โอกาสทำกำไร JDM 2026 ยังมีอยู่จริงไหม

โอกาสทำกำไร JDM

โอกาสทำกำไร JDM เป็นคำถามที่น้องๆ นักธุรกิจรุ่นใหม่มักจะเดินมาสะกิดถามป๋าในวงซิการ์เสมอ ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเคยปฏิเสธที่จะซื้อ Toyota Supra MK4 เกียร์ธรรมดาเมื่อ 5 ปีก่อนในราคา 2 ล้านกว่าบาท เพราะบอกว่าแพง วันนี้รถคันเดิมสภาพเดิมเปลี่ยนมือกันที่ 6-7 ล้านบาท แกนั่งบ่นเสียดายจนถึงทุกวันนี้ นี่คือบทเรียนราคาแพงของการมองข้ามสิ่งที่เรียกว่า Cultural Asset

  • ไม่ใช่รถญี่ปุ่นทุกคันจะเป็นทองคำ
  • ทำไมอเมริกาถึงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด
  • Nissan GT-R vs Toyota Supra

จากรถซิ่งข้างถนนสู่เพชรเม็ดงาม

ย้อนกลับไปในยุค 90s ยุคฟองสบู่ญี่ปุ่นแตกใหม่ๆ ค่ายรถญี่ปุ่นบ้าพลังมาก แข่งกันผลิตรถสปอร์ตสมรรถนะสูงภายใต้ Gentleman’s Agreement ที่จำกัดแรงม้าไว้ที่ 280 ตัว (แต่จริงๆ เกินไปเยอะ) รถพวกนี้ถูกสร้างมาด้วยวิศวกรรมที่ Over-engineered หรือทำมาเผื่อเหลือเผื่อขาดแบบสุดกู๋ เครื่องยนต์ตระกูล RB26DETT หรือ 2JZ-GTE คือตำนานที่ไม่มีวันตาย

พอข้ามมาช่วงปี 2000s กระแส Pop Culture อย่าง Fast & Furious และเกม Gran Turismo ทำให้เด็กผู้ชายทั่วโลกฝังหัวกับรถพวกนี้ แต่ตอนนั้นเด็กพวกนี้ยังไม่มีเงินครับ จนกระทั่งเวลาผ่านไป 20 ปี เด็กกลุ่มนั้นโตขึ้นเป็นนักธุรกิจ เป็น CEO มีกำลังซื้อไม่อั้น และโหยหาอดีต

ประกอบกับกฎหมายนำเข้ารถเก่า 25 ปีของอเมริกาเริ่มปลดล็อกรถทีละรุ่น ทำให้ดีมานด์ทั่วโลกไหลมารวมกันที่ญี่ปุ่น ซึ่งพื้นฐานความเข้าใจเรื่องยุคสมัยและโมเดลต่างๆ นี้ ป๋าได้ปูพื้นไว้แน่นปึ้กในบทความ เจาะลึกการลงทุน JDM ลองไปไล่อ่านดูครับ จะได้รู้ว่าทำไมยุค 90s ถึงเป็นยุคทอง

ไม่ใช่รถญี่ปุ่นทุกคันจะเป็นทองคำ

เข้าใจตรงกันก่อนนะครับ JDM หรือ Japanese Domestic Market ที่เราจะลงทุน ไม่ใช่ Honda Jazz หรือ Toyota Vios แต่ต้องเป็น Hero Cars เท่านั้น รถพวกนี้ต้องมีองค์ประกอบครบ 3 อย่าง คือ 1. มีสตอรี่ในสนามแข่งหรือ Pop Culture 2. จำนวนผลิตจำกัดหรือรุ่นพิเศษ 3. สภาพเดิมโรงงาน (Stock Condition) ยิ่งเดิม ยิ่งแพง ยิ่งหายาก (28 เมษายน 2020) [1]

กระดานเทรดที่สะท้อนความบ้าคลั่งของโลก

ป๋าแนะนำให้ไปส่องเว็บประมูลรถระดับโลกอย่าง Bring a Trailer ดูครับ คุณจะเห็นเลยว่าราคาประมูลของ Acura NSX (Honda NSX) หรือ Mazda RX-7 Spirit R มันวิ่งขึ้นแบบไม่มีเพดาน บางคันจบประมูลแพงกว่า Ferrari รุ่นใหม่อีก นี่คือแหล่งอ้างอิงชั้นดีที่บอกว่าทิศทางลมกำลังพัดไปทางไหน
ที่มา: Bring a Trailer (สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2026) [2]

สถิติราคาที่พุ่งทะยานจนกราฟหุ้นต้องอาย

ช่วงปี 2018 ก่อนที่ R34 จะเข้ากฎ 25 ปี ราคาซื้อขายเฉลี่ยในญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 8-10 ล้านเยน พอมาปี 2022-2023 เมื่ออเมริกาเริ่มนำเข้าได้บางรุ่น ราคาดีดตัวขึ้นไปแตะ 25-30 ล้านเยน และรุ่นพิเศษอย่าง V-Spec II Nür ไปไกลถึง 50-60 ล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยก็แตะหลัก 15-20 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษี) ผลตอบแทนระดับ 300-400% ภายใน 5 ปี แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ

ทำไมอเมริกาถึงเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด

ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ สหรัฐอเมริกาคือตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดและมีกำลังซื้อสูงที่สุดในโลก กฎหมายของเขาห้ามนำเข้ารถที่ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของสหรัฐฯ จนกว่ารถคันนั้นจะมีอายุครบ 25 ปี ทันทีที่รถรุ่นฮิตอย่าง R32, Supra, RX-7 ครบอายุ (14 กุมภาพันธ์ 2025) [3]

คนอเมริกันที่อัดอั้นมานานก็แห่กันไปกวาดซื้อรถจากญี่ปุ่นแทบเกลี้ยงเกาะ Supply ในญี่ปุ่นหายวูบ แต่ Demand ทั่วโลกยังเท่าเดิมหรือมากขึ้น ราคามันก็เลยระเบิดเถิดเทิงไงครับ และนี่คือ โอกาสทำกำไร JDM ที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคนที่อ่านเกมขาดและเข้าไปช้อนซื้อรถรุ่นที่กำลังจะครบ 25 ปี ก่อนที่พ่อค้าอเมริกันจะมาแย่ง

ใบประมูล USS Tokyo

โอกาสทำกำไร JDM

นักลงทุน JDM ตัวจริงจะไม่ดูแค่รูปรถครับ เราดูใบประมูล รถที่ได้เกรด 4.5 หรือ 5 (สภาพนางฟ้า) จะมีราคาพรีเมียมกว่ารถเกรด R (รถซ่อมมา) แบบคนละเรื่อง ป๋าเคยเห็น R32 GT-R สองคันจอดข้างกัน ภายนอกเหมือนกันเปี๊ยบ แต่คันหนึ่งเกรด 4.5 ขายไป 3 ล้านบาท อีกคันเกรด R ขายได้แค่ 1.5 ล้านบาท

ส่วนต่างตรงนี้แหละครับคือกำไรของคนที่มีความรู้ ซึ่งถ้าคุณอยากรู้วิธีดูรถและคัดรถเกรด A เข้าพอร์ต ป๋าได้รวมเทคนิคไว้ใน คู่มือลงทุนรถหรู 2025 แล้ว ไปศึกษาดูครับจะได้ไม่โดนย้อมแมว

Nissan GT-R vs Toyota Supra

ถ้าให้เปรียบเทียบ Nissan GT-R (Skyline) เปรียบเหมือน Rolex Daytona ครับ มีความซับซ้อน มีประวัติศาสตร์ และราคาแข็งโป๊ก ส่วน Toyota Supra (MK4) เปรียบเหมือน Patek Philippe Nautilus คือมีความ Iconic รูปลักษณ์อมตะ และเครื่องยนต์ที่จูนได้บ้าคลั่ง ทั้งสองรุ่นนี้น่าเก็บทั้งคู่

แต่ถ้ามองในแง่ Growth Potential ในอีก 3 ปีข้างหน้า ป๋ามองว่า Mitsubishi Lancer Evolution (Tommi Mäkinen Edition) และ Subaru Impreza 22B กำลังมาแรงแบบเงียบๆ เพราะจำนวนรถสวยๆ เหลือน้อยเต็มที

จุดเปลี่ยนปี 2024-2026

ช่วงนี้คือช่วงพีคของ Nissan Skyline GT-R R34 ครับ เพราะรุ่นปี 1999-2001 ทยอยครบ 25 ปีแล้ว ราคาจะยังคงสูงและผันผวน แต่จุดที่น่าจับตามองคือรถยุค 2000s ต้นๆ อย่าง Honda S2000 หรือ Integra Type R (DC5) ที่กำลังจ่อคิวเข้ากฎ 25 ปีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ใครที่เก็บของพวกนี้ไว้ก่อน เตรียมรับทรัพย์ได้เลย

ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนลงเงินแบบ

เหรียญมีสองด้านเสมอครับ JDM มีความเสี่ยงเรื่องสนิม เป็นศัตรูตัวฉกาจ รถญี่ปุ่นเหล็กบางกว่ารถยุโรป และญี่ปุ่นเป็นเกาะมีความชื้นสูง ต้องเช็คใต้ท้อง ซุ้มล้อ ให้ดี

อีกเรื่องคืออะไหล่ แม้ค่ายรถจะเริ่มทำ Heritage Parts ออกมาขายใหม่ แต่บางชิ้นก็ยังหาเลือดตาแทบกระเด็น และระวังรถ “ยำ” หรือรถตัดต่อพันธุกรรมที่เอาซากมาปั้นขาย ดูแต่ตาเปล่าไม่รู้เรื่องครับ ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแชสซีส์เท่านั้น

วิธีอ่านเกมอนาคตของรถเก่า

มองเกมยาวๆ อนาคตรถ JDM จะแบ่งเป็นสองทางชัดเจน คือ 1. Original จ๋าๆ เก็บเข้าพิพิธภัณฑ์ ราคาจะแพงระยับ และ 2. Restomod แบบสำนัก Built by Legends ของญี่ปุ่น ที่เอารถเก่ามาทำใหม่ทั้งคัน ใส่เทคโนโลยีปัจจุบันเข้าไป ราคาขายกันคันละ 15-20 ล้านบาท ตลาดกลุ่มนี้กำลังโตวันโตคืน เพราะคนรวยอยากได้รถทรงคลาสสิกที่ขับดีเหมือนรถใหม่

บทสรุป โอกาสทำกำไร JDM แบบป๋าฟันธง

โอกาสทำกำไร JDM ยังเปิดกว้างเสมอสำหรับคนที่ทำการบ้านมาดี อย่าไปไล่ราคาตัวท็อปที่ราคาไปไกลแล้ว ให้มองหา Laggard หรือตัวที่ราคายังไม่วิ่งแต่มีศักยภาพ เช่น Honda NSX (NA1/NA2) ที่ราคายังถือว่า Undervalued เมื่อเทียบกับคู่แข่งยุโรป หรือ Mazda RX-7 (FD3S) สภาพเดิมๆ

รถเกียร์ออโต้ น่าเก็บไหม

คำตอบสั้นๆ คือ เลี่ยงได้เลี่ยงครับ JDM คือจิตวิญญาณของการขับขี่ เกียร์ธรรมดาคือหัวใจสำคัญ ราคาขายต่อของเกียร์ออโต้ในรถสปอร์ตญี่ปุ่น มักจะต่ำกว่าเกียร์ธรรมดา 30-50% ยกเว้นว่าคุณจะเอามาขับเล่นชิลๆ ไม่ซีเรียสเรื่องกำไร

บทพิสูจน์รสนิยมที่เหนือกว่ากาลเวลา

สุดท้ายนี้ ป๋าฝากข้อคิดไว้ 1 ข้อ รถที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน คือรถที่คุณแอบยิ้มทุกครั้งที่เดินผ่านมันในโรงรถ เพราะต่อให้ราคามันจะไม่ขึ้นวันนี้พรุ่งนี้ อย่างน้อยคุณก็ได้กำไรความสุขไปแล้วเต็มๆ ครับ ขอให้โชคดีกับการตามหาเนื้อคู่จากแดนปลาดิบครับ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง