



เปิดประเด็นทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ที่คนชอบค่อนขอดว่า สายจูบิลี่ใส่แล้วดูเป็นคนมีอายุได้เลย เพราะถ้ากางตัวเลขบนกระดานเทรดตลาดรองปี 2026 จะเห็นชัดเจนว่าดีมานด์ในกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่พุ่งทะยานจนราคาแซงหน้าสายประเภทอื่นไปแบบไม่เห็นฝุ่น ทั้งความหรูหราที่เล่นแสงเตะตาและความใส่สบายที่ใครลองก็ต้องติดใจ ทำให้รุ่นสปอร์ตฮิตๆ กลายเป็นของแรร์ที่ใครๆ ก็อยากมีครอบครอง แล้วสงสัยไหมว่าทำไมสายนาฬิกาลายคลาสสิกนี้ถึงกลับมาทวงบัลลังก์ได้อย่างสมศักดิ์ศรีขนาดนี้?
คำตอบสั้นๆ คือเทรนด์ความชอบของนักสะสมยุคใหม่เปลี่ยนไปเน้นความหรูหราที่ผสมผสานกับความสปอร์ตอย่างลงตัว ไม่ใช่แค่การใช้งานสมบุกสมบันเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป
ตัวเลขจาก WatchCharts ยืนยันชัดเจนว่าความต้องการนาฬิกาสายถักห้าข้อนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อช่วงอายุ 25-40 ปี ที่มองหาความโดดเด่นไม่ซ้ำใครบนข้อมือเวลาออกงานสังคมหรือคุยเจรจาธุรกิจ
ในทางกลับกัน หลายคนอาจจะยังลังเลเพราะภาพจำเก่าๆ แต่วันนี้ตลาดได้พิสูจน์แล้วว่านี่คือไอเทมชิ้นเด่นที่เซียนนาฬิกาต่างตามหา แล้วรุ่นไหนล่ะที่เป็นตัวจุดกระแสให้สายชนิดนี้กลับมาบูมสุดขีดอีกครั้ง? (20 มกราคม 2026) [1]
จริงแท้แน่นอน รุ่นเป๊ปซี่ขอบแดงน้ำเงินที่เปิดตัวใหม่ในปี 2018 พร้อมสายถักห้าข้อ คือจุดเปลี่ยนสำคัญระดับประวัติศาสตร์ที่ทำให้วงการสะสมสั่นสะเทือนไปทั่วโลก
ข้อมูลจาก Chrono24 ระบุว่า ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของเป๊ปซี่สายนี้พุ่งทะยานสูงขึ้นถึง 35% โดยราคาตลาดรองปัจจุบันในปี 2026 ยืนระดับแข็งแกร่งทะลุ 750,000 – 800,000 บาท ไปเรียบร้อยแล้ว ทิ้งห่างสาย Oyster หรือสายเต้าหู้แบบเห็นได้ชัด
สาเหตุที่ราคาเกิด Premium Rate ขนาดนี้ เป็นเพราะดีไซน์ข้อต่อชิ้นเล็กๆ สามารถสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ เข้ากับขอบเซรามิกสองสีได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันจึงกลายเป็นตัวตึงนาฬิกา 2026 ที่นักลงทุนต่างอยากแย่งกันเก็บเข้าพอร์ต (2 กุมภาพันธ์ 2026) [2]
เสน่ห์ดึงดูดขั้นสุดคือการจับคู่ระหว่างขอบหยัก Fluted Bezel และสายถักสไตล์คลาสสิก ที่ให้ลุคภูมิฐานแต่ดูเฉียบเนี้ยบ ถือเป็นสูตรสำเร็จที่ลงตัวสุดๆ สำหรับคนวัยทำงานที่ต้องการเสริมบุคลิก
ตัวเลขสถิติจาก Bloomberg ชี้ให้เห็นว่ารุ่นนี้มีเปอร์เซ็นต์การเติบโต คงที่และปลอดภัยอยู่ที่ระดับ 8-12% ต่อปี แม้จะไม่ได้หวือหวาราคาพุ่งกระฉูดเท่างานสปอร์ตจ๋าๆ แต่ก็จัดเป็น Safe Haven ที่ซื้อง่ายขายคล่องสุดๆ
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2023 ที่ตลาดนาฬิกาโดยรวมเกิดการปรับฐานราคาลงมา รุ่นนี้กลับรักษามูลค่าตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ร่วงหนักตามตลาด แล้วในแง่ของการใช้งานจริงบนข้อมือล่ะ มันดีกว่าสายทั่วไปยังไง? (1 ตุลาคม 2025) [3]
ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้คือการโอบรัดเข้ากับข้อมือได้อย่างนุ่มนวลและยืดหยุ่นกว่าสายเต้าหู้อย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้สึกแข็งกระด้างหรือมีช่องว่างเวลาขยับแขนเลยแม้แต่น้อย
น้ำหนักที่เบากว่าเล็กน้อยประกอบกับข้อต่อขนาดเล็ก ทำให้การกระจายน้ำหนักบนข้อมือทำได้ดีเยี่ยม ใส่ทำงานหน้าคอมทั้งวันหรือขับรถทางไกลก็ไม่รู้สึกเมื่อยล้าหรืออึดอัด
อย่างไรก็ตาม แม้การสวมใส่จะสบายระดับสิบดาว แต่มันก็มีมุมมืดที่นักสะสมมือใหม่มักจะไม่ค่อยรู้ แล้วข้อเสียที่ซ่อนอยู่ของสายแบบนี้มีอะไรบ้างที่เราต้องระวัง?
สิ่งที่ต้องระวังเป็นอันดับแรกคือเรื่องสายหย่อน หรือที่ฝรั่งเรียกว่า Stretch เมื่อใช้งานแบบสมบุกสมบันไปนานๆ หลายปี ข้อต่อเล็กๆ เหล่านี้จะเริ่มหลวมและตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง ไม่ตึงเปรี๊ยะเหมือนตอนออกจากช็อป

เมื่อมองภาพกว้างของตลาดกระดานเทรดระดับโลก เราจะเห็นทิศทางลมที่เปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจ ผู้ซื้อเริ่มให้ความสำคัญกับความงามเชิงศิลปะควบคู่ไปกับมูลค่าของแบรนด์มากขึ้น
ข้อมูลอินไซต์จากสถาบันประมูล Phillips และ Sotheby’s ชี้ให้เห็นว่าสภาพนาฬิกาแบบ Full Set หรือกล่องใบครบ ยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการรักษามูลค่าขั้นสูงสุดบนเวทีประมูลระดับสากล
การไหลเวียนของเงินทุนในตลาดรองเริ่มหันมาจับกลุ่มนาฬิกาที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันมากขึ้น แล้วทำไมทิศทางลมของการลงทุนถึงเปลี่ยนมาสนับสนุนสายแนวนี้?
คำตอบคือความยืดหยุ่นในการแต่งตัว หรือ Versatility ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้หลากหลายกว่าเดิม ใส่คู่กับชุดสูทก็ดูหรูหราออร่าจับ ใส่กับเสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็ดูมีสไตล์ไม่ขัดเขิน
นี่คือการปรับตัวของเทรนด์นาฬิกา 2026 ที่ผู้คนเริ่มลดการซื้อนาฬิกาหลายๆ ตัวลง แต่หันมาทุ่มงบกับตัวจบที่สามารถใส่ได้แทบทุกโอกาส ทำให้สภาพคล่องในการขายต่อพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
เมื่อตลาดรองให้การตอบรับดีขนาดนี้ การตัดสินใจซื้อเพื่อลงทุนจึงต้องวิเคราะห์ให้เฉียบคมมากขึ้น แล้วถ้าจะกำเงินไปซื้อตอนนี้ ควรโฟกัสที่ตัวไหนดี?
สำหรับคนที่กำลังเล็งเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรในระยะยาว การเลือกหน้าปัดและวัสดุตัวเรือนคือตัวชี้วัดความรุ่งหรือร่วงของการลงทุนอย่างแท้จริง
สรุปสั้นๆ คือ สายจูบิลี่ได้ลบภาพจำความดูมีอายุไปจนหมดสิ้นแล้วในยุคนี้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรามีระดับที่ตอบโจทย์ทั้งแฟชั่นและการลงทุน ด้วยดีมานด์จากนักสะสมรุ่นใหม่และสภาพคล่องในตลาดรองที่สูงลิ่ว ทำให้มันกลายเป็น Asset ที่เก็บไว้ใส่หล่อๆ ก็เท่ หรือจะขายต่อก็ทำกำไรได้อย่างสวยงามตามสถิติที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกซื้อนาฬิกาสักเรือนไม่ใช่แค่การจ้องมองหาผลกำไรบนหน้าจอเสมอไป แต่คือการเลือกฟีลลิ่งที่อยู่บนข้อมือแล้วทำให้เรายิ้มได้ทุกครั้งที่ก้มลงมอง ลองเปิดใจเดินไปทาบทาบดูที่บูติกหรือร้านประจำดูสิ แล้วจะรู้ว่าความเบาสบายและประกายแสงระยิบระยับที่สะท้อนออกมานั้น อาจจะทำให้คุณหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว

