



ใครที่นั่งลุ้นจนเหงื่อตกว่าถ้าปล่อยของตอนนี้ AP ขาดทุนไหม บอกเลยว่านี่คือช่วงเวลาวัดใจของนักสะสมตัวจริง ตลาดประมูลและตลาดรองในปี 2026 ไม่ได้หลับหูหลับตาซื้อปุ๊บกำไรปั๊บเหมือนเมื่อก่อน เรากำลังเผชิญกับภาวะฟองสบู่พรีเมียมที่ค่อยๆ แฟบลงจนหลายคนเริ่มหนาวๆ ร้อนๆ แล้วถ้าวันนี้มีความจำเป็นต้องตัดใจเทขายจริงๆ เราจะเจ็บตัวลึกแค่ไหน หรือมีรุ่นไหนที่ยังพอถอนทุนคืนได้บ้าง?
ตอบสั้นๆ ตรงนี้เลยว่ามีทั้งคนที่เจ็บหนักและคนที่รอดตัว การปรับฐานของ Audemars Piguet ในปีนี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ Premium Contraction ที่ดึงมูลค่ากลับสู่จุดที่ควรจะเป็น ข้อมูลจาก WatchCharts ชี้ชัดว่ากำลังซื้อไม่ได้หายไปไหน แต่นักลงทุนเลือกจ่ายเฉพาะรุ่นที่คุ้มค่าจริงๆ เท่านั้น (3 กุมภาพันธ์ 2026) [1]
ยังคงเป็นเดอะแบกที่ปล่อยของได้ไวที่สุดในตลาด แต่ต้องทำใจว่ากำไรไม่ได้ฟู่ฟ่าทะลุร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนช่วงพีกของตลาดอีกแล้ว
ย้อนกลับไปช่วงปี 2022 ราคาของ Audemars Piguet Royal Oak 15500ST หน้าปัดน้ำเงิน เคยพุ่งไปแตะจุดสูงสุดเกือบ $85,000 ทั้งที่ราคาป้ายอยู่แค่ราวๆ $27,000 แต่พอตัดภาพมาที่ปี 2026 ราคาในตลาดรองร่วงลงมาทรงตัวอยู่ที่ประมาณ $45,000 ซึ่งหากมองในมุมของการลงทุน นี่คือการร่วงลงกว่า -47% จากจุดสูงสุด
ในทางกลับกัน ถ้านำตัวเลขนี้มาหาค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี จะพบว่าราคาเฉลี่ยของรุ่นนี้อยู่ที่ $55,000 นั่นแปลว่าคนที่ได้ของมาในราคาป้ายยังไงก็ยิ้มออก แต่คนที่ไปช้อนซื้อหน้าพอร์ตช่วงดอยต่างหากที่กำลังกระอักเลือด ปัจจัยที่ทำให้รุ่นนี้ยังคงมีสภาพคล่องสูง มีดังนี้
กระแสความบ้าคลั่งของการฉลองครบรอบ 50 ปี ทำให้ตลาดปั่นราคาตระกูล Royal Oak ขึ้นไปจนน่ากลัว โดยเฉพาะ Audemars Piguet Royal Oak 15550ST ขนาด 37mm ที่ออกมาดึงดูดทั้งนักสะสมชายข้อมือเล็กและผู้หญิงสายสปอร์ต
ช่วงพีกสุดๆ มีคนยอมจ่ายถึง $60,000 เพื่อให้ได้โรเตอร์สลักลาย 50 ปีมาครอบครอง แต่ปัจจุบันราคาตลาดรองปรับฐานรุนแรงลงมาเหลือเพียง $35,000 เท่านั้น ใครที่ซื้อตามกระแสโดยไม่ได้ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า ตอนนี้มูลค่าของพอร์ตติดลบไปเกือบครึ่ง
อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มองหาของเข้ากรุในยุคนี้ นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตามเก็บรุ่น 50th Anniversary เพราะพรีเมียมที่เคยบวกโหดๆ ได้มลายหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงราคาที่สะท้อนความหายากและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์อย่างแท้จริง (26 มกราคม 2022) [2]
ถ้าคิดจะเล่นแบรนด์ระดับ Holy Trinity ต้องรู้ก่อนว่าค่าดูแลรักษาไม่ได้น่ารักเหมือนแบรนด์ตลาดทั่วไป และนี่คือจุดบอดที่คนเพิ่งเข้าวงการมักจะไม่ได้เตรียมใจรับมือ
ประสบการณ์จากการสวมใส่จริงและเสียงสะท้อนจากคนเล่นนาฬิกา พบว่ามันมีข้อควรระวังหลายอย่างที่ส่งผลต่อราคาขายต่อในอนาคต หากคุณรักษาของไม่ดีพอ
จริงแท้แน่นอน ตอนนี้ตระกูลออฟชอร์ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความบึกบึน กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องต่ำและราคาตกแรงกว่าใครเพื่อนในตระกูล
ตัวอย่างเช่น Audemars Piguet Royal Oak Offshore Chronograph รุ่นตัวเรือนหนาๆ ที่เคยได้รับความนิยมอย่างมากในยุคก่อน ปัจจุบันความต้องการในตลาดหดตัวลงอย่างชัดเจน ราคาซื้อขายหลายรุ่นร่วงลงมาต่ำกว่าราคาป้ายเสียด้วยซ้ำ สาเหตุหลักๆ มาจากการเปลี่ยนเทรนด์ของนักสะสม:

ในขณะที่คนส่วนใหญ่มองว่าตลาดกำลังซึมและเต็มไปด้วยความกลัว นี่กลับเป็นจังหวะที่นักสะสมสายแข็งเริ่มกลับมาเก็บของเข้ากรุ เพราะของหายากเริ่มมีหลุดมาให้เห็นในราคาที่จับต้องได้
การวิเคราะห์กราฟจาก Chrono24 แสดงให้เห็นว่า แม้ราคาจะปรับตัวลงแรงจากจุดพีก แต่มูลค่าพื้นฐานของแบรนด์ไม่ได้พังทลายลงไปเลย มันคือการคัดกรองนักเก็งกำไรระยะสั้นออกไปจากระบบ เพื่อให้นักสะสมตัวจริงได้ของดีไปครอง (22 ตุลาคม 2025) [3]
เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น เราต้องกางไทม์ไลน์ดูว่ามีเหตุการณ์ไหนบ้างที่เป็นตัวจุดพลุและทุบราคาตลาดรองให้แกว่งเป็นรถไฟเหาะแบบนี้
ฟันธงเลยว่าถ้าคุณถือรุ่นคลาสสิกตัวบางหน้าปัดสวยๆ ให้ทนถือต่อไปก่อน แต่ถ้าเป็นรุ่นสปอร์ตเฉพาะกลุ่มที่ราคาเริ่มไหลลงแบบไม่มีเบรก อาจจะต้องพิจารณาตัดใจ
สำหรับใครที่มีตระกูลออฟชอร์หรือรุ่นประดับเพชรที่ความนิยมน้อยลง บางคนยอมเจ็บจบๆ กลายเป็นสถานการณ์นาฬิกาเจ็บตัว ที่สอนบทเรียนราคาแพงในการลงทุนสายอาร์ต ในขณะที่ถ้าพอร์ตของคุณมีแต่รุ่นพิมพ์นิยม การเลือกที่จะกอดนาฬิกาเอาไว้เพื่อรอรอบวัฏจักรตลาดฟื้นตัวอีกครั้ง ถือเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยและมีโอกาสกลับมาทำกำไรได้มากกว่าในระยะยาว
คำตอบขึ้นอยู่กับต้นทุนในมือคุณ ถ้าคุณได้ของมาราคาป้ายหรือราคาช่วงเพิ่งเปิดตัว คุณยังกำไรเห็นๆ แค่ตัวเลขมันไม่เวอร์วังเท่าเมื่อก่อน แต่ถ้าคุณไปรับไม้ต่อมาตอนตลาดพีกสุดๆ ปี 2022 การเทขายตอนนี้คือการเข้าเนื้อแบบเต็มๆ ตลาดปี 2026 สอนให้เรารู้ว่าการลงทุนกับของหรูหราต้องใช้ความอดทนและสายตาที่เฉียบคมเท่านั้น
วงการนี้ไม่มีใครรวยชั่วข้ามคืนโดยไม่เคยเจ็บตัว การครอบครองแบรนด์ระดับตำนานไม่ใช่แค่การเก็งกำไรฉาบฉวย แต่มันคือการเสพศิลปะบนข้อมือที่มาพร้อมมูลค่าแอบแฝง ขอแค่วางแผนให้ดี เลือกหน้าปัดที่ใช่ และดูแลรักษาให้เนี้ยบที่สุด สุดท้ายเวลาจะเป็นตัวตอบเองว่าคุณคือนักสะสมตัวจริง หรือแค่นักท่องเที่ยวในวงการนาฬิกาหรู

