



เมื่อก่อนรุ่นนี้คือมองข้ามสุดๆ เดินผ่านตู้ยังส่ายหัวเลยค่ะ เพราะมองว่าดีไซน์ไม่สวยแถมราคาก็แรงเกินจริง แต่ตัดภาพมาตอนนี้บอกเลยว่าขำไม่ออก เสียดายกันเป็นแถว เพราะราคาตลาดรองตอนนี้ดีดพุ่งทะลุเพดานไปไกลมากจนแทบจะสู้ราคาไม่ไหวแล้วค่ะ แล้วอะไรคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้นาฬิกาข้อมือพลิกโผที่เคยเป็นม้านอกสายตา กลายมาเป็นแรร์ไอเทมระดับตำนานที่ทุกคนตามหา
ปรากฏการณ์ระดับโลกอย่างการเกิด Late Adoption หรือการที่ตลาดเพิ่งมาให้คุณค่ากับนาฬิกาในภายหลัง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในวงการนี้ บางรุ่นเกิดมาผิดที่ผิดเวลา แต่พอเทรนด์โลกเปลี่ยน กลายเป็นว่าดีไซน์ที่เคยถูกมองว่าแปลก กลับกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่นักสะสมต้องการ
ตัวอย่างเช่น นาฬิกาสปอร์ตหรูที่เคยถูกตีตราว่าหนาเกินไป หรือดูตะโกนเกินไป พอข้ามผ่านกาลเวลามาสู่ยุคปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นและไม่มีใครเหมือน (17 กรกฎาคม 2023) [1]
เหตุผลหลักคือการนำเสนอกลิ่นอายสปอร์ตหรูยุค 70s ที่สมบูรณ์แบบในยุคที่คนเบื่อดีไซน์ตลาดแมส เล่าย้อนไปตอนที่ Vacheron Constantin 222 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1977 เพื่อฉลองครบรอบ 222 ปีของแบรนด์ ตอนนั้นกระแสตลาดไปเทให้กับแบรนด์คู่แข่งระดับท็อปซะหมด ทำให้รุ่นนี้ผลิตออกมาน้อยมากและเงียบหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์พักใหญ่
จนกระทั่งการกลับมาของเวอร์ชันรีอชชิวอย่าง Reference 4200H/200J-D928 ในตัวเรือน 18K Yellow Gold กระแสความนิยมก็จุดติดขีดสุด ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าตกใจ จากราคาป้ายราวๆ $74,000 พุ่งทะลุไปแตะ $115,000 ในช่วงพีคของตลาด และนี่คือจุดเด่นสำคัญของ Vacheron Constantin 222 ที่กระตุ้นดีมานด์นักสะสม
เพราะนี่คือผลงานระดับ Masterpiece ของ Gérald Genta ที่เคยถูกลืม และตอนนี้ตลาดตระหนักแล้วว่ามันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของคอลเลกชันสปอร์ตหรู
ตัว IWC Ingenieur SL Reference 1832 หรือที่หลายคนในวงการเรียกว่า Jumbo เปิดตัวครั้งแรกในปี 1976 ตอนนั้นยอดขายถือว่าน่าผิดหวังมาก เพราะตัวเรือนมีขนาดใหญ่ เทอะทะ และหนักเกินไปสำหรับรสนิยมคนในยุคนั้น
แต่ในปัจจุบัน มุมมองตลาดเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ใครที่เคยไปซื้อนาฬิกาเจ็บตัวรุ่นอื่นมาแล้วรู้สึกอยากลองหาของแรร์ มักจะเบนเข็มมาหารุ่นนี้ สถิติจาก Chrono24 ชี้ว่าเปอร์เซ็นต์การเติบโตของราคาพุ่งขึ้นกว่า 180% ในช่วง 5 ปีหลัง ราคาประมูลล่าสุดจาก Phillips ทะลุ $45,000 ไปแล้วสำหรับเรือนที่สภาพสมบูรณ์
ถึงแม้จะฮิตติดลมบนแค่ไหน แต่การนำมาสวมใส่ใช้งานจริงก็มีข้อสังเกตที่ต้องรู้ น้ำหนักของตัวเรือนเหล็กบวกกับเกราะป้องกันสนามแม่เหล็ก (Anti-magnetic inner case) ทำให้มันค่อนข้างหนักและอาจจะกางเกยบนข้อมือของผู้ที่มีข้อมือขนาดเล็ก
นอกจากนี้ กลไกอินเฮาส์ Caliber 8541ES แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แต่ชิ้นส่วนอะไหล่แท้ในยุคนั้นเริ่มขาดแคลน การส่งซ่อมบำรุงอาจต้องใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่ว ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักที่นักลงทุนหน้าใหม่มักมองข้าม
ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราวอย่างแน่นอน เพราะ Piaget Polo 79 คือสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งยุค 80s ที่กลับมาทวงบัลลังก์ ตัวเรือนและสายที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยทองคำแท้ทั้งเส้น ดีไซน์หน้าปัดที่มีเส้นริ้วสายพาดผ่าน เป็นอะไรที่เตะตามากๆ สมัยก่อนคนอาจจะมองว่าดูตะโกนเกินไป แต่ด้วยเทรนด์การแต่งตัวในปัจจุบัน การใส่ทองคำตันๆ แบบนี้คือความคลาสสิกที่ทรงพลัง
จากข้อมูลอ้างอิงของ WatchCharts รุ่นดั้งเดิมจากยุค 80s ราคาเคยหยุดนิ่งมาเป็นทศวรรษ แต่พอแบรนด์ปล่อยตัว Re-edition รุ่น Reference G0A49150 ออกมา ราคาตัววินเทจก็ถูกลากขึ้นไปทันที ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี โตขึ้นประมาณ 85% ใครมีสภาพดีๆ เก็บไว้รับรองว่ายิ้มกว้างแน่นอน ลิสต์ด้านล่างนี้คือเหตุผลว่าทำไม Piaget Polo 79 ถึงดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุน

ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเทเงินลงทุนไปกับนาฬิกากลุ่มนี้ การประเมินมูลค่าในอนาคตและเข้าใจถึงความเปราะบางของดีไซน์ เป็นเรื่องที่นักสะสมสายแข็งต้องศึกษาให้ถ่องแท้เสมอ
ในทางกลับกัน การมองข้ามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องรอยขีดข่วนหรือสภาพกลไก อาจทำให้มูลค่าการลงทุนที่คุณคาดหวังไว้ลดทอนลงไปอย่างน่าเสียดาย
ความจริงคือยากกว่านาฬิกายุคใหม่พอสมควร โดยเฉพาะเรื่องการรักษาสภาพผิวโลหะและการหาอะไหล่ดั้งเดิมให้ตรงยุค
ไม่ว่าจะเป็นการขัดแต่งผิวซาตินของ Vacheron 222 หรือเส้นริ้วทองคำขัดเงาของ Piaget Polo ล้วนเสี่ยงต่อการเกิดรอยขนแมวได้ง่ายมาก หากส่งไปขัดผิดวิธี หรือช่างไม่มีความชำนาญ มูลค่าความเป็น Original Condition จะหายวับไปทันที
กลไกวินเทจหลายตัวต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการเซอร์วิส หากได้เรือนที่สภาพกลไกช้ำมา การบูรณะอาจทำให้งบบานปลายได้ นี่คือต้นทุนแฝงที่ต้องนำมาคำนวณไว้ในการลงทุนแต่เนิ่นๆ
สัญญาณจากสถาบันประมูลใหญ่อย่าง Christie’s และ Sotheby’s บ่งชี้ชัดเจนว่า เม็ดเงินกำลังไหลออกจากกลุ่มตัวท็อปยอดฮิต มาสู่กลุ่มนาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจแต่ยังราคาจับต้องได้
ตัวเลขสถิติราคาประมูลของนาฬิกากลุ่มตลาดเฉพาะทางนี้ ทำลายสถิติเก่าแทบทุกปี นักสะสมระดับท็อปเริ่มหันมาเก็บกวาดสภาพสวยๆ เข้ากรุจนของหายไปจากตลาดการซื้อขายทั่วไป
ใครที่เลือกกอดนาฬิกาสปอร์ตหรูรุ่นยอดฮิตที่ราคาเริ่มนิ่ง อาจจะพลาดโอกาสในการทำกำไรจากกระแสของรุ่นที่พลิกความคาดหมายเหล่านี้ ดังนั้นการกระจายความเสี่ยงมาหาซีรีส์ที่เพิ่งถูกค้นพบมูลค่า จึงเป็นกลยุทธ์ที่เฉียบขาดมากๆ
สรุปสั้นๆ คือ ปรากฏการณ์นาฬิกาพลิกโผ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ตลาดนักสะสมไม่เคยหยุดนิ่ง รุ่นที่เคยถูกลืมอย่าง Vacheron 222 หรือ IWC Ingenieur SL กลับกลายเป็นขุมทรัพย์ที่สร้างกำไรมหาศาล ใครที่อ่านเทรนด์ขาดและกล้าลงทุนในเวลาที่คนอื่นเมินหน้าหนี มักจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้เสมอ
สุดท้ายแล้ว การไล่ตามล่าของแรร์ในตลาดอาจให้ผลตอบแทนที่หอมหวาน แต่เสน่ห์ที่แท้จริงของการเก็บสะสมคือการได้เสพเรื่องราวและประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่หลังหน้าปัด ลองถามตัวเองดูว่า คุณอยากซื้อเก็บไว้เพื่อเก็งกำไรในวันหน้า หรือเพราะหลงใหลในศิลปะที่กาลเวลาเพิ่งจะพิสูจน์คุณค่าของมันกันแน่

