



5 ท่าพื้นฐานเปลี่ยนชีวิต เห็นบางคนวิ่งบนลู่วิ่งเป็นชั่วโมง หรือนั่งเล่นมือถือบนเครื่องบริหารกล้ามเนื้อขาแบบชิลๆ แล้วก็บ่นว่าทำไมขาไม่กระชับสักที โอ๊ย อยากจะเดินเข้าไปเขย่าตัวแล้วตะโกนใส่หน้าว่า ตื่นค่ะตื่น โลกความจริงมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ถ้าคุณอยากได้หุ่นระดับเทพ คุณต้องเลิกเล่นขายของ แล้วหันมาจับของจริงกันได้แล้ว
เอาดีๆ นะ สมัยก่อนเราโดนหลอกกันมาเยอะ จำยุค 90s ได้ไหม ยุคที่แอโรบิกแดนซ์ครองเมือง ใส่ชุดรัดรูปสีแสบตา เต้นตามจังหวะเพลงเร็วๆ แล้วก็คิดว่านั่นคือที่สุดของการเบิร์นไขมัน หรือไม่ก็ยุคที่ยิมเริ่มมีเครื่องเล่นหน้าตาล้ำๆ เข้ามาใหม่ๆ ที่นั่งสบายๆ ออกแรงนิดเดียวก็ได้กล้าม คนแห่กันไปเล่นเครื่องพวกนั้นเพียบ เพราะมันง่าย มันสบาย ไม่ต้องทรงตัว ไม่ต้องเกร็งท้อง
ผลลัพธ์คืออะไร รู้ไหม ได้กล้ามเนื้อที่อ่อนแอไงล่ะ กล้ามดูเหมือนจะมีนะ แต่ใช้งานจริงแทบไม่ได้ ยกของหนักหน่อยก็ปวดหลัง วิ่งนิดหน่อยก็เข่าทรุด เพราะเครื่องจักรพวกนั้นมันล็อกมุมการเคลื่อนไหวของคุณไว้หมด ร่างกายไม่ได้เรียนรู้ที่จะทรงตัวหรือประสานงานกันเลย มันต่างกันลิบลับกับการเล่นเวทด้วยบาร์เบลหรือดัมเบล
นี่แหละคือจุดที่หลายคนพลาด เพราะไม่ยอมศึกษา วิทยาศาสตร์ แห่งการฝึกกีฬา ให้ดีพอ มองข้ามหลักการชีวกลศาสตร์ที่ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้เคลื่อนไหวอย่างอิสระ ไม่ใช่ถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้ ถ้าคุณเข้าใจตรงนี้ คุณจะรู้เลยว่าทำไมท่าพื้นฐานถึงสำคัญกว่าเครื่องจักรราคาแพงพวกนั้น
มาดูกันชัดๆ ว่า 5 ท่าที่ว่ามีอะไรบ้าง แล้วทำไมมันถึงเจ๋งกว่าการวิ่งลู่วิ่งเป็นไหนๆ
เคยได้ยินไหมว่า เล่นเวทแล้วตัวจะตัน โอ๊ย… อยากจะกรี๊ด… เอาสมองส่วนไหนคิดคะ กล้ามเนื้อมันใช้พื้นที่น้อยกว่าไขมันตั้งเยอะ น้ำหนักเท่ากันแต่ขนาดเล็กกว่าเป็นกอง การที่คุณตัวตันขึ้น มันไม่ใช่เพราะกล้ามหรอก แต่มันเป็นเพราะคุณกินเยอะแล้วไขมันมันพอกอยู่บนกล้ามเนื้อต่างหาก เลิกโทษเวทเทรนนิ่งได้แล้ว ไปโทษชานมไข่มุกในมือโน่น (1 กันยายน 2025) [1]
ช่วงปี 2010 ถึง 2015 เป็นยุคที่ตลกมาก จำกระแส T25 หรือการออกกำลังกายสั้นๆ 25 นาทีได้ไหม ทุกคนกระโดดเหยงๆ อยู่หน้าทีวี หวังว่าจะหุ่นดีเหมือนเทรนเนอร์ในจอ ไม่เถียงนะว่ามันดีกว่าการนอนเฉยๆ แต่มันไม่พอหรอกสำหรับการสร้างรูปร่างในฝัน
การทำคาร์ดิโอหนักๆ โดยไม่สร้างกล้ามเนื้อ มีแต่จะทำให้ระบบเผาผลาญพัง เอะอะก็โยโย่ เอะอะก็อ้วนกลับมา เพราะกล้ามเนื้อคือเตาเผาพลังงานที่ดีที่สุด ถ้าไม่มีเตาเผา กินอะไรเข้าไปก็เก็บสะสมหมด (19 พฤศจิกายน 2024) [2]
งานวิจัยจาก ESPN หรือเว็บกีฬาชั้นนำ เขาเลิกเชียร์คาร์ดิโอเพียวๆ กันไปตั้งนานแล้ว

เชื่อไหมว่า การโฟกัสแค่ท่า 5 ท่านี้ มันเปลี่ยนชีวิตคนมานักต่อนักแล้ว ถ้ามองแฟร์ๆ นะ คนเรามีเวลาจำกัด จะให้ไปเล่นท่าจุกจิกแยกส่วนวันละ 10 ท่า ใครจะไปทำไหว เอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่า แต่เจ้า 5 ท่านี้มันคือ ท่าที่ใช้ข้อต่อหลายส่วนพร้อมกัน ทีเดียวจบ ครบทุกส่วน เหนื่อยทีเดียวได้ผลลัพธ์มหาศาล
ย้อนไปดูช่วงปี 2018 ถึง 2020 สิ ช่วงนั้นโควิดระบาด ยิมปิดตาย ทุกคนต้องดิ้นรนหาทางออกกำลังกายที่บ้าน ดัมเบลราคาพุ่งกระฉูด บาร์เบลขาดตลาด เหตุการณ์นี้แหละที่ตบหน้าวงการฟิตเนสฉาดใหญ่
มันทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้ต้องการลู่วิ่งไฟฟ้าตัวละแสน หรือเครื่องเคเบิลครอสโอเวอร์อันเบ้อเริ่ม เราต้องการแค่บาร์เหล็กสักอัน กับแผ่นน้ำหนัก ก็สร้างหุ่นเทพได้แล้ว คนเริ่มกลับมาฝึกท่าพื้นฐานกันจริงจัง เพราะมันใช้อุปกรณ์น้อยแต่ได้ผลจริง
และถ้าคุณอยากจะไปให้สุดในสายนี้ การวางแผนและเข้าใจโครงสร้างร่างกายเป็นเรื่องจำเป็นมาก มันต้องมีการวาง ระบบกีฬา สู่ความเป็นเลิศ เพื่อให้การฝึกมีความต่อเนื่องและปลอดภัย ไม่ใช่เล่นมั่วๆ ซั่วๆ ตามคลิปในยูทูบไปวันๆ BBC เคยลงข่าวเรื่องยอดขายอุปกรณ์เวทเทรนนิ่งที่พุ่งสูงขึ้นแซงหน้าลู่วิ่งในช่วงนั้นด้วยนะ ไปหาดูได้
รู้ไหมว่าเทรนด์ปี 2022 ถึง 2024 ผู้หญิงหันมาเล่นพาวเวอร์ลิฟติ้ง (Powerlifting) กันเยอะมาก
ตัวเลขไม่เคยโกหก ยอดการสมัครเข้าแข่งขันกีฬาแนวนี้ของผู้หญิงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด มันสะท้อนให้เห็นว่าผู้หญิงยุคใหม่เลิกกลัวกล้ามใหญ่แล้ว แต่หันมาเสพติดความแข็งแรงแทน การยกน้ำหนักได้เยอะๆ มันสร้างความมั่นใจในตัวเองแบบที่หาไม่ได้จากการวิ่งลู่วิ่งนะ บอกเลย Reuters เคยทำสกู๊ปเรื่องนี้ บอกว่าผู้หญิงเอเชียเริ่มครองเวทีระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ (12 พฤศจิกายน 2025) [3]
บอกเลยนะว่าตอนเริ่มฝึกท่าพวกนี้ใหม่ๆ ทรมานมาก ปวดไปทั้งตัว เดินลงบันไดแทบไม่ได้ แต่พอผ่านไปสักพัก คุณจะเริ่มรู้สึกถึงพลัง การที่เราสามารถยกน้ำหนักได้มากขึ้นเรื่อยๆ
ความรู้สึกตอนที่ทำสควอทน้ำหนักเท่าตัวได้ครั้งแรก มันฟินยิ่งกว่าถูกหวยอีกนะ มันรู้สึกว่าเราควบคุมร่างกายตัวเองได้ เราเอาชนะขีดจำกัดได้ และนั่นแหละคือเสน่ห์ที่แท้จริงของการออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่เรื่องหุ่นสวย แต่เป็นเรื่องของจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้น
อีกคำที่อยากให้รู้จักคือ กลุ่มกล้ามเนื้อด้านหลังทั้งหมด ตั้งแต่คอลงไปถึงส้นเท้า ท่าอย่างเดดลิฟท์และสควอทเน้นตรงนี้มากๆ และเชื่อไหมว่าคนส่วนใหญ่ละเลยมัน ทั้งที่มันคือฐานรากของความแข็งแรงทั้งหมด ถ้าหลังคุณแข็งแรง ชีวิตคุณจะง่ายขึ้นอีกเยอะ
ฟังนะ ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ การจะฝึก 5 ท่าพื้นฐานเปลี่ยนชีวิต ให้เก่ง ต้องใช้เวลา ต้องใช้วินัย และที่สำคัญต้องใช้ใจ คุณอาจจะท้อในช่วงแรก เพราะฟอร์มมันยาก โฟกัสไม่ถูก แต่อย่าเพิ่งถอดใจ ยอมรับเถอะว่าเราเป็นมือใหม่ ค่อยๆ เรียนรู้ ค่อยๆ ปรับ ร่างกายมันฉลาด เดี๋ยวสมองกับกล้ามเนื้อมันจะจูนหากันเอง
คุณอยากจะเป็นแค่คนที่เคยออกกำลังกาย หรืออยากจะเป็นคนที่ มีวิถีชีวิต แบบนักกีฬา? ถ้าอยากเปลี่ยนชีวิตจริงๆ เริ่มฝึกท่าพวกนี้ซะตั้งแต่วันนี้ เลิกอ้างว่าไม่มีเวลา เลิกอ้างว่ากลัวเจ็บ เพราะความเจ็บปวดจากการฝึก มันชั่วคราว แต่ความภูมิใจในรูปร่างและสุขภาพที่ดี มันจะอยู่กับคุณไปตลอด
อย่ามัวแต่อ่านบทความนี้จนจบแล้วก็นอนไถมือถือต่อ ลุกขึ้นมา ขยับตัว ลองทำท่าสควอทตัวเปล่าดูสัก 20 ทีเดี๋ยวนี้เลย ให้เลือดมันสูบฉีด ให้หัวใจมันเต้นแรง แล้วบอกตัวเองว่า ฉันทำได้ ฉันจะหุ่นดี ฉันจะแข็งแรง ลุยให้สุด แล้วหยุดที่คำว่า แม่เจ้า หุ่นฉันแซ่บเว่อร์ ไปเลยค่ะ

