



ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสของนาฬิกาสปอร์ตยุคใหม่ที่หลายคนวิ่งตาม กลับมีกลุ่มคนที่หลงใหลในประวัติศาสตร์ เริ่มหันหลังให้ความหวือหวา แล้วออกตามล่าหา Rolex Vintage น่าลงทุน ที่กำลังตื่นจากการหลับใหล ซึ่งเสน่ห์ดั้งเดิมของ Reference เหล่านี้แหละค่ะ ที่กำลังดูดซับเม็ดเงินมหาศาลจากตลาดยุโรปเข้าไว้ด้วยกันอย่างเงียบเชียบ
หากเราวิเคราะห์ทิศทางของ การลงทุนนาฬิกา 2026 ในระดับมหภาค เราจะพบว่านักสะสมฝั่งยุโรปมักจะเป็นผู้กำหนดเทรนด์ (Trendsetter) เสมอค่ะ พวกเขาผ่านจุดที่ชื่นชอบความสมบูรณ์แบบของหน้าปัดเซรามิกมาแล้ว และกำลังโหยหาร่องรอยแห่งกาลเวลา ที่เทคโนโลยีในปัจจุบันไม่สามารถผลิตซ้ำได้
ซึ่งรอยต่อของยุคสมัยนี้ ได้สร้าง Information Gain ชั้นยอดให้กับนาฬิกาสปอร์ตรุ่นบุกเบิก โดยเฉพาะกลุ่มดำน้ำและนักบินที่เคยรับใช้มืออาชีพในอดีต
เมื่อพูดถึงความคลาสสิกของนาฬิกาดำน้ำ Submariner Reference 1680 คือชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่ตลาดยุโรปให้การยอมรับอย่างสูงค่ะ นี่คือ Submariner รุ่นแรกในสายการผลิตที่แบรนด์ตัดสินใจใส่หน้าต่างวันที่พร้อมเลนส์ขยาย (Cyclops Lens) เข้ามาบนกระจกเซลลูลอยด์ทรงสูง
การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในวันนั้น ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาจนถึงโมเดลปัจจุบัน แต่ความดิบของกระจกพลาสติกยุคเก่านั้น ให้มิติแสงเงาที่นุ่มลึกและมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง (29 กันยายน 2023) [1]
Submariner 1680 เปิดตัวครั้งแรกราวๆ ปี 1969 โดยรุ่นที่ผลิตในช่วงปี 1969 ถึง 1975 จะมีความพิเศษตรงที่คำว่า SUBMARINER บนหน้าปัดถูกพิมพ์ด้วยสีแดง (Red Submariner) ก่อนที่แบรนด์จะเปลี่ยนกลับมาใช้ตัวหนังสือสีขาวทั้งหมด (White Sub) ในภายหลัง
วัสดุตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลที่แม้จะไม่เงางามเท่า 904L ในปัจจุบัน แต่ก็แข็งแกร่งพอที่จะรอดพ้นกาลเวลามาได้ การหารุ่นที่เป็นตัวหนังสือแดง สภาพหน้าปัดไม่บวม พรายน้ำทริเทียมฟูๆ สีเหลืองนวล และมาแบบ Full Set (กล่องใบตรงยุค) ถือเป็นสุดยอดความปรารถนาของนักสะสมทั่วโลกค่ะ (15 มกราคม 2024) [2]
จากฐานข้อมูลของ WatchCharts และสถิติการประมูลล่าสุดของ Phillips Geneva แสดงให้เห็นว่า ราคาของ 1680 Red Submariner ไม่เคยวิ่งตามกระแสแฟชั่น แต่มันค่อยๆ สร้างฐานราคาใหม่อยู่เสมอ
ในขณะที่ตลาดยุคใหม่ผันผวน กราฟราคาของวินเทจเรือนนี้กลับไต่ระดับขึ้นอย่างมั่นคง เรือนที่ตัวถังหนาคมแบบไม่เคยขัดแต่ง สามารถทำราคาพรีเมียมสูงกว่าราคากลางในตลาดรองทั่วไปถึง 30-40% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Collector Demand สำหรับของสภาพแชมป์นั้น มีมากกว่าจำนวนนาฬิกาที่หมุนเวียนอยู่จริง (22 ตุลาคม 2025) [3]
อีกหนึ่งขุนพลที่มาแรงไม่แพ้กันคือ GMT-Master Ref. 1675 ค่ะ เฌอรินน์มักจะบอกเสมอว่า 1675 ไม่ใช่นาฬิกา แต่มันคืองานศิลปะที่วาดโดยแสงแดดและกาลเวลา รุ่นนี้เริ่มสายการผลิตตั้งแต่ปี 1959 และลากยาวมาจนถึงปี 1980
จุดเด่นที่ทำให้เซียนยุโรปยอมควักกระเป๋าจ่ายแบบไม่อั้น คือขอบฟิล์มอะลูมิเนียม Pepsi (แดง-น้ำเงิน) ที่เฟดสีไปตามการใช้งาน บางเรือนสีแดงซีดจนกลายเป็นสีชมพูฟูเชีย (Fuchsia) บางเรือนสีน้ำเงินซีดจนกลายเป็นสีฟ้าอ่อน การที่แต่ละเรือนมีสีสันไม่ซ้ำกันเลย ทำให้มันกลายเป็น Unique Piece ที่ตอบโจทย์นักสะสมที่ต้องการความแปลกแยกและมีสไตล์เฉพาะตัว

พฤติกรรมหนึ่งที่สังเกตได้ชัดเจนมากในฝั่งยุโรป คือการลดขนาดตัวเรือนที่สวมใส่ลงมาค่ะ นาฬิกาขนาด 36mm กลับมาได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ซึ่งนี่เป็นผลดีอย่างยิ่งต่อตลาดวินเทจที่มักจะมีสัดส่วนตัวเรือนเล็กกว่าและบางกว่านาฬิกายุคปัจจุบัน การกลับมาของความนิยมนี้ ทำให้โมเดลที่เรียบง่ายที่สุด กลายเป็นที่ต้องการมากที่สุด
ถ้าถามว่ารุ่นไหนที่เซียนนาฬิกายกให้เป็นไอคอนแห่งความคลาสสิก Explorer Ref. 1016 มักจะเป็นชื่อแรกๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาค่ะ ผลิตตั้งแต่ปี 1960 ถึง 1989 ตัวเรือน 36mm กับหน้าปัดสีดำด้าน (Matte Dial) พร้อมพรายน้ำตัวเลข 3-6-9 คือความสมบูรณ์แบบที่ปราศจากสิ่งตกแต่งเกินความจำเป็น
ชาวยุโรปหลงใหลใน 1016 มาก เพราะมันสามารถสอดรับกับเสื้อเชิ้ตในวันทำงาน หรือแจ็กเก็ตหนังในวันหยุดได้อย่างไร้รอยต่อ และด้วยกระแสที่ Rolex ราคาขึ้นในตลาดรอง อย่างต่อเนื่อง การเก็บ 1016 สภาพเดิมๆ จึงกลายเป็น Safe Haven ที่นักลงทุนเลือกใช้เพื่อปกป้องมูลค่าสินทรัพย์ของตนเอง
ในปีนี้ เราเห็นการประเมินมูลค่าที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญค่ะ อดีตคนอาจจะมองหานาฬิกาหน้าตาใหม่กริบ แต่ปัจจุบัน Originality คือพระเจ้า รอยขีดข่วนบนตัวเรือน หรือพรายน้ำที่แตกบิ่นเล็กน้อย ไม่ใช่ตำหนิอีกต่อไป แต่เป็น Patina ที่พิสูจน์ความแท้จริง
หากคุณนำ 1016 หรือ 1675 ไปขัดตัวเรือนจนบาง หรือเปลี่ยนหน้าปัดใหม่ มูลค่าของมันในสายตานักสะสมฝั่งยุโรปจะร่วงลงทันทีเกินครึ่ง นี่คือจิตวิทยาของตลาด ที่ให้คุณค่ากับประวัติศาสตร์มากกว่าความสวยงามฉาบฉวย (30 มกราคม 2026) [4]
สรุปแล้ว การก้าวเข้าสู่โลกของวินเทจอย่าง Submariner 1680, GMT-Master 1675 หรือ Explorer 1016 ไม่ใช่แค่การซื้อเวลาจากอดีตค่ะ แต่เป็นการลงทุนในสุนทรียศาสตร์ ที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างหนักในตลาดยุโรป การตื่นตัวของ Heritage Collector ในปี 2026 ชี้ให้เห็นว่า นาฬิกาที่มีเรื่องราว มีร่องรอยของการใช้งาน และยังคงชิ้นส่วนออริจินัลไว้ได้ครบถ้วน คือสินทรัพย์ทางเลือกที่แท้จริง
เฌอรินน์ขอตอบในมุมของนักสะสมเลยนะคะว่า ไม่ควรเปลี่ยนเด็ดขาดหากไม่จำเป็น กระจกพลาสติกทรงโดมหรือทรงสูงดั้งเดิม (Tropic หรือ Cyclops) มีองศาความโค้งและมุมสะท้อนแสงที่เฉพาะตัวมาก การปล่อยให้มีรอยขนแมวบ้างคือเสน่ห์ของวินเทจค่ะ หากรอยกวนใจมากจริงๆ ช่างนาฬิกาที่ชำนาญสามารถใช้น้ำยาขัด ลบรอยออกได้บางส่วน
บางเรือนไม่ได้มีค่าเพราะมันสามารถต้านทานรอยขีดข่วนได้ดีที่สุด แต่มีค่าเพราะมันยอมจำนนต่อกาลเวลาและทิ้งร่องรอยประสบการณ์ไว้ให้เราได้เชยชม ตลาดอาจกำหนดราคามาตรฐานสำหรับนาฬิกาทั่วไป… แต่นักสะสมที่เข้าใจประวัติศาสตร์ต่างหาก ที่เป็นผู้กำหนดคุณค่าและต่อลมหายใจให้กับตำนานบนข้อมือค่ะ

