



คำถามยอดฮิตในช่วงนี้คือ รุ่นที่เล็งไว้อย่างสองแบรนด์ดังราคาตกไหม จะไหลลงไปกว่านี้อีกหรือเปล่า วันนี้จะพาไปกางข้อมูลสดๆ จากตลาดรองระดับโลกกันเลยว่า สองตัวตึงอย่าง Rolex Submariner 126610LV และ Patek Philippe Calatrava 6119R ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไง ซื้อตอนนี้จะเจ็บตัว หรือเป็นโอกาสทองในการช้อนเก็บเข้ากรุกันแน่ แล้วกราฟราคาจะพุ่งกลับมาเมื่อไหร่?
ถ้าพูดถึงนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำที่คนตามหามากที่สุดในตลาดรอง คงหนีไม่พ้นขอบเซรามิกสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์รุ่นนี้ หลายคนจับตาดูว่ากราฟราคามันจะพุ่งไปแตะขอบฟ้าเหมือนช่วงโรคระบาด หรือจะค่อยๆ ซึมลงตามสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบันกันแน่
ในมุมมองของการลงทุน นาฬิการุ่นนี้ถือเป็นดัชนีชี้วัดความคึกคักของตลาดรองได้ดีมากๆ เพราะความต้องการซื้อและขายหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันตลอดเวลา เรียกว่าเป็นของซื้อง่ายขายคล่องอันดับต้นๆ เลยทีเดียว (3 กันยายน 2025) [1]
ช่วงครึ่งปีหลัง 2026 ที่เราเห็นราคาเริ่มย่อตัวลงมา เป็นเพราะนักลงทุนสายเก็งกำไรระยะสั้นเริ่มปล่อยของออกสู่ตลาดมากขึ้นนั่นเองครับ ไม่ใช่เพราะความนิยมลดลงแต่อย่างใด
เมื่อย้อนดู ปี 2020 ที่รหัสรุ่น 126610LV เปิดตัวใหม่ๆ ความต้องการมันพุ่งทะลุเพดานจนเกิดปรากฏการณ์ของขาดตลาดอย่างหนัก พอมาถึง ปี 2022 ที่ราคาพุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดทะลุ 700,000 บาท คนก็แห่เข้าไปแย่งกันซื้อ
อย่างไรก็ตาม พอมาถึงตอนนี้ที่ซัพพลายเริ่มนิ่งขึ้น คนที่ถือของไว้เก็งกำไรก็เริ่มทยอยเทขายทำกำไรรอบสุดท้าย ทำให้ราคามันดูเหมือนจะซบเซาลงและเกิดการปรับฐานราคาใหม่ให้สมเหตุสมผลมากขึ้น (24 มกราคม 2025) [2]
ถ้าลองกางตัวเลขจากแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Chrono24 ดู ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของรุ่นนี้ยังคงเติบโตอยู่ที่ราวๆ 15% ถือว่ายังเป็นบวกอยู่สำหรับคนที่ถือยาว
แม้ว่าตอนนี้ราคาตลาดรองจะตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 530,000 – 550,000 บาท (สัดส่วนราคาที่ตกลงย่อตัวราวๆ 5-8% จากต้นปี) แต่ก็ยังถือว่าสูงกว่าราคาป้ายอยู่ดี สิ่งหนึ่งที่หลายคนชอบทำคือ การพยายาม ดันราคานาฬิกา ในกลุ่มซื้อขายของเมืองไทย
แต่ในความเป็นจริง กับรุ่นฮิตระดับโลกแบบนี้ กลไกตลาดต่างประเทศมันคุมราคาไว้ชัดเจน การซื้อในช่วงที่ราคาย่อตัวลงมาแบบนี้ จึงถือว่าเจ็บตัวน้อยกว่าไปไล่ซื้อตอนราคาพีคๆ อย่างแน่นอน
ข้อเสียหลักๆ ที่หลายคนบ่นคือ น้ำหนักตัวเรือนและขนาดที่บางครั้งอาจจะไม่ค่อยเข้ากับข้อมือเล็กๆ ในวันทำงานที่ต้องใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวแบบเป็นทางการ
แม้ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร จะดูสปอร์ตเต็มข้อ แต่ถ้าคุณต้องใส่สูททำงานทุกวัน ขอบหน้าปัดมันมักจะไปขูดกับปลายแขนเสื้อจนเป็นรอยได้ง่ายๆ นอกจากนี้เรื่องของรอยขนแมวบนสายขัดด้านและเงาก็เป็นอะไรที่กวนใจคนรักความเนี้ยบอยู่พอสมควร
ในทางกลับกัน ถ้ารับจุดนี้ได้และมองหาความทนทาน มันก็เป็นนาฬิกาที่ใส่หล่อ ลุยได้ทุกสถานการณ์ แถมตัวล็อกสายยังปรับขนาดได้ง่ายตามข้อมือที่ขยายตัวระหว่างวันอีกด้วย

ข้ามมาฝั่งของแบรนด์ระดับท็อปที่นักสะสมใฝ่ฝันกันบ้าง รุ่นหน้าปัดเรียบหรูสไตล์เดรสคลาสสิกตัวนี้ เป็นอีกหนึ่งเรือนที่นักเล่นรุ่นใหญ่ใหญ่มักจะเก็บเงียบๆ ไม่ค่อยโวยวาย
ความเคลื่อนไหวของราคากลับน่าสนใจมากในช่วงปีนี้ เพราะเทรนด์การแต่งตัวแนวภูมิฐานกำลังกลับมาทวงบัลลังก์ ทำให้รุ่นที่ดูเรียบง่ายแต่ซ่อนรายละเอียดไว้เน้นๆ กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
จริงในแง่ของการรักษามูลค่าระยะยาว แต่มันไม่ได้หวือหวาแบบก้าวกระโดดเหมือนพวกตัวสปอร์ตหน้าปัดสีฟ้าหรือสีน้ำเงินยอดฮิต
รุ่น 6119R ตัวเรือนโรสโกลด์ เปิดตัวมาใน ปี 2021 พร้อมกลไกไขลานที่ถูกพัฒนาใหม่ให้เก็บพลังงานได้ยาวนานขึ้น ตอนเปิดตัวใหม่ๆ คนอาจจะยังไม่ค่อยฮือฮาเท่าไหร่ เพราะตลาดไปโฟกัสแต่สายสปอร์ต
ตัวอย่างเช่น พอถึง ปี 2024 ที่กระแสนาฬิกาคลาสสิกเริ่มกลับมา ราคาก็เริ่มไต่ระดับขึ้นมาอย่างช้าๆ แต่มั่นคง ใครที่ซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ตอนนี้ก็ถือว่ายิ้มออกกันหมดแล้ว (15 พฤษภาคม 2026) [3]
ราคาประมูลจากสำนักใหญ่ๆ อย่าง Christie’s หรือ Sotheby’s ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตัวของครบกล่องใบสวยๆ ปิดประมูลกันไปที่ราวๆ 1,100,000 บาท
ซึ่งถ้าเทียบกับการประเมิน ราคา Patek 2026 ถือว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่ 8-10% เลยทีเดียว เป็นตัวเลขที่นักลงทุนสายอนุรักษ์นิยมชื่นชอบมาก
แม้ราคาตลาดรองของแพลตฟอร์มทั่วไปตอนนี้จะมีการย่อตัวลงมาเล็กน้อยตามสภาพเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความขลังและความต้องการในกลุ่มนักสะสมกระเป๋าหนักลดลงไปเลย
จุดบอดสำคัญของรุ่นนี้คือ ความบอบบางของตัวเรือนทองคำและการดูแลรักษากลไกที่ต้องใช้ความทะนุถนอมสูงกว่าปกติ
ด้วยความที่มันเป็นนาฬิกาสไตล์คลาสสิกบางเฉียบ การเอาไปใส่ลุยๆ หรือทำกิจกรรมหนักๆ นี่ลืมไปได้เลย ตัวเรือนทองคำอมชมพูเป็นรอยง่ายมาก แค่ชายเสื้อถูก็บางทีเห็นรอยขนแมวแล้ว
สรุปสั้นๆ คือ ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ชอบมานั่งหมุนเม็ดมะยมขึ้นลานเองทุกวัน อาจจะรู้สึกรำคาญใจนิดหน่อย แต่สำหรับสายสะสมตัวจริง นี่แหละคือเสน่ห์ดั้งเดิมที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็หามาทดแทนความคลาสสิกแบบนี้ไม่ได้
การซื้อนาฬิกาหรูยุคนี้ไม่ใช่แค่ความชอบส่วนตัวอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่คือการจัดพอร์ตลงทุนที่จับต้องได้จริง ในปี 2026 นักลงทุนหน้าใหม่หันมาแบ่งเงินจากหุ้นหรือทองคำ มาลงในนาฬิกาแบรนด์ดังกันมากขึ้น เพราะราคาผันผวนน้อยกว่า
หัวใจสำคัญคือการเลือกนาฬิกาให้สมดุล ทั้งตัวที่ซื้อง่ายขายคล่องเพื่อสร้างกระแสเงินสด และตัวที่เน้นเก็บยาวเพื่อรอมูลค่าเพิ่มในอนาคต การผสมสองแบรนด์ดังไว้ด้วยกันจึงเป็นสูตรสำเร็จที่หลายคนนิยมใช้ในตอนนี้
ถ้าพูดถึงความไวในการเปลี่ยนของเป็นเงินสด นาฬิกาสปอร์ตอย่าง Rolex ขอบเขียวจะตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ดีที่สุดค่ะ เพราะมีกลุ่มคนซื้อรอรับช่วงต่อตลอดเวลา แค่ตั้งราคาให้ตรงกับตลาดกลางก็ปล่อยของได้ในไม่กี่วัน
ส่วนทางฝั่ง Patek หน้าปัดคลาสสิก อาจจะต้องใช้เวลาหาเนื้อคู่ที่ชอบสไตล์เดียวกันนานกว่านิดหน่อย แต่ข้อดีคือคนที่มาซื้อต่อมักจะไม่ค่อยต่อรองราคาโหดๆ ทำให้เราได้ตัวเลขกำไรที่ค่อนข้างนิ่งและชัวร์กว่า
คุณบี พนักงานออฟฟิศที่เริ่มสะสมนาฬิกามาตั้งแต่ปี 2021 เลือกใช้วิธีซื้อ Rolex สปอร์ตไว้ใส่ลุยสลับกับทำกำไรระยะสั้น พอได้กำไรส่วนต่างก็นำเงินไปสมทบทุนซื้อ Patek แนวเดรสมาเก็บเข้าเซฟเพื่อหวังผลระยะยาว
ผลลัพธ์ในปี 2026 คือพอร์ตนาฬิกาของคุณบีมีมูลค่ารวมเติบโตขึ้นถึง 12% โดยที่ยังมีนาฬิกาสวยๆ หมุนเวียนใส่ไปทำงานได้ทุกวัน ถือเป็นโมเดลการลงทุนที่ทั้งลดความเสี่ยงและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ครบจบในพอร์ตเดียว
ก่อนจะควักเงินก้อนโต เราต้องรู้ราคาตลาดกลางที่แท้จริงก่อนค่ะ แนะนำให้โหลดแอปพลิเคชันหรือเข้าเว็บซื้อขายนาฬิการะดับโลกมาเทียบราคากับร้านในไทย เพื่อดูว่าช่วงนี้กราฟราคากำลังขึ้นหรือลง
นอกจากนี้ การเข้าไปสิงตามกลุ่มซื้อขายนาฬิกาในโซเชียลมีเดีย ก็ช่วยให้อัปเดตความเคลื่อนไหวได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เรารู้ทันทีว่ารุ่นไหนกำลังเป็นกระแส หรือรุ่นไหนที่คนเริ่มเทขายจนราคาตก
สรุปภาพรวมเลยว่า ช่วงครึ่งหลังปีนี้ นาฬิกายอดฮิตอย่างสองรุ่นที่เล่ามาราคาตกไหม คำตอบคือ มีการย่อตัวลงจริง เพื่อปรับฐานให้เข้าสู่ความเป็นจริงมากขึ้น ไม่ใช่การพังทลายของตลาดแต่อย่างใด สำหรับคนที่มองหาของใส่จริงและหวังเก็บยาวๆ ช่วงนี้ถือเป็นจังหวะต่อรองราคาที่ดีมากๆ ก่อนที่กราฟความต้องการของตลาดโลกจะม้วนหัวกลับขึ้นไปสร้างฐานราคาใหม่ในอนาคต
สุดท้ายแล้ว การลงทุนที่ดีที่สุดคือการเลือกซื้อนาฬิกาที่เราใส่แล้วมีความสุขและเข้ากับไลฟ์สไตล์ในทุกๆ วันที่สวมใส่ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นในอนาคตคือกำไรแถมท้าย แต่ความสุขที่ได้ครอบครองงานศิลปะระดับโลกบนข้อมือนั้นคือของจริงที่ประเมินค่าเป็นตัวเลขไม่ได้เลย

