 1018 ผลิตในช่วงสั้นๆ ยุค 60s วัสดุสตีล และ 5500 ที่มีขนาด 34mm ขับเคลื่อนด้วย Caliber 1520 หรือ 1530 สิ่งสำคัญที่สุดในการประเมิน Investment Potential ของทั้งสามรุ่นนี้คือการหา Full Set ที่มีใบรับประกันตรงยุค (Punch Paper) เพราะในยุค 60s-80s น้อยคนนักที่จะเก็บกล่องใบไว้ ทำให้ Full Set มีมูลค่าพรีเมียมสูงกว่าตัวเปล่าถึง 30-40% (26 กันยายน 2024) [2]
ข้อมูลความเคลื่อนไหวจาก WatchCharts และ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่ราคานาฬิกาโมเดิร์นเริ่มปรับฐาน กราฟราคาของวินเทจสภาพแชมป์กลับพุ่งทะยานสวนทาง ในปีที่ผ่านมา เราเห็นสถิติจากงานประมูลของ Phillips Geneva ที่ Milgauss 1019 สภาพ New Old Stock สามารถปิดประมูลไปด้วยราคาทะลุเพดานประเมินไปไกลมาก
ส่วนบนแพลตฟอร์ม Chrono24 ราคาของ OP 1018 และ Air-King 5500 หน้าปัดพิเศษ ก็ค่อยๆ ขยับเพดานขึ้นอย่างเงียบๆ สะท้อนให้เห็นว่า Secondary Market กำลังดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนที่ต้องการหนีความผันผวนของตลาดกระแสหลัก (1 พฤษภาคม 2024) [3]

การจะเข้าใจการเติบโตของ Rolex รุ่นหายาก นอกกระแส เราต้องเข้าใจวิธีคิดของ Vintage Hunter ก่อนค่ะ เมื่อนักสะสมผ่านการครอบครองนาฬิกาตลาดนิยมมาจนอิ่มตัวแล้ว พวกเขาจะเริ่มโหยหาการพูดคุย นาฬิกาที่ไม่ต้องตะโกนบอกใครว่าราคาเท่าไหร่ แต่เมื่อถลกแขนเสื้อขึ้นมาแล้ว คนที่รู้ลึกด้วยกันเท่านั้นถึงจะเข้าใจความยิ่งใหญ่ของมัน
ประการแรกคือเรื่องของ Value Proposition ค่ะ ในราคาที่เท่ากับการซื้อสปอร์ตตัวท็อปมือสองยุคปัจจุบัน นักสะสมสามารถครอบครองหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถผลิตซ้ำได้แล้ว
ประการที่สองคือความเป็น Unique Piece นาฬิกายุคเก่ามีการใช้วัสดุหน้าปัดและพรายน้ำที่เกิดการเฟด (Patina) ไปตามกาลเวลา ทำให้ Milgauss 1019 หรือ 5500 แต่ละเรือนมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่เรือนเดียว นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ Collector Demand กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มนาฬิกาสภาพดั้งเดิม (18 ธันวาคม 2025) [4]
ปี 2026 ถือเป็นปีแห่งการคืนสู่สามัญของตลาด Luxury Watch Market ค่ะ นักเก็งกำไรระยะสั้น ที่เน้นทำกำไรข้ามคืนหายไปจากตลาด ส่งผลให้ราคาสะท้อนมูลค่าความเป็นจริงมากขึ้น สำหรับนักลงทุนสายยาว
นี่คือช่วงเวลาทองในการช้อนซื้อ Reference ที่กำลังสะสมพลัง เพราะนาฬิกากลุ่มนี้มีอัตราการเปลี่ยนมือต่ำ เมื่อเข้าไปอยู่ในเซฟของนักสะสมแล้ว มักจะไม่ออกมาสู่ตลาดอีกหลายสิบปี ส่งผลให้ซัพพลายในตลาดค่อยๆ หายไปอย่างถาวร
การเลือกลงทุนใน Milgauss 1019, OP 1018 หรือ Air-King 5500 ไม่ใช่แค่การซื้อนาฬิกาค่ะ แต่คือการซื้อสิทธิ์ในการครอบครองชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ ที่คนส่วนใหญ่มองข้าม และเมื่อพอร์ตของคุณแข็งแกร่งแล้ว การขยายความสนใจไปสู่ Omega รุ่นวินเทจที่น่าสะสม ในยุคใกล้เคียงกัน ก็จะยิ่งทำให้ภาพรวมคอลเลกชันของคุณเป็นระดับ Masterpiece ที่แท้จริงค่ะ
สำหรับมุมมองของนักสะสมวินเทจระดับลึก ความเดิมคือชีวิตและหัวใจของนาฬิกาค่ะ หากหน้าปัดถูกเขียนใหม่ หรือพรายน้ำถูกทาทับด้วยสารเรืองแสงใหม่ มูลค่าของนาฬิกาเรือนนั้นในตลาดประมูล จะร่วงลงทันทีเกิน 50% และแทบจะหมด Investment Potential ในระยะยาวไปเลย ดังนั้น แม้หน้าปัดเดิมจะดูเก่า ลอก หรือมีริ้วรอยตามกาลเวลา ก็ห้ามนำไปทำใหม่เด็ดขาด
บางเรือนไม่ได้มีค่าเพราะราคากลางที่ทุกคนรู้ แต่มีค่าเพราะร่องรอยแห่งเวลาที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆ รอให้คนที่คู่ควรมาค้นพบ ตลาดอาจกำหนดราคามาตรฐานสำหรับคนทั่วไป… แต่นักสะสมตัวจริงต่างหาก ที่เป็นผู้กำหนดคุณค่าและปลุกตำนานที่หลับใหล ให้กลับมามีลมหายใจอีกครั้งบนข้อมือค่ะ

