



ชี้เป้าแบรนด์นาฬิกานอกกระแส ที่เซียนตัวจริงเก็บเงียบๆ เพราะรู้ว่าอนาคตมูลค่าไปได้อีกไกล โดยเฉพาะกลุ่มที่เน้นกลไกประณีตระดับ High Horology หลายคนอาจจะเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าทำไมบรรดานักสะสมที่ผ่านจุดอิ่มตัวถึงเทใจให้แบรนด์ที่ไม่ได้โฆษณาหนักหน่วง แล้วสรุปว่าแบรนด์ไหนกันแน่ที่กำลังซ่อนมูลค่ามหาศาลเพื่อรอวันระเบิดราคาในตลาดรอง?
สำหรับคนที่เล่นนาฬิกามาสักพัก มักจะเจอกับกำแพงราคาของรุ่นยอดฮิตที่บวกกำไรไปไกลจนจับไม่ลง ในทางกลับกัน แบรนด์ที่คนทั่วไปมองข้ามกลับมอบความคุ้มค่าในแง่ของงานฝีมือที่เหนือกว่าในราคาที่เท่ากันหรือถูกกว่าด้วยซ้ำ
นี่คือเหตุผลที่นักสะสมระดับลึก เริ่มเบนเข็มทิศมาหากลุ่มนาฬิกาแบรนด์อินดี้ หรือแบรนด์เก่าแก่ที่ไม่ได้ทำการตลาดหวือหวา เพราะพวกเขาไม่ได้มองแค่แบรนด์โลโก้ แต่มองลึกลงไปถึงความประณีตของการขัดแต่งกลไกแบบทำมือ
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ การเล่นนาฬิกากลุ่มนี้ต้องใช้ประสบการณ์และความเข้าใจในประวัติศาสตร์พอสมควร แล้วข้อมูลทางสถิติมันสะท้อนภาพการลงทุนของกลุ่มนี้อย่างไรบ้าง? (7 มกราคม 2026) [1]
บอกได้ชัดเจนเลยว่ากลุ่มนี้มีเปอร์เซ็นต์การเติบโตที่มั่นคงกว่า ไม่หวือหวาแต่ก็ไม่ร่วงหนักเหมือนรุ่นยอดฮิตติดลมบนในช่วงตลาดขาลง
เมื่ออ้างอิงข้อมูลจาก WatchCharts ในช่วงปี 2021 ถึง 2026 พบว่า ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของแบรนด์นอกกระแสระดับท็อปนั้น มีความผันผวนต่ำมาก โดยมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8% ถึง 12% ต่อปี ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่นักลงทุนระยะยาวค่อนข้างพอใจ
ตัวอย่างเช่น งานประมูลของ Phillips และ Christie’s ในช่วงสองปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่านาฬิกาสภาพ Full Set ของแบรนด์เก่าแก่ มีอัตราการเคาะราคาที่สูงกว่าราคาประเมินขั้นต่ำเสมอ นี่คือปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อเทรนด์การลงทุนในตอนนี้
เมื่อพูดถึงความคุ้มค่าต่อเม็ดเงินที่จ่ายไป มีอยู่สามรุ่นที่เซียนนาฬิกาหลายคนลงความเห็นว่าต้องมีติดกรุ เพราะมันคือตัวแทนของประวัติศาสตร์และศิลปะบนข้อมืออย่างแท้จริง
รุ่นแรกคือผู้บุกเบิกนาฬิกาดำน้ำอย่างแท้จริง ตามมาด้วยรุ่นที่สืบทอดเทคนิคการแกะสลักหน้าปัดที่ซับซ้อนที่สุดในโลก และปิดท้ายด้วยตัวแทนของความคลาสสิกที่ผสานกลิ่นอายโมเดิร์นได้อย่างลงตัว
แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ในมุมมองของการลงทุนและการใช้งานจริง นาฬิกาเหล่านี้มีข้อดีข้อเสียซ่อนอยู่อย่างไรบ้าง?
จริงที่สุดค่ะ ถ้าคุณกะซื้อมาแล้วปล่อยต่อในสามเดือนหรือหวังกำไรฉาบฉวย รุ่นนี้ไม่ใช่คำตอบเลย แต่ถ้าถือยาว นี่คือตำนานที่ราคาขยับขึ้นเงียบๆ เสมอ
Blancpain Fifty Fathoms เปิดตัวครั้งแรกในปี 1953 ซึ่งถือเป็นนาฬิกาดำน้ำแบบโมเดิร์นเรือนแรกของโลกก่อนแบรนด์มงกุฎเสียอีก เสน่ห์ของรุ่นนี้คือขอบเบเซลแซฟไฟร์ที่โค้งมนและให้มิติแสงที่สวยงามมาก สถิติจาก Chrono24 ระบุว่าราคามือสองของรุ่นปัจจุบันยืนพื้นอยู่ที่ราวๆ 350,000 ถึง 450,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากกับแบรนด์ระดับ Holy Trinity (ในสายตาบางคน)
อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์การใช้งานจริง มันก็มีจุดบอดที่ต้องพิจารณาดังนี้
ถูกประเมินค่าต่ำไปมากจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อคุณส่องกล้องขยายดูความละเอียดของงานขัดแต่งกลไกเทียบกับเงินที่คุณจ่ายไป
Breguet Classique คือความเป็นเลิศด้านหน้าปัด Guilloché (กิโยเช่) ที่แกะสลักด้วยเครื่องยนต์โบราณ ในขณะที่งานประมูลเมื่อปี 2021 เริ่มชี้ให้เห็นว่านักสะสมหันมาเก็บรุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้มากขึ้น ส่วน Vacheron Constantin Fiftysix ที่เปิดตัวในปี 2018 (โดยดึงแรงบันดาลใจจากโมเดลปี 1956) ก็ถือเป็นประตูบานแรกที่ยอดเยี่ยมในการเข้าสู่แบรนด์ระดับท็อปของโลก
สรุปสั้นๆ คือ ทั้งสองรุ่นนี้มอบประสบการณ์การสวมใส่ที่บางเบา แนบข้อมือ และให้ลุคที่ดูสุขุมนุ่มลึก เป็นการลงทุนกับคุณค่าทางศิลปะ ที่รอวันให้คนหมู่มากหันกลับมามองเห็นความสำคัญ แล้วความท้าทายของการเล่นนาฬิกากลุ่มนี้มีอะไรบ้างที่มือใหม่ควรระวัง? (13 มิถุนายน 2024) [3]

ถึงแม้ว่าเสน่ห์ของงานฝีมือจะดึงดูดใจแค่ไหน แต่การควักเงินหลักแสนหรือหลักล้านเพื่อซื้อนาฬิกาที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ย่อมมาพร้อมกับความท้าทายที่คุณต้องรับความจริงให้ได้
ในทางกลับกัน หลายคนมองเห็นแต่โอกาสทำกำไรในระยะยาวจนลืมประเมินต้นทุนแฝง ระหว่างทาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละคือตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้การลงทุนของคุณพลิกจากกำไรเป็นขาดทุนได้
ค่าซ่อมบำรุงที่แพงหูฉี่และระยะเวลาการรออะไหล่ที่ยาวนานกว่าปกติ คือสิ่งที่มือใหม่มักไม่ได้เตรียมใจและเตรียมเงินเผื่อเอาไว้
เนื่องจากกลไกมีความซับซ้อนระดับสูงและไม่ได้ผลิตในปริมาณแมส ช่างนาฬิกาทั่วไปจึงไม่สามารถเปิดฝาหลังซ่อมได้ คุณต้องส่งเข้าศูนย์บริการอย่างเป็นทางการเท่านั้น ซึ่งบางครั้งอาจต้องส่งกลับไปทำที่สวิตเซอร์แลนด์เลยทีเดียว
จุดบอดที่ต้องทำใจยอมรับเมื่อเล่นกลุ่มนี้ ได้แก่
คุณอาจจะต้องถือครองอย่างน้อย 5 ถึง 10 ปีขึ้นไป ถึงจะเห็นส่วนต่างราคาที่ชัดเจนและคุ้มค่าเหนื่อยในการเก็บรักษา
สาเหตุเพราะวงจรของกลุ่มนี้คือการรอให้กลายเป็นความคลาสสิกที่หาไม่ได้แล้ว เมื่อแบรนด์เลิกผลิตรุ่นนั้นๆ ไปแล้ว และมีนักสะสมระดับโลกหยิบขึ้นมาพูดถึง ราคาก็จะดีดตัวขึ้นทันที นี่คือช่วงเวลาที่คุณอาจจะได้เห็นนาฬิกาพลิกโผ ทำกำไรแซงหน้าแบรนด์ตลาดได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ในมุมมองส่วนตัว การเล่นนาฬิกานอกกระแสคุ้มค่าอย่างยิ่ง ถ้าคุณเป็นคนที่หลงใหลในศิลปะแห่งกลไกและมีสายป่านยาวพอที่จะถือครองรอรอบของตลาด มันไม่ใช่เครื่องมือทำกำไรฉาบฉวย แต่เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ตการลงทุนของคุณนิ่งขึ้น ท่ามกลางกระแสฟองสบู่ของรุ่นฮิตที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงตามแฟชั่น
สุดท้ายแล้ว นาฬิกาที่ดีที่สุดคือนาฬิกาที่คุณใส่แล้วมีความสุขเวลาที่ได้ก้มมองข้อมือตัวเอง การลงทุนกับแบรนด์ทางเลือกคือการลงทุนในรสนิยมและความพึงพอใจส่วนตัว หากวันหนึ่งราคามันพุ่งขึ้นไป ถือว่าเป็นโบนัสก้อนโต แต่ถ้าราคาอยู่ทรง คุณก็ยังได้กำไรจากการครอบครองงานศิลปะระดับโลกที่เดินได้จริงอยู่ดีค่ะ

