



โรคสัตว์แปลก ที่พบบ่อย คือสิ่งที่คนเลี้ยง Exotic Pet กลัวที่สุด เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะพวกนี้มัน “อึด” และ “เก็บอาการเก่ง” ระดับรางวัลออสการ์ กว่าจะแสดงอาการว่าป่วยให้เราเห็น ก็มักจะหมายความว่าเครื่องในพังไปแล้วกว่า 80% วันนี้เลยจะมาแชร์สัญญาณเตือนภัยที่ได้มาจากปากหมอ Exotic โดยตรง จะได้ไม่ต้องเสียเงินแสนค่ารักษา หรือเสียใจที่ช่วยน้องไม่ทัน
เชื่อไหมว่าในวงการสัตว์แพทย์มีคำพูดติดตลกว่า “สัตว์แปลกไม่แค่ป่วย แต่จะทรุดฮวบเลย ย้อนกลับไป ช่วงปี 2010 สมัยที่สัตว์แปลกเพิ่งเริ่มบูมในไทย หมอเฉพาะทางหายากยิ่งกว่างมเข็ม ใครเลี้ยงแล้วป่วยคือทำใจอย่างเดียว แต่ตอนนี้ ปี 2025 เทคโนโลยีการแพทย์ไปไกลมาก มีทั้ง CT Scan และ MRI สำหรับสัตว์เล็ก แต่ค่ารักษามันแพงหูฉี่ แพงกว่าค่าตัวน้อง 10 เท่า!
เหตุผลที่เขาซ่อนอาการป่วย ไม่ใช่เพราะเขาหยิ่ง แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ในธรรมชาติถ้าสัตว์ตัวไหนแสดงความอ่อนแอ มันจะกลายเป็น “อาหารเย็น” ของนักล่าทันที เขาเลยต้องทำตัวแข็งแรงจนวินาทีสุดท้าย
มาดูกันว่า 3 กลุ่มอาการยอดฮิตที่พรากชีวิตสัตว์แปลกไปมากที่สุดมีอะไรบ้าง
อย่ารอให้ซึม ให้ดูที่พฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ แทน
ไม่ได้ขู่ให้กลัวนะ ข้อมูลจาก Association of Exotic Mammal Veterinarians (AEMV) ระบุชัดเจนว่า กว่า 70% ของโรคในสัตว์แปลกเกิดจากการเลี้ยงดูที่ผิดวิธี ทั้งเรื่องอาหาร อุณหภูมิ และความสะอาด ไม่ใช่เพราะติดเชื้อโรคจากไหนเลย แปลว่าเราป้องกันได้ถ้ามีความรู้ที่ถูกต้อง
ลองดูสถิติที่น่าสนใจ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2020-2024) โรงพยาบาลสัตว์ชั้นนำพบเคส “นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ” ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กเพิ่มขึ้นสูงมาก สัมพันธ์โดยตรงกับการให้อาหารเม็ดเกรดต่ำที่มีแคลเซียมสูงเกินไป และขาดการกินน้ำที่เพียงพอ
ใครที่ไม่อยากเจอปัญหานี้ ลองกลับไปอ่านทริคการเตรียมงบค่าอาหารใน คู่มือเลี้ยงสัตว์ เตรียมตัวอย่างไร ดูนะ เขียนไว้ละเอียดเลยว่าทำไมของแพงถึงคุ้มกว่าในระยะยาว

เพราะเราชอบเข้าข้างตัวเองไง “เดี๋ยวมันก็หายเอง” หรือ “น้องแค่ง่วงมั้ง” แต่ความจริงคือ สัตว์แปลกมีอัตราการเผาผลาญที่สุดโต่ง บางตัวเร็วมาก (หนู/นก) ทำให้โรคดำเนินเร็วแบบติดจรวด บางตัวช้ามาก (เต่า/งู) ทำให้เราดูไม่ออกว่าป่วยมาเป็นเดือนแล้วจนกระทั่งมันสายเกินไป
โรคที่น่าเศร้าที่สุดคือ โรคกระดูกบาง พบบ่อยในชูการ์ไกลเดอร์ อิกัวน่า และเต่า เกิดจากการขาดแคลเซียมและแสง UV ร่างกายเลยไปดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ทำให้กระดูกอ่อน ผิดรูป เดินไม่ได้ และเจ็บปวดทรมานมาก ทั้งหมดนี้ป้องกันได้แค่ “หลอดไฟ UV” และ “ผงแคลเซียม” แต่หลายคนกลับมองข้ามเพราะคิดว่าเปลือง (14 พฤศจิกายน 2025) [1]
ถามกันมาเยอะมาก “มียาแนะนำไหม น้องซึมๆ” คำตอบคือ อย่าหาทำ! การเอายาคน (เช่น พาราเซตามอล) ให้สัตว์กินคือยาพิษ ย้อนไปดูเคสปี 2018 มีคนเอายาแก้ปวดให้แมวกินจนตับวายตายในไม่กี่ชั่วโมง สัตว์แปลกยิ่ง sensitive กว่านั้นหลายเท่า ยาบางตัวปลอดภัยกับหมา แต่ฆ่ากระต่ายได้ทันที (26 กันยายน 2025) [2]
การไปหาหมอเฉพาะทางอาจจะดูแพง (Start 500-1,000 บาท) แต่หมอจะคำนวณโดสยาตามน้ำหนักตัวหน่วยเป็นกรัม ซึ่งปลอดภัยกว่าการเดาสุ่มล้านเปอร์เซ็นต์
ระวังกับดัก “อาหารเสริม” กินมั่วซั่วตับพังไม่รู้ตัว วิตามินบางตัวถ้าให้เยอะไปก็เป็นพิษได้นะ โดยเฉพาะวิตามิน D3 ในสัตว์เลื้อยคลาน ถ้าให้มากไป ไตจะวายเอาได้ หลักการคือ “ขาดเติมได้ แต่เกินเอาออกยาก”
ในปี 2026 เทรนด์ “Telemedicine for Pets” จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการ Exotic เราอาจจะวิดีโอคอลปรึกษาหมอเบื้องต้นได้ก่อนพาไป รพ. ช่วยประเมินความฉุกเฉินได้ทันท่วงที ใครที่ติดตามเทรนด์ใน รวมสัตว์เลี้ยงแปลก 2025 จะรู้เลยว่าเทคโนโลยีพวกนี้กำลังมาแรงและช่วยชีวิตสัตว์ได้เยอะมาก (21 มกราคม 2025) [3]
โรคสัตว์แปลก ที่พบบ่อย สรุปแล้วป้องกันได้เกือบ 100% ถ้าเราใส่ใจเรื่องการจัดการสภาพแวดล้อมให้ถูกต้องตามธรรมชาติของเขา อย่างที่เคยย้ำในบทความ เลี้ยงงูคอร์น ยากไหม ว่าแค่อุณหภูมิถูก น้องก็ไม่ป่วยแล้ว การลงทุนกับอุปกรณ์เลี้ยงที่ดี คือการซื้อประกันสุขภาพที่ดีที่สุด
เชียร์สุดใจ! เดี๋ยวนี้มีประกันสำหรับสัตว์แปลกในไทยแล้ว เบี้ยหลักพัน คุ้มครองหลักหมื่น ดีกว่าต้องมานั่งระดมทุนตอนน้องป่วยหนักนะ ยิ่งถ้าเป็นโรคเรื้อรัง ประกันช่วยชีวิตกระเป๋าตังค์เราได้เยอะมาก
การเลี้ยงสัตว์แปลกไม่ใช่แค่เรื่องของความเท่ แต่มันคือชีวิตหนึ่งที่เราต้องรับผิดชอบ หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้ทุกคนตื่นตัวและหมั่นสังเกตลูกๆ ที่บ้านมากขึ้น จำไว้เสมอว่า “กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน” ขอให้น้องๆ ทุกตัวแข็งแรง อยู่สร้างรอยยิ้มให้เราไปนานๆ นะคะ!

