



Gucci วินเทจซื้อที่ไหน เป็นคำถามที่แบ่งแยกระหว่าง “นักท่องเที่ยวขาช้อป” กับ “นักลงทุนมือโปร” ออกจากกันอย่างชัดเจนครับ เชื่อป๋าเถอะว่าการเดินดุ่มๆ เข้าไปในร้านมือสองโดยไม่มีลายแทง มันก็เหมือนการเดินเข้าคาสิโนที่มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เดี๋ยวป๋าจะพาไปทัวร์ตั้งแต่ย่านลับในโตเกียว ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักครับ
ถ้าจะพูดถึงแหล่งของวินเทจสภาพนางฟ้า ต้องยกให้ญี่ปุ่นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกแบบไร้คู่แข่งครับ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ถ้าย้อนกลับไปในช่วงยุคฟองสบู่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นช่วงปี 1986 ถึง 1991 ตอนนั้นคนญี่ปุ่นรวยล้นฟ้าและบ้าแบรนด์เนมเข้าเส้น ชนิดที่ว่ากวาดซื้อ Gucci, LV, Chanel จากช็อปยุโรปมาเก็บไว้ล้นตู้
พอฟองสบู่แตกและเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงปี 2000s ของพวกนี้ก็ถูกเทขายออกมาสู่ตลาดมือสองในสภาพที่ “กริ๊บ” มากๆ เพราะคนญี่ปุ่นมีนิสัยรักสะอาดและดูแลของดีเยี่ยม ประกอบกับกฎหมายต่อต้านของปลอมที่เข้มงวดที่สุดในโลก ทำให้ร้านค้ามือสองในญี่ปุ่นมีมาตรฐานสูงปรี๊ด
ถ้าคุณไปโตเกียว ให้ไปที่ย่าน Omotesando และ Daikanyama ทันที ที่นี่คือแหล่งรวมร้าน Vintage High-End ที่คัดของมาแล้วเน้นๆ ร้านที่ป๋าแนะนำคือ Amore Vintage ร้านนี้คือที่สุด โดยเฉพาะรุ่นหายากอย่าง Bamboo หรือ Jackie สภาพเหมือนเพิ่งออกจากช็อปเมื่อวาน ราคาอาจจะแรงกว่าร้านทั่วไปนิดหน่อย แต่แลกมาด้วยสภาพที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว (25 ธันวาคม 2019) [1]
อีกย่านที่พลาดไม่ได้คือ Nakano Broadway ครับ ที่นี่อาจจะดูบ้านๆ หน่อย แต่ชั้นบนๆ เต็มไปด้วยร้านนาฬิกาและกระเป๋าแบรนด์เนมที่ราคาดีงามมาก เหมาะสำหรับสายตาเหยี่ยวที่ชอบรื้อค้น
ร้านอย่าง Jackroad หรือ Daikokuya สาขาใหญ่ มักจะมีของหลุดจำนำสภาพสวยๆ มาวางขายในราคาที่เอาไปทำกำไรต่อได้สบายๆ เคล็ดลับคือให้พกพาสปอร์ตไปด้วยเสมอ เพื่อทำ Tax Free 10% หน้างานทันที ประหยัดไปได้หลายพันบาทเลยนะจะบอกให้
ถ้าคุณไม่อยากเสียค่าตั๋วเครื่องบิน โลกออนไลน์คือคำตอบครับ แต่ไม่ใช่ซื้อใน IG มั่วซั่วนะครับ ต้องเล่นเว็บระดับ Global เท่านั้น แพลตฟอร์มที่ป๋าใช้ประจำคือ Vestiaire Collective จากฝรั่งเศส และ The RealReal จากอเมริกา ข้อดีของเว็บพวกนี้คือเขามีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยตรวจสอบสินค้าก่อนส่งถึงมือเรา ทำให้ความเสี่ยงเรื่องของปลอมลดลงไปเยอะมาก
โดยเฉพาะ Vestiaire Collective นี่คือแหล่งรวมของ Gucci วินเทจจากตู้เสื้อผ้าของแฟชั่นนิสต้ายุโรปโดยตรง บางทีคุณอาจจะเจอ Jackie 1961 รุ่นดั้งเดิมจากอิตาลีที่เจ้าของขายเองในราคาที่ถูกจนน่าตกใจ แต่ข้อควรระวังคือเรื่อง “ภาษีนำเข้า” ของไทยเราโดนหนักเอาเรื่อง ประมาณ 20% บวก VAT อีก 7% ดังนั้นก่อนกดสั่งซื้อ ต้องคำนวณต้นทุนตรงนี้ให้ดี (19 พฤศจิกายน 2023) [2]
เวลาป๋าจะไปล่าของที่ญี่ปุ่น ป๋าไม่ได้เดินสุ่มสี่สุ่มห้านะครับ ป๋าจะเช็คลิสต์จาก Time Out Tokyo ก่อนเสมอ เพราะเขาจะอัปเดตรายชื่อร้านที่ “Trusted” และเป็นที่นิยมของนักสะสมท้องถิ่นจริงๆ รวมถึงบอกพิกัดและจุดเด่นของแต่ละร้านว่าเน้นแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ ข้อมูลพวกนี้ช่วยประหยัดเวลาเดินหาและช่วยให้เราวางแผนเส้นทางเดินช้อปได้คุ้มค่าเหนื่อยที่สุดครับ
ลองดูตัวเลขจาก Bain & Company ดูสิครับ เขาบอกว่าตลาดสินค้าลักซ์ชัวรี่มือสองออนไลน์เติบโตขึ้นกว่า 65% ในช่วงปี 2017 ถึง 2021 และมีแนวโน้มจะแซงหน้าร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมในไม่ช้า นี่เป็นสัญญาณว่าโลกกำลังเปลี่ยนไป
การเรียนรู้วิธีบิด (Bid) ของใน eBay หรือการต่อรองราคาใน Vestiaire คือสกิลใหม่ที่นักลงทุนต้องมี ถ้าคุณยังยึดติดกับการต้องเห็นของจริงอย่างเดียว คุณอาจจะพลาดดีลที่ดีที่สุดในโลกไปอย่างน่าเสียดาย

คำถามโลกแตกที่ลูกเพจชอบถามป๋า เอาตรงๆ นะครับ มันขึ้นอยู่กับ “ต้นทุนเวลา” และ “ความชำนาญ” ของคุณ ถ้าคุณเป็นมือใหม่และดูของไม่เก่ง การซื้อจากร้านในไทยที่มีหน้าร้านชัดเจนแถวสยามหรือทองหล่อ อาจจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า แม้ราคาจะบวกกำไรไปแล้ว 20-30% แต่คุณได้เห็นของจริง ได้ลองสะพาย และมีประกันร้านให้อุ่นใจ
แต่ถ้าคุณดูของเป็นหลังจากอ่าน วิธีเช็คของแท้ Gucci ของป๋าจนแม่นแล้ว และมีแผนจะไปเที่ยวอยู่แล้ว การบินไปซื้อเองที่ญี่ปุ่นหรือยุโรปคุ้มกว่าแน่นอนครับ เพราะคุณจะได้ราคาหน้าป้ายที่ถูกกว่า แถมยังได้ทำ Tax Refund อีก สรุปง่ายๆ คือ ถ้าซื้อใบเดียวใช้เอง ซื้อไทยก็ได้ แต่ถ้ากะจะซื้อมาเก็งกำไรหรือซื้อหลายใบ บินไปคุ้มกว่าเห็นๆ
พูดกันตรงๆ แบบไม่เกรงใจใครเลยนะ ตลาดซื้อขายใน Instagram บ้านเรานี่คือ “แดนสนธยา” ชัดๆ รูปสวยแต่ของเน่ามีเยอะมาก กลยุทธ์ที่พ่อค้าแม่ค้าชอบใช้คือถ่ายรูปในมุมที่หลบตำหนิ หรือใช้แสงไฟช่วยให้ของดูใหม่เกินจริง
สิ่งที่คุณต้องทำคือ ขอรูปตำหนิให้ชัดเจนทุกจุด อย่าเกรงใจ ยิ่งมุมก้นกระเป๋า มุมสาย และภายในซับใน คือจุดตายที่ห้ามพลาด ถ้าคนขายอิดออดไม่ยอมถ่าย หรือบอกว่าสภาพดี 99% ให้ถอยออกมาเลยครับ ของวินเทจอายุ 20-30 ปี ไม่มีทางที่จะไม่มีรอยเลย เว้นแต่จะเป็นของเก็บในพิพิธภัณฑ์
ถ้าคุณเบื่อของโหลๆ ตามท้องตลาด และอยากได้ระดับ Rare Item ที่มีใบเดียวในโลก คุณต้องเข้าวงการประมูลครับ สถาบันอย่าง Sotheby’s หรือ Christie’s เขาจะมีรอบประมูลสินค้าแฟชั่นอยู่เรื่อยๆ ของที่นี่การันตีความแท้ล้านเปอร์เซ็นต์ และมักจะเป็นของสภาพนางฟ้า หรือรุ่น Limited Edition ที่หาที่ไหนไม่ได้
ข้อดีคือคุณอาจจะได้ของดีในราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่าตลาด แต่ข้อเสียคือคุณต้องสู้กับนักสะสมทั่วโลก และต้องจ่ายค่าธรรมเนียมประมูลอีกประมาณ 20-25% ของราคาจบประมูล ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงเอาเรื่อง
ที่มา: Sotheby’s (สืบค้นเมื่อ 3 ธันวาคม 2025) [3]
สิ่งหนึ่งที่คุณต้องรู้ไว้คือมาตรฐานการตัดเกรดสภาพของแต่ละประเทศไม่เหมือนกันครับ ที่ญี่ปุ่น คำว่า “Rank B” อาจจะหมายถึงมีรอยขนแมวนิดหน่อย แต่สภาพยังสวยกริ๊บ ในขณะที่ร้านในไทยบางร้าน “สภาพ 90%” อาจจะหมายถึงเยินจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ดังนั้นอย่าดูแค่เกรดที่เขาแปะไว้ แต่ให้ดูรูปขยายเป็นหลักครับ
ป๋าพยากรณ์ไว้เลยว่า ในปี 2026 ตลาดซื้อขายแบรนด์เนมมือสองจะย้ายฐานมาคึกคักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยเฉพาะไทยและสิงคโปร์ แพลตฟอร์มอย่าง Sasom หรือ Hypeshop จะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในการเป็นตัวกลางตรวจสอบ ทำให้การซื้อขายในประเทศมีความปลอดภัยสูงขึ้น
Gucci วินเทจซื้อที่ไหน คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ “จริต” การลงทุนของคุณครับ ถ้าชอบความชัวร์และปริมาณของให้เลือกเยอะๆ ต้องไปญี่ปุ่น ถ้าชอบของแปลกและรับความเสี่ยงเรื่องภาษีได้ ให้ไปเว็บนอก ถ้าชอบความสบายใจเห็นของจริง ให้ไปร้านแบรนด์เนมมือสองชั้นนำในไทย แต่อย่าลืมกลับไปทำการบ้านเรื่องรุ่นที่น่าสนใจใน Gucci รุ่นที่น่าเก็บ ด้วยนะครับ
สำหรับมือใหม่เบี้ยน้อยหอยน้อย ป๋าแนะนำให้เริ่มจากกลุ่ม Facebook Community ที่มีการตรวจสอบตัวตนผู้ขายอย่างเข้มงวด หรือแอปพลิเคชันอย่าง Sasom ของไทยเรานี่แหละครับ เพราะเขามีระบบคนกลางช่วยเช็คของให้ก่อนส่งถึงมือผู้ซื้อ แม้ราคาอาจจะสูงกว่าซื้อตรงจากคนขายในเน็ตนิดหน่อย แต่แลกกับความสบายใจ ป๋าว่าคุ้มค่ามากครับ
หวังว่าลายแทงฉบับนี้จะช่วยเปิดประตูสู่โลกใบใหม่ให้กับเพื่อนๆ นักลงทุนทุกคนนะครับ จำไว้นะครับว่า “แหล่งซื้อที่ดี คือจุดเริ่มต้นของกำไรที่ดี” อย่าขี้เกียจหาข้อมูล อย่าเห็นแก่ของถูกจนหน้ามืด ขอให้สนุกกับการเดินทางตามหากระเป๋าใบโปรดนะครับ

