



Dior รุ่นที่น่าเก็บ มักจะเป็นรุ่นที่คนส่วนใหญ่มองข้ามในตอนแรกเสมอ แต่นักลงทุนสายตาคมกริบจะมองเห็น “Value” บางอย่างที่ซ่อนอยู่ เพราะในโลกของการลงทุน Luxury Brand มันมีกลไกราคาที่ซับซ้อน ถ้าเปรียบเป็นหุ้น นี่ก็คือหุ้น Blue Chip ที่พื้นฐานแน่นปึ้ก ใครที่บอกว่าซื้อกระเป๋าแล้วเงินจม แสดงว่าเขายังไม่เคยเจอรุ่นที่ใช่จริงๆ ต่างหาก
วงการนี้มันมีมนต์ขลังแปลกๆ อยู่อย่างหนึ่ง คือยิ่งเก่ายิ่งเก๋า และยิ่งราคาสูงคนยิ่งอยากได้ ถ้าลองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ จะเห็นว่า Dior ไม่ได้ขายแค่กระเป๋า แต่ขาย “Story” ที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ (23 ตุลาคม 2025) [1]
จำได้ว่าช่วงปี 1995 โลกแฟชั่นต้องจารึกชื่อของ Lady Dior ไว้ในฐานะตำนาน เมื่อสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศสมอบกระเป๋ารุ่นนี้ให้เจ้าหญิงไดอาน่า และนับจากวินาทีที่เจ้าหญิงทรงถือ มันก็กลายเป็นไอคอนที่ฆ่าไม่ตาย
การที่มีประวัติศาสตร์รองรับขนาดนี้แหละครับ คือ “Moat” หรือป้อมปราการทางธุรกิจที่ทำให้แบรนด์แข็งแกร่งและราคามือสองไม่เคยร่วงลงเหว ใครที่ถือรุ่นวินเทจยุคนั้นอยู่ ตอนนี้ยิ้มแก้มปริกันทุกคน
เวลาเราพูดว่า “น่าเก็บ” ในวงสนทนานักสะสม เราไม่ได้หมายถึงแค่ “สวย” หรือ “จุของได้เยอะ” แต่เรากำลังมองหา Demand ที่มันล้น Supply เสมอ รุ่นที่น่าเก็บต้องมีองค์ประกอบของ “Signature Element” ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นลวดลาย Cannage, อะไหล่ตัวอักษร D.I.O.R. หรือรูปทรงที่มองมาจากระยะร้อยเมตรก็รู้ว่าแบรนด์อะไร ความคลาสสิกพวกนี้แหละคือตัวค้ำประกันราคาชั้นดี
ถ้าใครอยากเช็คว่ารุ่นไหนกำลังมาแรง ลองไปส่องดูในรายงานของ Rebag’s Clair Report หรือ The RealReal Luxury Resale Report ดูสิครับ เว็บไซต์พวกนี้รวบรวมข้อมูลการซื้อขายจริงทั่วโลกไว้หมด จะเห็นเทรนด์เลยว่ารุ่นไหน Retention Value สูงปรี๊ด
ที่มา: therealreal (สืบค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2025) [2]
ลองดูสถิติราคาย้อนหลังแล้วจะตกใจ ถ้าย้อนไปดูช่วงปี 2019 ราคา รุ่น Medium ยังวนเวียนอยู่ที่แสนกลางๆ แต่ตัดภาพมาปัจจุบัน ราคาพุ่งทะยานไปไกลลิบลิ่ว เกือบจะแตะสองแสนปลายหรือสามแสนในบางรุ่น เท่ากับว่าราคาขึ้นเฉลี่ยปีละเกือบ 10-15% ชนะดอกเบี้ยเงินฝากแบบไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว

มาถึงจุดที่ทุกคนรอคอย “ลายแทงขุมทรัพย์” ที่คัดมาแล้วเน้นๆ ตรงนี้ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าเพิ่งหน้ามืดตามัวซื้อตามกระแส เพราะบางรุ่นที่ฮิตระเบิดระเบ้อในปีนี้ อาจจะราคาดิ่งในปีหน้าก็ได้ ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่การเลือก “Material” และ “Size” ให้ถูกโฉลกกับความต้องการของตลาดโลก
ถ้าให้เทียบหมัดต่อหมัด ระหว่าง Lady Dior กับ Dior Book Tote มันเหมือนการลงทุนคนละ Asset Class
ใครที่อยากเช็คราคาประมูลล่าสุดเพื่อความชัวร์ ลองเข้าไปดูที่ Sotheby’s Handbag Departmentทจะเห็นตัวเลขราคาประมูลจริงที่ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า โลกเขาเล่นรุ่นไหนกันอยู่
เหรียญมีสองด้านเสมอครับ จุดที่มือใหม่ชอบพลาดคือ “การเก็บรักษา” โดยเฉพาะหนังแก้วที่ดูดสีง่ายมาก หรือหนัง Lambskin ที่เป็นรอยขีดข่วนง่าย ถ้าคุณเก็บไม่ดี ต่อให้รุ่นฮิตแค่ไหน ราคาก็หายวับไปกับตาได้เหมือนกัน อีกเรื่องคือ “อุปกรณ์” การ์ด, ถุงผ้า, กล่อง ห้ามทิ้งเด็ดขาด ของพวกนี้คือส่วนหนึ่งของมูลค่าทั้งนั้น
คาดการณ์ว่าในปี 2025 เทรนด์จะเริ่มขยับไปที่ความเรียบหรูแบบ Quiet Luxury มากขึ้น รุ่นใหม่ๆ อย่าง Toujours หรือ Bobby อาจจะเริ่มเข้ามามีบทบาท แต่ King ก็ยังคงเป็น King อยู่ดี (30 เมษายน 2025) [3]
สำหรับใครที่วางแผนจะขยายพอร์ตไปแบรนด์อื่นๆ ด้วย แนะนำให้ไปศึกษาเพิ่มเติมใน คู่มือลงทุนแบรนด์เนม 2025 ที่ผมรวบรวมเทรนด์ภาพใหญ่ของปีหน้าไว้ให้แล้ว จะได้ไม่หลงทิศหลงทาง
การเลือกลงทุนในกระเป๋าแบรนด์เนมให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การซื้อทุกใบที่ชอบ แต่คือการซื้อ “ใบที่ใช่” ในเวลาที่เหมาะสม แบรนด์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แบรนด์ที่มี Heritage แข็งแกร่ง สามารถพาเราฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปได้เสมอ เพียงแต่เราต้องรู้จักเลือกเพชรเม็ดงามในกองหินให้เป็น
คำตอบเดียวที่ชัดเจนที่สุดแบบไม่ต้องคิดเยอะคือ Lady Dior size Small สีดำ อะไหล่ทองครับ! นี่คือ Safe Haven ที่แท้จริง ซื้อง่าย ขายคล่อง ใส่ได้ทุกงาน และเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดกาล ถ้าจะเริ่มใบแรกและใบเดียว จบที่รุ่นนี้ไม่มีคำว่าเสียใจแน่นอน
Dior รุ่นที่น่าเก็บ สุดท้ายแล้วมันอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขกำไรขาดทุนหรอกครับ แต่มันคือความภูมิใจที่ได้ครอบครองงานศิลปะระดับโลก ที่เราสามารถใช้งานมันได้ทุกวัน และเมื่อถึงวันที่เราอยากจะส่งต่อ มันก็ยังคงมีคุณค่าให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจและรักมันจริงๆ ขอให้สนุกกับการสะสมนะครับ

