



Ferrari รุ่นพลิกพอร์ต คือคำตอบสุดท้ายของนักสะสมที่ไม่ได้มองม้าลำพองเป็นแค่ยานพาหนะ แต่มองมันเป็น หุ้นซิ่ง ที่วิ่งเร็วกว่ากระดานเทรดไหนๆ การเลือกม้าให้ถูกตัว มันไม่ใช่แค่เรื่องรสนิยม แต่มันคือศาสตร์แห่งการมองเห็นอนาคตที่คนทั่วไปมองไม่เห็น
ถ้าจะคุยเรื่องนี้ให้รู้เรื่อง เราต้องย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์กันหน่อย ไม่ใช่เพื่อไปสอบไล่ แต่เพื่อให้เห็น Pattern ของราคาที่มันซ่อนอยู่ สมัยก่อนยุค 90s คนซื้อ Ferrari คือซื้อมาขับ ขับเสร็จก็ขาย ราคาตกเป็นเรื่องปกติ แต่จุดเปลี่ยนสำคัญมันเริ่มเกิดขึ้นเมื่อโลกเริ่มโหยหาความเป็น Analog ในวันที่ทุกอย่างกลายเป็น Digital
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ใน คู่มือลงทุนรถหรู 2025 ป๋าเคยย้ำไปแล้วว่า กฎเหล็กของการลงทุนคือ ซื้อสิ่งที่หาไม่ได้อีกแล้ว และยุคเก่าที่เสียงเครื่องยนต์หวานเจี๊ยบแบบไม่มีเทอร์โบมาอั้น นั่นแหละคือทองคำในสายตานักสะสม
อย่าเพิ่งเหมาว่า Ferrari ทุกคันจะทำกำไรได้นะครับ มือใหม่เจ็บตัวมาเยอะเพราะคิดแบบนี้ รถที่จะเป็น รุ่นพลิกพอร์ต ได้ ต้องมีคุณสมบัติครบ 3 ข้อตามสูตรของป๋า คือ
1. จำนวนผลิตจำกัด (Limited Production)
2. เป็นรุ่นที่มีนวัตกรรมสุดท้ายของยุค (Last of the Line)
3. สภาพต้องนางฟ้า (Collector Condition)
ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไป มันก็เป็นแค่รถมือสองราคาแพง ไม่ใช่ทรัพย์สิน
ถ้าคุณซื้อ Ferrari California หรือ Portofino มาขับ ป๋าบอกเลยว่าเตรียมใจเรื่องราคาตกได้เลย เพราะมันคือรถ Mass Production ที่เน้นขายปริมาณ แต่ถ้าคุณจับจังหวะไปคว้า 458 Speciale หรือ F12 tdf ทันเวลา นั่นคนละเรื่องเลย (24 มีนาคม 2025) [1]
ถ้าอยากเช็คว่าป๋าโม้หรือเปล่า ลองไปดูผลการประมูลย้อนหลังของ classiccar ดูสิครับ ตัวเลขไม่เคยโกหก คุณจะเห็นเลยว่า Ferrari กลุ่ม Special Series ราคาไม่เคยลง มีแต่ทรงกับพุ่ง (22 ตุลาคม 2025) [2]

คำถามนี้ป๋าโดนถามบ่อยมาก ป๋าครับ ซื้อ 296 GTB ใหม่กริ๊บไม่ดีกว่าเหรอ เทคโนโลยีล้ำกว่าเยอะ ป๋าจะตอบแบบนี้นะ เทคโนโลยีล้ำๆ นั่นแหละตัวดี ยิ่งล้ำ ยิ่งซ่อมยาก ยิ่งตกรุ่นไว เหมือน iPhone นั่นแหละ แต่ความรู้สึกดิบๆ ของเครื่องยนต์ V12 หายใจเอง หรือเสียงแผดคำรามของ V8 รอบจัด มันคืองานศิลปะที่เทคโนโลยีเลียนแบบไม่ได้ และงานศิลปะ ยิ่งเก่ายิ่งแพง
เจาะลึกรุ่นที่ต้องมี ถ้าอยากพลิกพอร์ตจริง
รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสเปกและวิธีการดูสภาพของแต่ละรุ่น ป๋าได้เขียนแยกไว้อย่างละเอียดใน เจาะลึกการลงทุน Ferrari ลองไปไล่อ่านดูนะครับ ตรงนั้นป๋าลงลึกถึงขั้นน็อตล้อเลยทีเดียว
ลองสังเกตดูนะครับ ในงานประมูลรถยนต์ระดับโลก รถที่ทำลายสถิติราคาส่วนใหญ่ไม่ใช่รถไฮบริดพันแรงม้า แต่เป็นรถยุค Analog ที่ขับสนุกและมี story ลองเช็คราคาใน Classic Driver หรือ JamesEdition เทียบดูได้เลย
ไม่ใช่ว่าซื้อ Ferrari รุ่นไหนมาจอดแล้วจะรวยนะครับ ความเสี่ยงสำคัญคือ สภาพรถ ถ้าเจ้าของเก่าดูแลไม่ดี จอดทิ้งจนซีลยางตาย หรือระบบไฟรวน ค่าซ่อม อาจจะกินกำไรคุณไปจนหมด อีกเรื่องคือ ไมล์ รถพวกนี้ถ้ายิ่งวิ่งเยอะ มูลค่าหายวูบวาบ ต้องบริหารจัดการกิโลเมตรให้ดี (10 กันยายน 2025) [3]
เทรนด์ปี 2025 และหลังจากนี้ โลกจะวิ่งไปหา EV เต็มตัว นั่นหมายความว่า Ferrari เครื่องสันดาปล้วน (ICE) จะกลายเป็นของสะสมทางประวัติศาสตร์ ยิ่งเป็นรุ่น Limited ที่มี Serial Number ชัดเจน มูลค่าจะเทียบเท่ากับการถือครองงานศิลปะระดับ Masterpiece ใครถือของพวกนี้อยู่ ป๋าแนะนำว่า กอดให้แน่น อย่าเพิ่งรีบปล่อยของถ้าไม่ร้อนเงินจริงๆ
Ferrari รุ่นพลิกพอร์ต ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเกมของผู้ที่กล้าทำการบ้านหนักกว่าคนอื่น การลงทุนให้ผลตอบแทนทางใจมหาศาล และถ้าเลือกถูกตัว ผลตอบแทนทางการเงินก็ชนะเงินเฟ้อขาดลอย เลือกรุ่นที่เป็น ที่สุด ของยุคสมัย เก็บสภาพให้กริ๊บ แล้วให้เวลาทำหน้าที่เพิ่มมูลค่าของมัน
ถ้างบถึง ไป 458 Speciale จบสุด เจ็บน้อยสุด มีแต่ขึ้นกับขึ้น ถ้าชอบ V12 แล้วหา F12 tdf ไม่ได้ ลองมอง 812 Superfast สภาพสวยๆ เก็บไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะ V12 กำลังจะสูญพันธุ์ครับ
จำคำป๋าไว้ Ferrari รุ่นพลิกพอร์ต ไม่ใช่แค่รถ แต่มันคือบัตรผ่านเข้าสู่คลับของคนที่ไม่ยอมจำนนต่อกาลเวลา ลงทุนกับมันให้ถูกวิธี แล้วคุณจะรู้ว่าการมีม้าลำพองประดับพอร์ต มันเท่กว่ามีตัวเลขในบัญชีธนาคารเยอะเลยครับ ซื้อเพราะชอบคือกำไรชีวิต ซื้อเพราะใช่คือกำไรพอร์ต แต่ถ้าได้ทั้งชอบทั้งใช่ นั่นคือกำไรสองต่อครับ

