



ใบรับรอง Ferrari คือสิ่งที่แยกนักขับออกจากนักสะสมอย่างชัดเจนที่สุด ป๋าจะบอกความลับที่เต็นท์รถมือสองไม่ค่อยอยากให้คุณรู้ หลายคนซื้อ Ferrari มาขับโก้ๆ โดยไม่สนกระดาษใบนี้ คิดว่าแค่รถสตาร์ทติด แอร์เย็น เพลงเพราะ ก็จบแล้ว แต่หารู้ไม่ว่า วันที่คุณคิดจะขายต่อ หรือวันที่รถรุ่นนั้นกลายเป็นรถคลาสสิก ไอ้เจ้าสมุดเล่มแดงๆ Ferrari Classiche นี่แหละ คือตัวตัดสิน
สมัยก่อนตอนป๋าเริ่มเล่นรถใหม่ๆ ยุค 90s การซื้อขาย Ferrari มันวัดใจกันสุดๆ ดูแค่เลขไมล์ ดูสภาพสี แล้วก็จับมือจ่ายเงิน จบ แต่พอโลกมันเปลี่ยนไป ของปลอมมันเนียนขึ้น อะไหล่เทียบเกลื่อนเมือง ทาง Maranello เขาเลยทนไม่ไหว ต้องออกระบบคัดกรองสายพันธุ์ออกมา
ป๋าจะบอกว่า การมีใบรับรองไม่ใช่แค่เรื่องของความเท่ แต่มันคือการยืนยัน DNA ของรถว่ายังบริสุทธิ์อยู่ ไม่ได้ถูกตัดต่อพันธุกรรมมาจากอู่ข้างทาง ซึ่งเรื่องความสำคัญของความเดิมแท้นี้ ป๋าเคยเจาะลึกไว้แล้วในบทความ เจาะลึกการลงทุน Ferrari ว่ารถที่น็อตทุกตัวตรงสเปกโรงงาน ราคาจะกระโดดไปไกลขนาดไหน
สมุดแดงเล่มนี้ ไม่ใช่ใครเดินกำเงินไปที่ศูนย์แล้วขอซื้อได้นะ คุณต้องเอารถเข้ากระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้นยิ่งกว่าตรวจร่างกายนักบินอวกาศ เขาเช็คกันระดับ Metallurgy หรือเนื้อโลหะเลยว่าตรงปีผลิตไหม (31 สิงหาคม 2025) [1]
ถ้าผ่าน คุณจะได้สมุดปกแดงเล่มหนาปึ้ก ข้างในมีรูปถ่ายทุกจุดสำคัญ และตราประทับจากโรงงาน นี่คือพาสปอร์ตเล่มเดียวที่จะพาคุณเข้างานประมูลระดับโลกอย่าง Sotheby’s หรือ Bonhams ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
หัวใจของใบรับรองอยู่ที่คำว่า Matching Numbers หมายความว่า เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ และเลขเกียร์ ต้องตรงกับข้อมูลในวันผลิต (Build Sheet) ที่เก็บไว้ใน Archive ของ Ferrari ถ้าเครื่องพังแล้วไปยกเครื่องเซียงกงมาใส่ จบกันครับ ใบรับรองไม่ออกให้แน่นอน และรถคันนั้นจะกลายเป็นแค่รถซิ่ง ไม่ใช่ รถสะสมอีกต่อไป
ลองเข้าไปดูรายละเอียดมาตรฐานการตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ Ferrari Classiche เขาจะระบุเลยว่าชิ้นส่วนไหนต้องเดิม ชิ้นส่วนไหนเป็นอะไหล่ทดแทน (Replacement Part) ได้แต่ต้องเป็นพาร์ทแท้เบิกศูนย์เท่านั้น
ที่มา: ferrari (สืบค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2025) [2]
มาดูตัวเลขที่ป๋าจดสถิติมาให้ดู จะได้เห็นภาพชัดๆ ว่ากระดาษใบนี้มันเสกเงินได้จริงไหม

หลายคนถามป๋าว่า รถผมก็ขับดีๆ อยู่ จะไปเสียเงิน 2-3 แสนทำใบรับรองทำไม? ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าคุณกะจะขับพังคาเท้า หรือเอาไปแต่งซิ่งใส่ชุดพาร์ท Liberty Walk ก็ไม่ต้องทำครับ เปลืองเงิน
แต่ถ้าคุณมองรถเป็นทรัพย์สิน เหมือนที่ป๋าแนะนำใน คู่มือลงทุนรถหรู 2025 การทำใบรับรองคือการล็อคมูลค่า และสร้างสภาพคล่องให้กับพอร์ตของคุณ
รถที่มีใบรับรอง Classiche เวลาประกาศขาย แทบไม่ต้องรอนาน เศรษฐีทั่วโลกพร้อมโอนมัดจำทันทีโดยไม่ต้องบินมาดูรถด้วยซ้ำ เพราะเขาเชื่อเครดิตของแบรนด์ แต่ถ้าไม่มีใบรับรอง ลูกค้าจะขอดูแล้วดูอีก ต่อราคาจนคุณท้อ แถมต้องจ้างช่างมาตรวจวุ่นวาย (27 ตุลาคม 2025) [3]
ลองไปดูผลการประมูลย้อนหลังของ RM Sotheby’s ดูสิครับ ในแคตตาล็อกเขาจะเขียนตัวโตๆ เลยว่า Ferrari Classiche Certified และรถพวกนี้แหละที่ทำลายสถิติราคาโลก
การยื่นขอใบรับรองมีความเสี่ยงนะ ถ้าคุณเอารถไปตรวจแล้วเจอว่า ไม่ผ่าน เช่น มีการตัดต่อตัวถัง หรือเครื่องยนต์ไม่ใช่รุ่นที่ถูกต้อง ประวัติรถคุณจะด่างพร้อยทันทีในระบบ และการจะแก้ให้ผ่าน อาจต้องใช้เงินมหาศาลเพื่อเบิกอะไหล่แท้จากอิตาลี ดังนั้น ก่อนยื่นเรื่อง ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจเช็คเบื้องต้นให้ชัวร์ก่อน
ในอนาคตจะไม่ได้เป็นแค่สมุดเล่มแดง แต่จะมาในรูปแบบ NFT หรือ Digital Twin ที่ผูกกับตัวรถ รถหนึ่งคันจะมีรหัส Token เฉพาะตัว ข้อมูลการซ่อมบำรุง การเปลี่ยนเจ้าของ จะถูกบันทึกใน Blockchain ทั้งหมด ใครที่มีสมุดแดงยุค Analog เก็บไว้คู่กับ Digital Token ในอนาคต จะยิ่งเป็นของ Rare ที่ประเมินค่าไม่ได้
ใบรับรอง Ferrari คือเครื่องรางกันผี (ผีที่ว่าคือพวกกดราคา) ถ้าคุณมีรุ่นคลาสสิก หรือรุ่น Limited อยู่ในมือ แล้วยังไม่ได้ทำเรื่องขอใบรับรอง ป๋าแนะนำให้รีบทำซะเดี๋ยวนี้ ก่อนที่อะไหล่บางตัวจะหาไม่ได้ แล้วคุณจะเสียดายโอกาสที่ทำเงินหล่นหายไปหลายล้าน
รถทุกรุ่นที่มีอายุเกิน 20 ปี (เช่น 355, 360, 550) หรือรุ่น Limited (เช่น Challenge Stradale, Scuderia) ต้องทำสถานเดียว ส่วนรถใหม่ๆ รอให้อายุถึงเกณฑ์ก่อนค่อยว่ากัน
รถ Ferrari ขับแล้วหล่อ แต่รถที่มีใบรับรอง ขับแล้วรวย เลือกเอาครับว่าอยากหล่ออย่างเดียว หรืออยากทั้งหล่อทั้งรวย ป๋าเชื่อว่าคุณเลือกได้ รถแท้ดูที่เหล็ก รถเทียมดูที่สี แต่รถเศรษฐีดูที่ใบรับรอง

