



เสียงค้อนไม้ที่กระทบแท่นในห้องประมูลของ Phillips และ Christie’s มักเป็นสัญญาณนำทางที่แม่นยำที่สุดของ Luxury Watch Market เสมอค่ะ สำหรับคนที่คลุกคลีอยู่กับการประมูล คงสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่สถิติโลกถูกทำลาย จะมี Rolex รุ่นที่ราคาพุ่ง ทะยานขึ้นใน Secondary Market ทันทีแบบไม่ต้องรอให้ข้ามวันค่ะ
ในโลกของ Watch Investment เราไม่สามารถประเมินมูลค่าของนาฬิกาจากแค่ความสวยงามได้อีกต่อไปค่ะ ข้อมูลสถิติจากแพลตฟอร์มอย่าง WatchCharts และรายงานของ Bloomberg บ่งชี้ว่า ความเคลื่อนไหวของราคาตลาดรอง มักเดินตามรอยความสำเร็จในห้องประมูลเสมอ เมื่อเรือนแชมป์ทำราคาทะลุเพดาน นาฬิกา Reference เดียวกันในตลาดก็จะถูกยกระดับมูลค่าฐานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
หากพูดถึงโมเดลที่ขับเคลื่อน Auction Watch ให้ร้อนระอุที่สุด ต้องยกให้ Zenith Daytona Ref. 16520 ค่ะ นาฬิกาเรือนนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 1988 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ เพราะแบรนด์ตัดสินใจใช้กลไกออโตเมติกเป็นครั้งแรก โดยปรับแต่งจากเครื่อง Zenith El Primero และสิ้นสุดสายการผลิตไปในปี 2000
เหตุการณ์สำคัญที่กระชากกราฟราคาให้พุ่งทะยาน คือในปี 2018 งานประมูล Daytona Ultimatum ของ Phillips ที่ 16520 หน้าปัดที่วงจับเวลาเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาล ถูกเคาะจบด้วยราคามหาศาล ส่งผลให้ 16520 ทั่วโลกถูกกว้านซื้อจนราคาพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาอันรวดเร็ว (22 กันยายน 2022) [1]
อีกสองขุนพลที่ทรงพลังบนกระดานประมูลคือ Submariner 5513 และ GMT-Master 1675 ค่ะ เฌอรินน์มองว่าเสน่ห์ของสองรุ่นนี้คือ ความไม่สมบูรณ์แบบที่กาลเวลามอบให้ 5513 คือหน้าปัด Matte Dial สุดคลาสสิกที่ผลิตยาวนานตั้งแต่ปี 1962 ถึง 1989
ส่วน 1675 คือศิลปะแห่งการเฟดสีของขอบฟิล์มเป๊ปซี่ที่ผลิตช่วงปี 1959 ถึง 1980 เมื่อใดก็ตามที่มี 1675 ขอบสีบานเย็น (Fuchsia Bezel) หรือ 5513 หน้าปัด Maxi Dial สภาพดั้งเดิม ปรากฏตัวในแคตตาล็อกของ Sotheby’s มันจะกลายเป็นไฮไลต์ที่ Watch Collector ทั่วโลกพร้อมทุ่มเงินประมูลเสมอ (28 มีนาคม 2025) [2]
มาวิเคราะห์ลงลึกกันที่สเปกค่ะ นาฬิกาทั้งสาม Reference ใช้วัสดุตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีลที่ทนทาน แต่จุดชี้ขาดมูลค่าจริงๆ อยู่ที่ชิ้นส่วนออริจินัล การหา Daytona 16520 หรือ Submariner 5513 ที่ยังคงมีพรายน้ำ Tritium ดั้งเดิม ไม่ผ่านการขัดแต่งตัวเรือนเป็นเรื่องที่ยากมาก
ยิ่งถ้ามาในรูปแบบ Full Set ที่มีใบรับประกันแบบเจาะรู กล่องตรงปี และป้ายแท็กครบถ้วน มันจะกลายเป็น Asset ที่มี Investment Potential สูงสุดทันที ซึ่งปัจจัยด้านความครบถ้วนนี้แหละค่ะ ที่เป็นแกนกลางสำคัญของ การลงทุนนาฬิกา 2026 สำหรับผู้ที่ต้องการจัดพอร์ตระดับ Masterpiece (23 เมษายน 2025) [3]
สถิติจากกระดานเทรด Chrono24 แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากค่ะ แม้ในช่วงที่ตลาดรวมอาจมีการพักตัว แต่กราฟของโมเดลที่ทำสถิติในงานประมูลอย่าง 16520 และ 1675 จะใช้วิธีทรงตัวในระดับสูง และพร้อมจะเบรกเอาต์ขึ้นไปทำ New High ทันทีที่มีกระแสข่าวการประมูลรอบใหม่
นาฬิกาเหล่านี้สอบผ่านบททดสอบของเวลามาแล้ว และเปี่ยมไปด้วย Future Vintage Potential ที่ต้านทานสภาวะเงินเฟ้อได้อย่างสมบูรณ์แบบ (2 ธันวาคม 2024) [4]

ความสนุกของการเป็นนักสะสมที่ติดตามตลาดประมูล คือการได้อ่านเกม และทำความเข้าใจพฤติกรรมของมหาเศรษฐีทั่วโลกค่ะ เมื่อเม็ดเงินระดับท็อปเทียร์ถูกอัดฉีดเข้ามาเพื่อครอบครองประวัติศาสตร์ มันได้สร้างแรงกระเพื่อม ส่งมาถึงตลาดรองที่เราๆ เทรดกันอยู่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในกลไกของตลาดนักสะสม เมื่อนาฬิการะดับยอดพีระมิดถูกประมูลไปด้วยราคาสถิติโลก นักลงทุนส่วนหนึ่งที่พลาดหวังจากการประมูล จะหันกลับมากว้านซื้อนาฬิการุ่นเดียวกันในตลาดรองทันที แม้สภาพอาจจะเป็นรองตัวแชมป์อยู่บ้าง
แต่นี่คือปฏิกิริยา Panic Buy เชิงบวก ที่ทำให้เกิดสภาพคล่องมหาศาล และเป็นตัวกระตุ้นให้ Rolex รุ่นที่กำลังสะสมพลัง ในซีรีส์ที่ใกล้เคียงกัน ถูกดึงราคาให้ขยับตามขึ้นไปทั้งแผงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ
สิ่งที่น่าสนใจมากในปี 2026 คือ Demand ของตลาดเปลี่ยนจาก ความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ไปสู่ความเดิมแท้ นักสะสมยอมจ่ายค่าพรีเมียมให้กับหน้าปัดที่มีรอยแตกลายงา หรือขอบฟิล์มที่มีรอยขีดข่วนจากการใช้งานจริง
เพราะสิ่งเหล่านี้คือใบรับรอง ทางธรรมชาติที่เทคโนโลยีในปัจจุบันไม่สามารถทำปลอมแปลงให้เหมือนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันคือความขลังที่ทำให้ตลาดวินเทจมีเสน่ห์ และขับเคลื่อนเม็ดเงินได้มหาศาลค่ะ
การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างงานประมูลและตลาดรอง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้นักลงทุนสามารถก้าวนำหน้าเทรนด์ไปได้หนึ่งก้าวเสมอค่ะ Daytona 16520, Submariner 5513 และ GMT-Master 1675 ได้พิสูจน์แล้วว่า การถือครอง Reference ที่มีประวัติศาสตร์ลึกซึ้ง สามารถสร้างผลกำไรที่เอาชนะตลาดกระแสหลักได้อย่างงดงาม
คำตอบคือ สถาบันประมูลมักจะตั้งราคา Estimate ให้ดูน่าดึงดูดใจ เพื่อดึงให้นักสะสมทั่วโลกเข้ามาร่วมเคาะราคา ให้ได้มากที่สุดค่ะ เมื่อเกิดการแข่งขันทางอารมณ์และศักดิ์ศรีในห้องประมูล ราคาจึงมักจะพุ่งทะยานทำลายเพดานตลาดรองไปอย่างราบคาบ ซึ่งสะท้อนมูลค่าทางอารมณ์ที่ประเมินเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้ค่ะ
เสียงค้อนในห้องประมูล อาจจบลงพร้อมกับตัวเลขสถิติใหม่ ที่ทำให้คนทั้งโลกต้องตื่นตะลึง แต่สำหรับนักสะสมตัวจริงแล้ว บางเรือนไม่ได้มีค่าเพราะราคาทุบสถิติโลก แต่มีค่าเพราะร่องรอยแห่งเวลา ที่มันอดทนผ่านมาต่างหากค่ะ

