



สวัสดีค่ะ เฌอรินน์เอง ถ้าคุณคือคนที่หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ได้กะเทาะฝุ่นแห่งกาลเวลาเพื่อตามหาของหายาก วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง Rolex รุ่นที่ผลิตน้อย กันค่ะ เสน่ห์ของการเป็นนักสะสมสาย Vintage คือการได้ค้นพบ Reference ที่ยุคหนึ่งเคยถูกหมางเมินจนยอดขายตกต่ำ แต่ในตลาดประมูลปี 2026 มันกลับกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่กุมชะตาและสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดรองค่ะ
ความตื่นเต้นของการล่าของวินเทจ มักเริ่มต้นที่เรื่องราวความล้มเหลวหรือความพยายามในการทดลองทางวิศวกรรมในอดีตค่ะ นาฬิกาที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์คนเฉพาะกลุ่มจนเกินไป มักจะมีสายการผลิตที่สั้นและมีจำนวนจำกัด เมื่อเวลาผ่านไปเกือบครึ่งศตวรรษ นาฬิกาที่เป็นเหมือนแกะดำในวันนั้น กลับกลายเป็นประติมากรรมแห่งกาลเวลาที่นักสะสมระดับโลกแย่งชิงกันครอบครอง
นอกจากนี้ สตอรี่เบื้องหลังการใช้งานจริงในยุคที่ยังไม่มีสมาร์ทวอทช์ก็เป็นอีกหนึ่งมนต์ขลังค่ะ นาฬิกาเหล่านี้เคยเป็นเหมือนอุปกรณ์ยังชีพ ที่ผ่านการสมบุกสมบัน ร่องรอยการเฟดของพรายน้ำทริเทียมตามธรรมชาติหรือรอยเฟดบนขอบเบเซล จึงกลายเป็น DNA เฉพาะตัวที่ไม่มีวันซ้ำกัน เหมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่นักสะสมรุ่นใหม่ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อครอบครองร่องรอยแห่งกาลเวลาเหล่านี้เลยค่ะ (14 สิงหาคม 2025) [1]
บันทึกจากหน้าประวัติศาสตร์ระบุว่า Milgauss Ref. 1019 เปิดตัวราวๆ ปี 1960 โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ในเซิร์น (CERN) ที่ต้องเผชิญกับสนามแม่เหล็กแรงสูง ดีไซน์หน้าปัดที่ดูเรียบหืด เข็มวินาทีแบบตรงธรรมดา ที่ไร้ซึ่งทรงสายฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มันทำยอดขายได้น่าผิดหวังอย่างรุนแรงในยุคนั้น จนแบรนด์ต้องลดกำลังการผลิตลงมหาศาล
และในที่สุดก็ยุติการผลิตไปอย่างเงียบๆ ในปี 1988 ความตกต่ำในอดีตนี้เองที่กลายมาเป็นจุดแข็ง เพราะ 1019 หน้าปัด CERN (ที่จงใจไม่ใส่สารเรืองแสงเพื่อป้องกันการรบกวนเครื่องวัดรังสี) กลายเป็นหนึ่งในรหัสที่หายากที่สุดในโลกของ Collector Market ค่ะ (18 เมษายน 2025) [2]
ถัดมาคือสองขุนพล Tool Watch ที่ถูกสวมใส่บุกป่าฝ่าดงจนแทบไม่เหลือสภาพสวยงามให้เราเห็นในปัจจุบันค่ะ Sea-Dweller 1665 รุ่นแรกๆ ที่มาพร้อมหน้าปัดสกรีนอักษรสีแดงสองบรรทัด หรือ Double Red (ผลิตช่วงปี 1967) คือที่สุดของนวัตกรรมดำน้ำลึกที่มาพร้อมวาล์วระบายก๊าซฮีเลียม
ในขณะที่ Explorer II 1655 (ปี 1971) ก็ถูกออกแบบมาเพื่อนักสำรวจถ้ำ ด้วยหน้าปัดที่ดูรกตาและเข็มบอกเวลา 24 ชั่วโมงสีส้มขนาดใหญ่ ทำให้ช่วงแรกมันไม่เป็นที่นิยมเลย การพบเจอสองรุ่นนี้ในสภาพที่ยังไม่บอบช้ำ จึงถือเป็นแกนกลางสำคัญของ การลงทุนนาฬิกา 2026 ที่เน้นเรื่องการสะสมมูลค่าจากความขาดแคลนค่ะ
เจาะลึกลงไปที่รายละเอียดกันอีกนิดนะคะ ทั้ง 1019, 1665 และ 1655 ล้วนใช้วัสดุสเตนเลสสตีลที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทาน แต่ตัวแปรที่ทำให้มูลค่าในการลงทุน ต่างกันราวฟ้ากับเหวคือ ความออริจินัล นาฬิกาที่ยังคงมีพรายน้ำทริเทียมแท้ๆ ซึ่งเฟดสีเป็นเหลืองฟักทอง และตัวเรือนมุมคมๆ แบบไม่เคยผ่านการขัดแต่งถือว่าหายากมากแล้ว
ยิ่งถ้ามาพร้อมออปชัน Full Set คือมีกล่องไม้ตรงยุค มีใบรับประกันแบบเจาะรูหรือเขียนมือดั้งเดิม มูลค่าของมันจะพุ่งทะยานพรีเมียมกว่าเรือนเปล่าเกิน 40% เพราะนี่คือใบรับรองประวัติศาสตร์ที่เทคโนโลยีปัจจุบันทำปลอมแปลงให้เหมือนไม่ได้ค่ะ (13 มกราคม 2026) [3]
สถิติจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์อย่าง WatchCharts และตัวเลขจากงานประมูลระดับโลกของ Phillips และ Sotheby’s ชี้ให้เห็นว่า กราฟราคาของนาฬิกา Reference เหล่านี้ไม่ได้แกว่งตัวผันผวนตามกระแสเศรษฐกิจเลยค่ะ แต่เป็นกราฟที่ซึมลึกและไต่ระดับฐานราคา (Floor Price) ขึ้นอย่างมั่นคง
ในช่วงปี 2024-2025 ที่ผ่านมา มี 1655 สภาพ New Old Stock ที่ทำราคาทะลุเพดานประเมินไปอย่างสวยงาม นี่คือ Future Vintage Potential ที่ตอกย้ำว่า เมื่อซัพพลายในตลาดไม่มีการผลิตเพิ่ม สภาพคล่องของแรร์ไอเทมจะถูกกำหนดด้วยความต้องการของนักล่าของแรร์แต่เพียงฝ่ายเดียว

การจะจับทิศทางของเม็ดเงินใน Secondary Market ยุคใหม่ เราต้องเข้าใจจิตวิทยาของคนที่ยอมจ่ายเงินหลักล้านเพื่อแลกกับนาฬิกาหน้าตาธรรมดาๆ ที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนค่ะ ในสภาวะที่สินทรัพย์ดิจิทัลผันผวน นาฬิกาวินเทจที่จับต้องได้และมีจำนวนจำกัด ได้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด
โดยเฉพาะเทรนด์การลงทุนในปี 2026 ที่กลุ่มนักลงทุนกระเป๋าหนัก เริ่มกระจายความเสี่ยงจากพอร์ตหุ้นมาพักเงินไว้ในสินทรัพย์ทางเลือก ประเภท Hard Asset กันมากขึ้น ซึ่ง Rolex วินเทจที่เลิกผลิตไปแล้วตอบโจทย์นี้แบบไร้ที่ติ เพราะซัพพลายในตลาดมีแต่จะลดลงจากการสูญหายหรือพังทลายตามกาลเวลา ในขณะที่ดีมานด์การตามล่ากลับพุ่งทะยานขึ้นทุกวันค่ะ
เวลาที่เราวิเคราะห์การเทรดบน Chrono24 เฌอรินน์พบว่าพฤติกรรมการกว้านซื้อในปี 2026 มุ่งเน้นไปที่ความจำกัดของการผลิต มากกว่าดีไซน์ที่หรูหราค่ะ
นักสะสมยอมเทเม็ดเงินก้อนใหญ่เพื่อครอบครองโมเดล 1665 หรือ 1019 เพราะมันคือเกราะป้องกันเงินเฟ้อโดยธรรมชาติ การมีของที่คนอื่นมีเงินล้นฟ้าก็หาซื้อไม่ได้ทันที คือความภาคภูมิใจและเป็นสินทรัพย์ที่รักษาความมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง
เมื่อของหายากเหล่านี้ ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มคนที่หลงใหลประวัติศาสตร์ มันมักจะถูกเก็บล็อกเข้าเซฟ และแทบจะไม่ออกมาสู่ตลาดหมุนเวียนอีกเลย
ปรากฏการณ์ของหายากที่ยิ่งหายากขึ้นไปอีก ทำให้โมเดลคลาสสิกเหล่านี้ ถูกยกระดับสถานะให้กลายเป็น Rolex Vintage น่าลงทุน ที่ได้รับความไว้วางใจจากสื่อกลางระดับโลกอย่าง Bloomberg และ Forbes ในแง่ของการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ทางเลือก ที่มีแนวโน้มจะทำผลกำไรระยะยาวได้ดีกว่าหุ้นกลุ่มบลูชิปบางตัวเสียอีกค่ะ
การออกล่าและครอบครอง Milgauss 1019, Sea-Dweller 1665 หรือ Explorer II 1655 ไม่ใช่เกมของคนที่ใจร้อนหวังกำไรข้ามคืนค่ะ แต่มันคือศาสตร์ของการขุดค้นเพชรที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของอดีต นาฬิกาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองข้ามเพราะหน้าตาที่แปลกประหลาดและการผลิตที่น้อยนิด ได้ถูกกาลเวลาพิสูจน์แล้วว่ามันคือขุมทรัพย์ที่ทรงคุณค่าที่สุด
เฌอรินน์ขอตอบว่า ยังน่าลงทุนค่ะ แต่ต้องประเมินสภาพให้ขาด นาฬิกาตัวเปล่าจะใช้เงินลงทุนที่ถูกกว่า Full Set อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่คุณต้องตรวจสอบให้ละเอียดคือ สภาพหน้าปัด เข็ม มาร์กเกอร์ และขอบตัวถัง ต้องเป็นของแท้ดั้งเดิมและตรงปีผลิตทั้งหมด หากเรือนเปล่านั้นสภาพสมบูรณ์ มุมอ้วนคมกริบแบบไม่เคยขัด มันก็ยังมีอนาคตค่ะ
บางเรือนไม่ได้มีค่าเพราะมันเกิดมาพร้อมกับความสำเร็จและยอดขายที่ถล่มทลาย แต่มีค่าเพราะความโดดเดี่ยวที่ทำให้มันต้องยืนหยัดข้ามผ่านกาลเวลามาอย่างเงียบเชียบค่ะ

