



ช่วงนี้ถ้าใครแวะไปตามงานมีตติ้งของกลุ่ม Watch Collector จะสังเกตเห็นแพทเทิร์นหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนมากค่ะ จากอดีตที่ทุกคนวิ่งไล่ตามโมเดลหน้าปัดเซรามิกยอดฮิต ตอนนี้สายตาของกลุ่มนักลงทุนหน้าใหม่ และนักล่าของแรร์ กลับโฟกัสไปที่ Rolex รุ่นดาวรุ่งนักสะสม ในยุค Neo-Vintage (ช่วงยุค 90s ถึงต้น 2000s) กันอย่างคึกคักค่ะ
หากเราวิเคราะห์ทิศทางของ Secondary Market ในช่วงปี 2026 เราจะพบว่าตลาดได้ผ่านช่วงการปรับฐาน มาแล้วอย่างสมบูรณ์แบบค่ะ รายงานจากนิตยสารการเงินระดับโลกอย่าง Forbes และ Bloomberg บ่งชี้ตรงกันว่า นักเก็งกำไรระยะสั้นได้หายไปจากตลาดเกือบหมดแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่คือ Real Demand หรือความต้องการที่แท้จริงจากนักสะสม
ซึ่งกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาสู่วงการนี้ เริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า พวกเขาต้องการนาฬิกาที่ใส่แล้วซ้ำกับคนอื่นเดินชนกันบนบีทีเอส หรือต้องการงานศิลปะที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และมีเสน่ห์เฉพาะตัวกันแน่ (9 มกราคม 2026) [1]
ความน่าสนใจของ Beginner Collector ในยุคนี้คือ พวกเขาทำการบ้านหนักมากค่ะ แทนที่จะจ่ายเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อนาฬิกาปีล่าสุดที่ราคายังผันผวน พวกเขากลับเลือกที่จะถอยหลังกลับไปหา Reference ยุค 90s ที่ราคาเริ่มนิ่งและมีเสถียรภาพ
การเลือกใส่นาฬิกาที่มีสัดส่วนตัวเรือนบาง คลาสสิก และมีร่องรอยการใช้งานเล็กน้อย กลายเป็นการแสดงออกถึง รสนิยมและความลึกซึ้งที่เงินซื้อไม่ได้ ซึ่งเป็นจิตวิทยาหลักที่ดันให้นาฬิกากลุ่มนี้กลายเป็นที่ต้องการอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อพูดถึงประตูบานแรกที่เปิดรับคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกของวินเทจ Explorer Ref. 14270 และ Datejust Ref. 16234 คือสองขุนพลที่ทรงพลังที่สุดค่ะ สำหรับ Explorer 14270 มันคือความมินิมอลขั้นสุด หน้าปัดสีดำเงากับตัวเลขอารบิก 3-6-9 ให้ลุคสปอร์ตที่ซ่อนความเนี้ยบ สามารถใส่เข้ากับเสื้อยืดหรือสูทได้อย่างไร้รอยต่อ
ในขณะที่ Datejust 16234 คือตัวแทนของความหรูหราแบบคลาสสิก ด้วยขอบหยักทองคำขาว และสายจูบิลี่ ที่สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ มันคือ Signature ที่แบรนด์มงกุฎสร้างไว้และไม่เคยตกยุคเลย (18 พฤษภาคม 2025) [2]
มาเจาะลึกสเปกที่สายลงทุนต้องรู้กันค่ะ Explorer 14270 เปิดตัวครั้งแรกในปี 1989 และเลิกผลิตไปในปี 2001 ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 36mm เปลี่ยนผ่านจากกระจกพลาสติกมาใช้กระจกแซฟไฟร์เป็นรุ่นแรกของสายนี้ ส่วน Datejust 16234 เริ่มผลิตช่วงปี 1988 ถึงกลางยุค 2000s สิ่งที่ชี้ชะตามูลค่าในตลาดคือสารเรืองแสงค่ะ
นาฬิกาที่ผลิตก่อนปี 1998 จะใช้พรายน้ำ Tritium (สังเกตตัว T ที่ขอบล่างหน้าปัด) ซึ่งจะเฟดสีเป็นเหลืองครีมเมื่อเวลาผ่านไป และกฎเหล็กของวงการ Auction Watch ในตอนนี้คือ หากคุณหาเรือนที่มาพร้อมออปชัน Full Set (มีใบรับประกันแบบเจาะรู กล่องไม้ตรงยุค คู่มือดั้งเดิม) มันจะมีมูลค่าพรีเมียมสูงกว่าเรือนเปล่าทันที 30-40% (11 กรกฎาคม 2025) [3]
จากข้อมูลความเคลื่อนไหวบน WatchCharts และกระดานเทรด Chrono24 กราฟราคาของ 14270 และ 16234 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งระดับเพชรค่ะ แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจผันผวน กราฟของสองรุ่นนี้ไม่เคยปักหัวลงรุนแรง แต่เป็นการค่อยๆ สร้างฐานราคาใหม่ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ในงานประมูลของ Phillips เมื่อปลายปีที่ผ่านมา 14270 สภาพ New Old Stock สามารถทำราคาเคาะประมูลได้สูงลิ่วทะลุเพดานประเมิน ทิศทางเหล่านี้สอดคล้องกับแนวโน้ม การลงทุนนาฬิกา 2026 ที่เน้นกระจายความเสี่ยงมายังสินทรัพย์ที่จับต้องได้และมีอัตราการเกิดใหม่เป็นศูนย์ ทำให้นาฬิกาทั้งสองรุ่นนี้สอบผ่านเกณฑ์ Asset Class ระยะยาวได้อย่างไร้ข้อกังขาค่ะ

เมื่อนักสะสมรุ่นใหม่เริ่มมีประสบการณ์และต้องการก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่ดุเดือดขึ้น สายตาของพวกเขามักจะหยุดอยู่ที่ตระกูลดำน้ำระดับไอคอนิกค่ะ Submariner Ref. 16610 คือรอยต่อของวิวัฒนาการ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดรุ่นหนึ่งในสายตาของเฌอรินน์ มันคือการผสานความดิบเถื่อนของอดีต เข้ากับความทนทานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีชั้นเชิง
Submariner 16610 เริ่มสายการผลิตตั้งแต่ปี 1988 ยาวไปจนถึงปี 2010 ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีล 904L ขนาด 40mm สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่หลงใหลจนต้องตามล่า คือสัดส่วนตัวเรือน ที่เพรียวบางและมีขาตัวเรือนที่แหลมคมกว่ารุ่นปัจจุบัน
รวมถึงขอบฟิล์มอะลูมิเนียมที่เมื่อผ่านการใช้งาน จะเกิดรอยขีดข่วนและการเฟดสีทำให้ 16610 แต่ละเรือนในโลกมีหน้าตาที่ไม่ซ้ำกันเลย มันคือเสน่ห์ที่หน้าปัดเซรามิกเงาวับยุคนี้ไม่สามารถมอบให้ได้ค่ะ
แม้ 16610 จะมีช่วงเวลาผลิตที่ยาวนานและมีจำนวนผลิตค่อนข้างมาก แต่ความจริงในตลาดรองวันนี้คือ สภาพแชมป์หายากมากค่ะ เพราะในอดีตมันถูกใช้งานอย่างหนักในฐานะ Tool Watch การจะหาเรือนที่ขอบมุมคมกริบแบบไม่เคยขัดแต่ง และหน้าปัดพรายน้ำทริเทียมฟูๆ คือการงมเข็มในมหาสมุทร
การดึงนาฬิกาสภาพสมบูรณ์เหล่านี้ออกจากระบบและล็อกเก็บไว้ในเซฟ ถือเป็น กลยุทธ์สะสม Rolex ที่นักลงทุนรุ่นใหม่กำลังทำกันอย่างเงียบเชียบ ส่งผลให้ Supply ในตลาดหมุนเวียนน้อยลง และมี Future Vintage Potential ที่จะกลายเป็นของแรร์เต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้ค่ะ
ปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่หันมาเทเม็ดเงินให้กับ Datejust 16234, Explorer 14270 และ Submariner 16610 ชี้ให้เห็นว่า ตลาด Watch Collecting ในปี 2026 กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยความรู้และคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มากกว่ากระแสฉาบฉวยค่ะ นาฬิกาเหล่านี้คือสะพานเชื่อมระหว่างยุควินเทจและโมเดิร์น ที่มีสภาพคล่องสูง ปลอดภัยจากภาวะฟองสบู่ค่ะ
เป็นคำถามที่เฌอรินน์เจอบ่อยมากจาก Beginner Collector ค่ะ คำตอบคือตรงกันข้ามเลยค่ะ ในโลกของนักสะสมและงานประมูลระดับโลก การที่สารเรืองแสง Tritium เสื่อมสภาพจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองครีมหรือสีฟักทอง (Patina) ถือเป็นมูลค่าเพิ่มที่ทรงพลังที่สุด มันคือใบรับรองความออริจินัลที่กาลเวลาเป็นผู้ออกให้ค่ะ
ตัวเลขบนกระดานเทรดอาจทำหน้าที่แค่บอกเราว่า วันนี้นาฬิกาเรือนหนึ่งมีมูลค่าเท่าไหร่ในสายตาคนทั่วไป แต่รอยขนแมวบนตัวเรือนและสีสันที่ซีดจางบนหน้าปัดต่างหาก ที่คอยบอกเล่าว่ามันผ่านร้อนผ่านหนาวและบอกเวลาให้ผู้คนมาแล้วกี่ทศวรรษค่ะ

