



3 วัคซีนสัตว์ที่ต้องมี คือด่านแรกที่อยากให้ทุกคนโฟกัสก่อนจะไปดู คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 ที่เคยเกริ่นไว้ เพราะต่อให้แผนเที่ยวดีแค่ไหน ถ้าสมุดวัคซีนไม่ผ่าน คือจบเห่ วงแตกแยกย้ายกลับบ้านแน่นอน ไม่ได้ขู่นะ แต่เรื่องจริงมันเจ็บปวด ลองนึกภาพเราจองที่พักหรู เตรียมชุดพร้อม แต่พอถึงหน้างานโดนปฏิเสธเพราะสมุดวัคซีนเล่มเดียวสิ มันเจ็บใจนะ
หลายคนชอบคิดว่า ก็น้องแข็งแรงดี วิ่งปร๋อขนาดนี้ ไม่ต้องซีเรียสเรื่องวัคซีนเป๊ะๆ หรอกมั้ง? คิดผิดถนัดเลยค่ะ การพาสัตว์เลี้ยงออกจากบ้าน คือการพาเขาไปเจอกับ ความเสี่ยงใหม่ ที่ร่างกายไม่คุ้นเคย เชื่อไหมว่าพื้นที่ต่างถิ่นมีเชื้อโรคเจ้าถิ่นที่เรามองไม่เห็นเพียบ (15 กุมภาพันธ์ 2025) [1]
ย้อนกลับไปช่วงปี 2019 ก่อนโควิดระบาดหนัก เทรนด์การพาสัตว์เที่ยวตื่นตัวมาก แต่ตอนนั้นความรู้เรื่องโรคถิ่นยังน้อย ทำให้เกิดเคสสุนัขติดเชื้อลำไส้อักเสบจากการไปดมกองอึแปลกถิ่นเยอะมาก
พอกระโดดมาปีนี้ เราเห็นบทเรียนแล้วว่า ภูมิคุ้มกันพื้นฐานมันไม่พอสำหรับการผจญภัยอีกต่อไป การอัปเดตวัคซีนให้เป็นปัจจุบันคือ ไฟเขียว ใบเบิกทางเดียวที่จะทำให้เราและลูกๆ ปลอดภัยแบบ 100%
นี่คือลิสต์ วัคซีนหลักที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด ถ้าไม่มี 3 ตัวนี้ ขอบอกเลยว่า อย่าเพิ่งออกจากบ้าน
พอเช็กลิสต์พวกนี้ครบแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่ต้องทำทันทีคือการวางแผน เตรียมตัวยังไง ก่อนเดินทาง เพื่อให้ร่างกายเขาพร้อมรับภูมิคุ้มกันเต็มที่ ไม่งั้นฉีดไปก็ไลฟ์บอยนะบอกก่อน
การฉีดวัคซีนไม่ใช่ว่าฉีดปุ๊บ ภูมิขึ้นปั๊บเหมือนกดสวิตช์ไฟนะ ร่างกายสัตว์เลี้ยงต้องการเวลา Build ภูมิคุ้มกัน อย่างน้อยที่สุดคือ 1-2 สัปดาห์ก่อนวันเดินทางจริง ถ้าไปฉีดเช้าแล้วเย็นออกเดินทาง น้องอาจจะป่วยกลางทางเพราะแพ้วัคซีน หรือภูมิตกได้ง่ายๆ (17 สิงหาคม 2016) [2]
ข้อมูลจากสมาคมสัตวแพทย์สัตว์เล็กโลก (WSAVA) ระบุชัดเจนว่า การกระตุ้นวัคซีนควรทำตามตารางนัดหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงที่มีแผนเดินทาง เพราะความเครียดจากการเดินทางสามารถกดภูมิคุ้มกันให้ต่ำลงได้ (13 พฤศจิกายน 2024) [3]
ลองดูสถิติช่วงปี 2021 เทียบกับ 2024 สิคะ ช่วงปี 2021 ที่คนเริ่มกลับมาเที่ยวใหม่ๆ ยอดการเคลมประกันสัตว์เลี้ยงจากโรคติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นกว่า 40% ในกลุ่มสัตว์ที่ ฉีดวัคซีนไม่ครบ หรือ ขาดช่วงไปนาน ตัวเลขนี้ฟ้องเลยว่า การละเลยเรื่อง Booster Shot คือความประมาทที่แลกมาด้วยค่ารักษาพยาบาลที่แพงหูฉี่ ไม่อยากให้ใครต้องมาเสียเงินแสนเพราะเข็มยาหลักร้อยค่ะ

สังเกตไหมว่าเดี๋ยวนี้โรงแรม ลานกางเต็นท์เริ่ม เคี่ยว เรื่องสมุดวัคซีนมากขึ้น? ไม่ใช่เขาเรื่องมากนะ แต่เป็นเพราะการกลายพันธุ์ และ การกระจายตัว ของโรคสัตว์ที่มันเร็วขึ้นตามกระแสการท่องเที่ยวของเราเนี่ยแหละ พอเราพาสัตว์ข้ามจังหวัดกันง่ายขึ้น เชื้อโรคก็ติดรถเราไปเที่ยวด้วย
มองว่านี่คือ ความรับผิดชอบร่วมกัน ของสังคมคนเลี้ยงสัตว์ ยิ่งเราเป๊ะ คนอื่นก็ปลอดภัย พื้นที่ที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยงก็จะมีมากขึ้น การโชว์สมุดวัคซีนที่ครบถ้วน มันเหมือนเรากำลังบอกเจ้าของสถานที่ว่า เฮ้ย เราเลี้ยงลูกมาดีนะ ไว้ใจได้ มันดูโปรฯ ขึ้นมาทันทีเลย
หลังจากพาลูกไปจิ้มเข็มมาแล้ว อย่าเพิ่งวางใจพาไปวิ่งนะ ให้สังเกตอาการ 24 ชั่วโมงแรกอย่างใกล้ชิด
คำถามโลกแตกที่หมอชอบถาม รับวัคซีนเสริมตัวนี้ด้วยไหม? ใจเราก็ระแวงไง กลัวโดนยัดเยียด
ถ้าย้อนไปสัก 5 ปีก่อน (2020) วัคซีนอย่าง โรคฉี่หนู หรือ โรคไข้เห็บ อาจจะดูเป็นทางเลือกสำหรับหมาล่าเนื้อหรือหมาในไร่ แต่ในยุคปัจจุบันที่เทรนด์เดินป่ามาแรงมาก วัคซีนพวกนี้กลายเป็นของที่ต้องมีสำหรับสายลุยไปแล้ว เพราะเชื้อฉี่หนูมันอยู่ในดินแฉะๆ ตามลานกางเต็นท์นั่นแหละ
สถิติที่น่าสนใจ พบว่าสุนัขที่ฉีดวัคซีนทางเลือก (ตามความเสี่ยงพื้นที่) มีอัตราการป่วยรุนแรงน้อยกว่าสุนัขที่ไม่ได้รับวัคซีนเลยถึง 3 เท่า ในกรณีที่ได้รับเชื้อ
อันนี้พีคมาก หลายคนตกม้าตายตรงนี้ คือ ลายมือหมออ่านไม่ออก หรือ สติกเกอร์ขวดวัคซีนไม่แปะ เชื่อไหมว่าเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ หรือบางโรงแรมที่เคร่งๆ เขาไม่รับฟังคำอธิบายปากเปล่านะคะ ถ้าในเล่มไม่มีลายเซ็นกำกับ หรือไม่มีวันที่นัดเข็มถัดไป ถือว่า โมฆะ ทันที แนะนำให้เช็กทุกครั้งก่อนเดินออกจากคลินิก เอาให้ชัวร์ว่าข้อมูลครบ
ทำนายไว้เลยว่า ภายในปี 2026-2027 เราอาจจะได้เห็น Digital Pet Passport แบบเต็มรูปแบบในไทย (ตอนนี้ต่างประเทศเริ่มใช้กันแล้ว) คือสแกน QR Code ปุ๊บ รู้ประวัติวัคซีนปั๊บ ไม่ต้องพกสมุดเล่มเปื่อยๆ อีกต่อไป ดังนั้นการเก็บประวัติให้ดีตั้งแต่วันนี้ คือการเตรียมพร้อมสู่อนาคตที่ดีที่สุดค่ะ
3 วัคซีนสัตว์ที่ต้องมี ไม่ใช่แค่ภาระที่ต้องทำตามกฎ แต่มันคือการ ซื้อความสบายใจ ในราคาที่ถูกที่สุด ถ้าเทียบกับค่ารักษาพยาบาลตอนลูกป่วย มันคือเกราะวิเศษที่ทำให้เรากล้าปล่อยลูกวิ่งเล่นบนหญ้า กล้าให้เขาดมทักทายเพื่อนใหม่ และกล้าที่จะพาเขาออกไปใช้ชีวิตให้คุ้มค่า การลงทุนกับสุขภาพตรงนี้ ไม่มีคำว่าขาดทุนแน่นอน
ถ้าสมุดวัคซีนครบ ร่างกายแข็งแรง และพักฟื้นหลังฉีดมาเกิน 7 วันแล้ว บอกเลยว่า ลุยโลด โลกกว้างรอให้เจ้าสี่ขาไปประทับรอยเท้าอยู่อีกเพียบ อย่าให้ความกลัวมาปิดกั้น แต่ขอให้ใช้ความรอบคอบนำทาง เตรียมตัวให้พร้อม แล้วกระโดดขึ้นรถไปสร้างความทรงจำดีๆ กันเถอะ
สุดท้ายนี้ อยากฝากไว้ว่า การรักลูกไม่ใช่แค่การตามใจพาเที่ยว แต่คือการดูแลพื้นฐานชีวิตเขาให้ดีที่สุด วัคซีนเข็มเล็กๆ นี่แหละ คือคำบอกรักที่เสียงดังที่สุดที่เราจะมอบให้เขาได้ เที่ยวให้สนุกและปลอดภัยนะคะทุกคน เจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ

