LV รุ่นที่หายาก ทำไมปี 2025 ใครก็อยากครอบครอง

LV รุ่นที่หายาก

LV รุ่นที่หายาก ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันสำหรับคนที่มีความหลงใหลในศิลปะและประวัติศาสตร์ ในโลกที่ใครๆ ก็ถือ Louis Vuitton เดินชนกันที่สยามพารากอน เชื่อไหมว่ากระเป๋าบางใบราคาพุ่งขึ้นไป 500% ในเวลาไม่กี่ปี เพียงเพราะมันหาไม่ได้อีกแล้ว วันนี้ป๋าจะพาไปเปิดประตูสู่โลก Exclusive ที่คนทั่วไปไม่มีวันได้เห็น และไขความลับว่าทำไมของเก่าเก็บพวกนี้ถึงมีค่ามหาศาล

  • 3 รุ่นเทพเจ้าที่เซียนพลิกแผ่นดินหา
  • ของหายากพวกนี้ไปซ่อนอยู่ที่ไหน
  • จะดูยังไงว่า “หายากจริง” หรือแค่ “ปั่นกระแส”

ทำไมความหายากจึงเร่งราคาได้แรงที่สุด

หลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ ครับ “ของยิ่งน้อย ความต้องการยิ่งมาก ราคายิ่งแพง” แต่สำหรับ Louis Vuitton มันมีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น ถ้าย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ ช่วงยุค 2000s ภายใต้การนำของ Marc Jacobs แบรนด์เริ่มจับมือกับศิลปินระดับโลก เพื่อสร้างสรรค์คอลเลกชันพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัดมากๆ กลยุทธ์นี้แหละที่เปลี่ยนกระเป๋าเดินทางให้กลายเป็นงานศิลปะที่สะสมได้

ลองนึกภาพตามป๋านะครับ ในปี 2003 ที่ Takashi Murakami เปลี่ยนโลโก้ Monogram สีน้ำตาลทึมๆ ให้กลายเป็น Multicolor สีสันสดใส ตอนนั้นคนหัวโบราณก่นด่ากันระงม แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือจุดเริ่มต้นของตำนาน

พอมาถึงวันนี้ รุ่น Multicolor สภาพกริ๊บๆ กลายเป็นของหายากที่ราคาแพงกว่าตอนออกใหม่หลายเท่า เพราะมันคือตัวแทนของยุคสมัยที่แฟชั่นสนุกที่สุด และไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว นี่คือเสน่ห์ของรุ่นหายาก ที่ทำให้คนยอมจ่ายไม่อั้นเพื่อดึงอดีตกลับมาครอง

เปิดทำเนียบ 3 รุ่นเทพเจ้าที่เซียนพลิกแผ่นดินหา

ถ้าคุณคิดจะเข้าวงการนี้ ต้องรู้จัก 3 รุ่นนี้ไว้ประดับสมองครับ

  • Louis Vuitton x Stephen Sprouse Graffiti (2001): นี่คือจุดเริ่มต้นของ Street Luxury ที่แท้ทรู การเอาตัวหนังสือ Graffiti มาพ่นทับลาย Monogram มันคือความขบถที่เท่ระเบิดเถิดเทิง โดยเฉพาะรุ่น Alma MM Graffiti ที่ตอนนี้ราคา Resale สภาพสวยๆ ทะลุแสนไปไกลแล้ว และหาของยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร
  • Louis Vuitton x Supreme (2017): ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ เพราะนี่คือปรากฏการณ์ที่ทำให้โลกแตก การเจอกันของราชา High End กับราชา Streetwear ทำให้เกิดกระเป๋า Keepall 45 Red Epi ที่ราคาพุ่งไปแตะหลักล้านบาทในช่วงพีคๆ ใครที่มีเก็บไว้คือเหมือนถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 โดยไม่ต้องลุ้น
  • Louis Vuitton Monogram Miroir (2006): (รุ่นนี้ป๋าแอบเชียร์ แอบรัก 55) กระเป๋าสีเงินและทองเงาวับราวกับกระจก ที่ Paris Hilton ถือจนดังพลุแตก รุ่นนี้หายากมากเพราะวัสดุไวนิล (Vinyl) มันดูแลยากและลอกง่ายตามกาลเวลา ใครที่ยังเก็บรักษาสภาพสมบูรณ์ไว้ได้ คือเทพเจ้าแห่งการดูแลของจริงๆ และราคามันก็ตอบแทนความพยายามนั้นอย่างสาสมครับ

ของหายากพวกนี้ไปซ่อนอยู่ที่ไหน

อย่าหวังว่าจะเดินไปเจอของพวกนี้วางขายโต้งๆ ในช็อปมือสองทั่วไปครับ ของดีระดับนี้มันมีการซื้อขายกันใน “วงปิด” หรือไม่ก็ผ่านสถาบันประมูลระดับโลกอย่าง Sotheby’s หรือ Christie’s เท่านั้น (13 ธันวามค 2022) [1]

อีกแหล่งที่น่าสนใจคือร้าน Vintage ระดับ High-End ในญี่ปุ่นย่าน Omotesando อย่างร้าน Amore Vintage ที่ป๋าเคยเล่าให้ฟัง ที่นั่นคือสวรรค์ของคนรัก LV รุ่นหายากจริงๆ แต่คุณต้องตาดีและมือไว เพราะของลงปุ๊บ ไปปั๊บ ภายในไม่กี่นาที

ก่อนเข้าสู่เกมของหายาก คุณสามารถเริ่มศึกษาหลักการทำกำไรและบริหารพอร์ตได้ที่ ลงทุนในกระเป๋า LV ของเราก่อนได้ครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูลการประมูลระดับโลก

อยากรู้ราคาจริงที่คนเขาสู้กันไหมครับ? ลองเข้าไปดูสถิติย้อนหลังของ Sotheby’s ดูสิครับ แล้วคุณจะตกใจว่ากระเป๋าใบเก่าๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร บางใบจบประมูลที่ราคาแพงกว่ารถยนต์ป้ายแดงซะอีก ข้อมูลพวกนี้แหละครับที่เป็น Benchmark ชั้นดีเวลาเราจะตั้งราคาขาย หรือประเมินมูลค่าของในมือเรา ไม่ใช่ไปเชื่อราคาปั่นในเน็ตมั่วซั่ว (8 พฤศจิกายน 2024) [2]

สำหรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอัตราการรักษามูลค่า และกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวในแบรนด์นี้ โปรดดูที่ คู่มือลงทุน LV เพื่อเสริมความเข้าใจที่สมบูรณ์

สถิติราคาที่พิสูจน์ความขลัง

ดูตัวเลขกันชัดๆ ครับ รุ่น Speedy 30 Monogram Graffiti สีเขียว จากปี 2001 ราคาเปิดตัวตอนนั้นประมาณ 30,000 – 40,000 บาท เชื่อไหมว่าในปี 2024 นี้ สภาพสวยๆ มีการซื้อขายกันที่ราคา 80,000 – 120,000 บาท คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 200% ในระยะเวลา 20 ปี ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับสินค้าแฟชั่น และที่สำคัญคือกราฟราคามันยังเชิดหัวขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะตก เพราะของมันมีแต่น้อยลงทุกวันครับ

จะดูยังไงว่า “หายากจริง” หรือแค่ “ปั่นกระแส”

LV รุ่นที่หายาก

ในวงการนี้มีพวกปั่นราคาเยอะครับ เอารุ่นธรรมดามาบอกว่า Limited เพื่อหลอกขายมือใหม่ วิธีดูง่ายๆ คือให้เช็ค “Production Run” หรือจำนวนผลิตครับ รุ่นที่เป็น Limited จริงๆ จะมีการรันหมายเลข หรือผลิตขายแค่ช่วงเวลาสั้นๆ และที่สำคัญคือต้องมี “Story” รองรับ ไม่ใช่แค่ออกสีใหม่มาเฉยๆ แล้วบอกว่าหายาก

เปรียบเทียบ Limited Edition vs Seasonal

ต้องแยกให้ออกนะครับ Limited Edition คือของที่ตั้งใจผลิตน้อยเพื่อสะสม เช่น รุ่นฉลองครบรอบ 100 ปี หรือรุ่น Collab กับศิลปิน พวกนี้ราคาขึ้นแน่นอน แต่ Seasonal คือรุ่นที่ออกตามฤดูกาล เปลี่ยนสี เปลี่ยนวัสดุนิดหน่อย พวกนี้ช่วงแรกอาจจะดูหายากเพราะของยังไม่เข้าช็อป แต่พอผ่านไปสักพัก ของเกลื่อนตลาด ราคาก็จะร่วงลงมาตามระเบียบ

การลงทุนใน Seasonal มีความเสี่ยงสูงกว่ามาก ถ้าไม่ใช่สีที่ปังจริงๆ อย่างสีชมพู Rose Ballerine หรือสีเทา Tourterelle ที่คนตามหากันตลอด

เคล็ดลับการดูแลรักษาของหายากให้สภาพคงทน

ของหายากส่วนใหญ่มักใช้วัสดุพิเศษที่บอบบางกว่าปกติ เช่น หนังแก้ว หรือไวนิล ศัตรูตัวฉกาจคือ “ความชื้น” และ “การดูดสี” ป๋าแนะนำให้เก็บในห้องควบคุมอุณหภูมิ ใส่ถุงผ้าสีขาว (ห้ามใช้สีเข้มเด็ดขาด) และเอาออกมาสูดอากาศบ้างเดือนละครั้ง

อย่าเก็บลืมในตู้เซฟ เพราะหนังอาจจะละลายหรือเหนียวติดกันได้ การดูแลรักษาที่ดีคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครับ เพราะสภาพที่ต่างกันแค่นิดเดียว ราคาขายต่ออาจต่างกันเป็นแสน

ความเสี่ยงเรื่องของปลอมระดับ Super Fake

ยิ่งของหายาก ของปลอมยิ่งทำเนียนครับ โดยเฉพาะรุ่น Collab ดังๆ อย่าง Supreme x LV นี่ของปลอมเกลื่อนเมืองชนิดที่แยกด้วยตาเปล่าแทบไม่ออก จุดตายที่ป๋าใช้ดูคือ “Font Stamping” และ “Date Code” ครับ

ของแท้ฟอนต์ต้องคมชัด ไม่เบลอ และ Date Code ต้องสอดคล้องกับปีที่คอลเลกชันนั้นออกจำหน่าย เช่น ถ้าเป็นรุ่น Graffiti ปี 2001 Date Code ก็ต้องเป็นช่วงปี 01 ไม่ใช่ปี 20 หรือ 21 ถ้าเจอแบบนั้นคือปลอมแน่นอนครับ (30 พฤศจิกายน 2025) [3]

รุ่นไหนจะเป็นตำนานบทต่อไป

ป๋ามองว่าผลงานชิ้นสุดท้ายของ Virgil Abloh ก่อนเสียชีวิต โดยเฉพาะคอลเลกชัน “Amen Break” (Spring-Summer 2022) จะกลายเป็นของหายากระดับตำนานในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เพราะมันคือบทสรุปของอัจฉริยะผู้ล่วงลับ และมีจำนวนจำกัดมาก ใครที่เก็บรุ่นพวกนี้ไว้ เตรียมตัวรับทรัพย์ก้อนโตได้เลยครับ

บทสรุปของนักล่าฝัน LV รุ่นที่หายาก

LV รุ่นที่หายาก คือเกมของคนใจนิ่งและเงินเย็นครับ อย่ารีบร้อนซื้อเพราะกลัวตกรถ ให้ศึกษาข้อมูลให้แน่น ดูของให้เป็น แล้วรอจังหวะที่ใช่ เมื่อเจอของแท้สภาพสวยในราคาที่รับได้ ให้ตะครุบไว้ทันที เพราะโอกาสแบบนั้นอาจจะไม่วนกลับมาอีกแล้ว

ถ้าต้องเก็บรุ่นหายากใบเดียว ควรเริ่มจากตัวไหน

ถ้าให้ป๋าฟันธงใบแรกสำหรับมือใหม่หัดสะสมของแรร์ ขอแนะนำ Louis Vuitton Speedy 30 Monogram Cerises (Cherry) ปี 2005 ครับ ผลงานของ Takashi Murakami ที่เป็นลายลูกเชอร์รี่หน้ายิ้มบนพื้นโมโนแกรม รุ่นนี้มีความสมดุลระหว่างความคลาสสิกกับความขี้เล่น ราคา Resale ยังพอจับต้องได้ (ประมาณ 5-7 หมื่นบาท) ซื้อมาเก็บไว้ดูเล่นก็เพลิน ขายต่อก็กำไรแน่นอนครับ

บทส่งท้ายจากป๋า

หวังว่าบทความ LV รุ่นที่หายาก นี้จะจุดไฟให้นักสะสมลุกโชนนะครับ การตามหาของหายากมันสนุกตรงระหว่างทางนี่แหละครับ ได้ลุ้น ได้ค้นหา ได้ครอบครอง และสุดท้ายคือได้ส่งต่อความทรงจำ (และกำไร) ให้กับคนรุ่นต่อไป ขอให้สนุกกับการล่าสมบัตินะครับ!

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง