แมวไทย มงคล โชคลาภ เลี้ยงสายพันธุ์ไหนดี?

แมวไทย มงคล โชคลาภ

แมวไทย มงคล โชคลาภ มีให้เลือกหลายๆสายพันธุ์ วิเชียรมาศ สีสวาด ศุภลักษณ์ ขาวมณี โกญจา และ เก้าแต้ม ล้วนเป็นแมวสายพันธุ์ไทยแท้ ให้โชค ให้คุณ แก่ผู้เลี้ยง ด้านอำนาจ ความโชคดี ความมั่งคั่ง ความปลอดภัย เสริมสิริมงคล และความร่ำรวย หากจะพูดถึง เลี้ยงสายพันธุ์ไหนดี สามารถดูลักษณะ และความชอบส่วนตัว ของแมวไทยสายพันธุ์ต่างๆ กันก่อนได้เลย

  • ลักษณะแมวที่ช่วยเสริมสิริมงคล
  • ลักษณะแมวที่ตำราว่าอัปมงคล
  • แมวมงคล สายพันธุ์ไทยแท้

ความเชื่อเกี่ยวกับแมว ด้านดี และด้านร้าย

ความเชื่อเกี่ยวกับ แมวไทย มีหลายๆแง่มุม ความโชคดี และด้านความโชคร้าย ทั้งตำนานไทย และตำนานต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น อียิปต์ อังกฤษ อเมริกา เยอรมัน และสกอตแลนด์ มีความเชื่อเกี่ยวกับแมว แตกต่างกันไป เรามาดูกันว่า ประเทศไทยเรา มีความเชื่อเกี่ยวกับแมว อย่างไรบ้าง

แมวแบบไหน? เชื่อว่าเป็นสิริมงคล

ในตำราสมัยโบราณ มีความเชื่อเกี่ยวกับแมว ที่เป็นสิริมงคล ทำให้ผู้เลี้ยง แมว มั่งคั่ง ร่ำรวย เรียกโชคลาภ เรียกทรัพย์ โดยเป็นแมวที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  1. แมวเรียกทรัพย์: แมวที่เสริมสร้างโชคลาภ เงินทอง เรียกทรัพย์ และความเป็นเศรษฐี ได้แก่
    • แมวโกญจา: หรือแมวดำปลอด มีลักษณะ นัยน์ตา ลิ้น ขน และเล็บดำสนิท เชื่อว่า จะทำให้เกิดทรัพย์สมบัติมหาศาล
    • แมวขาวมณี: หรือแมวขาวปลอด ขาวทั้งตัว ตาสีปรอท ช่วยให้ทรัพย์สินในบ้านมั่นคง มีทรัพย์สินเงินทองที่รวยแบบถาวร มียศถาบรรดาศักดิ์
  2. แมวด่าง 9 แห่ง: เป็นแมวให้คุณสูงยิ่ง ส่งเสริมให้ร่ำรวย มีสมบัติมาก แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ แมวมีจุดด่างเฉพาะจุด ด่างที่คอ ด่างที่โคนหาง ด่างแสกหน้า มีความเชื่อว่า จะเหนี่ยวนำทรัพย์สินเงินทอง ลาภยศสรรเสริญ มาให้คนเลี้ยงไม่ขาดสาย
  3. แมวเรียกอำนาจวาสนา: คนเลี้ยงแมว มีอำนาจวาสนาดีขึ้น และมียศศักดิ์ เน้นในเรื่องการงาน บารมี ได้แก่
    • แมวสีนาค: เป็นสีเกือบแดง ทำให้คนเลี้ยง เพิ่มยศถาบรรดาศักดิ์ ในหน้าที่การงาน และมีข้าทาสบริวาร
    • แมวด่าง: มีจุดด่างตรงจุดสำคัญ กลางกระหม่อม กลางหลัง สะโพก ไหล่ เชื่อว่าคนเลี้ยง จะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีอำนาจ น่าเกรงขาม
    • แมวลายอานม้า: โดยจะเป็นแมวด่างตรงกลางหลังและไหล่ เสริมสิริมงคล และเสริมอำนาจให้ผู้เลี้ยง
    • แมวมาเลศ: แมวสีดอกเลา ตาสีน้ำค้าง เชื่อว่าเป็นแมวมีฤทธิ์ เสริมเมตตามหานิยม ใครเห็นเป็นต้องรัก เจ้าของปรารถนาสิ่งใดก็สมหวัง
  4. แมวเสริมอาชีพ: ส่งเสริมด้านการงานอาชีพให้รุ่งเรือง
    • ข้าราชการ: แมวตัวดำเท้าขาว และมีแถบขาวจากหางถึงจมูก เชื่อว่าจะได้ตำแหน่งสูง
    • เสริมค้าขายทางน้ำ: แมวที่สะดือด่าง ถูกโฉลกกับคนที่ออกทะเล ทำให้ได้ลาภได้โชค
    • ครูอาจารย์และนักบวช: แมวมีลักษณะด่างตรงหูสองข้าง เชื่อว่าจะทำให้มีบริวารมาก
  5. กลุ่มแมววิเศษ: ซึ่งเป็นแมวมีฤทธิ์ในตัว เป็นของดีหลังแมวตายไป ได้แก่
    • แมวจตุบท: เท้าขาว 4 ข้าง หูขาว 2 ข้าง
    • ตาสีจันทร์: เมื่อตายไปแล้ว ตำราให้ฝัง และบูชากระดูก ช่วยให้สมปรารถนา หรือถ้าโชคดีจะพบ ‘คต’ เป็นนัยน์ตา หรือกระดูก ที่กลายเป็นหิน ซึ่งถือเป็นของมงคลอย่างยิ่ง ทำให้เจ้าของเป็นเศรษฐี

แมวแบบไหน? เชื่อว่าอัปมงคล

ตามตำราโบราณ มีความเชื่อเกี่ยวกับ แมวให้โทษ หรือ แมวนำพาโชคร้าย หรือ แมวอัปมงคล ซึ่งจะดูจากลักษณะภายนอก พฤติกรรมของแมว โดยแบ่งตามกลุ่ม และลักษณะ ดังนี้

  1. รูปลักษณ์ภายนอก: ลักษณะสีขน และลวดลายของแมว ถูกเชื่อมโยงเกี่ยวกับ โชคชะตาของผู้เลี้ยง และโชคลาง ได้แก่
    • แมวลายเสือ: แมวลวดลายเสือทุกชนิด เชื่อว่าทำให้บ้านร้อน สร้างความทะเลาะวิวาท ทรัพย์สินพินาศ หรือถูกฟ้าผ่า
    • แมวขนดำแซมขาว: ผู้เลี้ยงแมวชนิดนี้ จะทำให้เกิดโชคร้าย มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ และมีคนใส่ร้ายป้ายสี
    • แมวดำตาขาว: เชื่อว่าเป็นแมวอัปมงคลอย่างยิ่ง ทำให้เสียทรัพย์เสียเงินทอง ญาติผู้ใหญ่เสียชีวิต หรือมีคนเสียชีวิตในบ้าน เจ้าของเจ็บป่วยร้ายแรง
    • แมวตัวขาวตาแดง: เป็นลางร้าย ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท เสียคนรัก และคนเลี้ยงตกทุกข์ได้ยาก มีความลำบาก
      แมวด่างเฉพาะจุด: เชื่อว่าจะนำพาความพินาศมาให้เจ้าของ และเป็นเหตุทำให้ไฟไหม้บ้าน
  2. ลักษณะของหาง: เป็นความเชื่อเกี่ยวกับ ความสมบูรณ์ของร่างกายแมว
    • แมวหางด่าง: เป็นแมวของอมนุษย์ ซึ่งจะนำพาโชคร้าย นำพาอันตราย และทำให้เกิดไฟไหม้
    • แมวหางคดงอ: แมวหางคดงอ หางผิดรูปร่าง เปรียบเสมือนมีของที่มีตำหนิ ของมีค่าที่แตกแล้ว ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน
  3. พฤติกรรมและนิสัย: แมวที่มีนิสัยดุร้าย และร้องเสียงแปลกๆ ชอบกัดกัน เชื่อว่าจะทำความเดือดร้อนมาสู่ผู้เลี้ยง และแมวที่กินลูกตัวเอง หรือแมวที่ตกลูกตาย ถือว่าเป็นแมวกาลกิณีขั้นรุนแรง จะทำให้เจ้าของเสียชื่อเสียง และนำภัยพิบัติเข้าบ้าน

ที่มา: ทาสแมวต้องอ่าน “ลักษณะแมวให้คุณ-ให้โทษ” บันทึกไว้ตั้งแต่สมัยอยุธยา (24 เมษายน 2025) [1]

ในยุคปัจจุบัน มุมมองทางวิทยาศาสตร์ และพฤติกรรมของสัตว์ แมวมีตาสีแดง หรือมีตาสีขาว เป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ และโรคทางสายตา และแมวที่กินลูกตัวเอง เกิดจากสัญชาตญาณแมว ซึ่งอาจจะมีความเครียด รู้สึกไม่ปลอดภัย หรือลูกแมวไม่แข็งแรง เป็นต้น

แมวไทย มงคล โชคลาภ ความเชื่อเกี่ยวกับแมว

แมวไทย มงคล โชคลาภ

ความเชื่อในปัจจุบัน จะเป็นความเชื่อที่ผสมผสาน ระหว่างตำราโบราณ แมวไทยให้โชค และความเชื่อสมัยใหม่ การเลี้ยงแมว ไม่ได้เลี้ยงสำหรับการเรียกทรัพย์ การนำโชคดีมาให้ หรือเพื่อเป็นสิริมงคลเท่านั้น แมวเป็นสัตว์เลี้ยงที่น่ารัก ขี้อ้อน ดูแลเหมือนสมาชิกในครอบครัว ดูแลเหมือนเพื่อน มากกว่าความเชื่อด้านโชคลาง

แมวสายพันธุ์ไทย มงคลให้โชคลาภ

แมวไทย ตามตำราแมวมงคล มีทั้งหมด 17 สายพันธุ์ แมว มั่งคั่ง ร่ำรวย แต่ในปัจจุบัน เหลือเพียง 5-6 สายพันธุ์เท่านั้น เรามาดูกันว่า แมวสายพันธุ์ไทยแท้ แมวสายพันธุ์ไหนบ้าง เป็นแมวนำโชค แมวเสริมสิริมงคล ได้แก่

  • วิเชียรมาศ: แมวเพชรแห่งดวงจันทร์ สีขนสีครีม มีสีเข้ม 9 จุด ดวงตาสีฟ้า เสริมโชคลาภ เสริมเงินทอง ความสำเร็จ จดทะเบียนสายพันธุ์แมววิเชียรมาศ ในปี ค.ศ. 1934
  • ศุภลักษณ์ หรือ แมวทองแดง: เป็นแมวที่มีขนสีน้ำตาลแดง หรือสีทองแดง ดวงตาสีเหลืองทอง เป็นสัญลักษณ์ความรุ่งเรือง การมียศถาบรรดาศักดิ์
  • โคราช หรือ สีสวาด: แมวแห่งโชคลาภ สิริมงคล มีขนสีเงินอมฟ้า มีหน้าเป็นรูปหัวใจ ตาสีเขียวหรือสีเหลือง เป็นแมวเสริมความสุข เสริมความรัก แมวสีสวาด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแมวประจำชาติไทย ในปี ค.ศ. 2009
  • ขาวมณี: หรือ แมวขาวปลอด เป็นแมวขนสีขาวบริสุทธิ์ เป็นแมวเสริมโชคลาภ ทำให้มีโชคลาภก้อนโต ส่งเสริมเจ้าของ มักจะมีตา 2 สี ขึ้นทะเบียนเป็นแมวประจำชาติไทย ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025
  • เก้าแต้ม: เป็นแมวที่มีขนสีขาว มีแต้มสีดำตามร่างกาย ครบ 9 แห่ง เป็นแมวช่วยเสริมการค้า ความรุ่งเรือง ความก้าวหน้า ช่วยในเรื่องหน้าที่การงาน
  • โกญจา หรือ ดำปลอด: เป็นแมวที่มีขนสีดำสนิททั้งตัว ตาสีดอกบ๊วย ความเชื่อ แมวสีดำ เป็นแมวนำโชค ความมั่งคั่งร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ และความสุข จดทะเบียนสัตว์ประจำชาติไทย ในปี ค.ศ. 2009

ที่มา: แมวไทยมงคล เลี้ยงแล้ว โชค เฮง รวย (14 พฤษภาคม 2024) [2]

เริ่มต้นเลี้ยงแมว ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

สำหรับมือใหม่ อยากเลี้ยงแมว จำเป็นต้องเตรียมอะไรบ้าง หลักๆเลย ต้องเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับแมว ไม่ว่าจะเป็น อาหารและน้ำ เป็นไปตามช่วงอายุของแมว กระบะทรายแมว ที่นอนแมวนุ่มๆ กระเป๋าแมว ปลอกคอ หรือสายจูง ที่ลับเล็บแมว และของเล่นแมว

สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มเติม คือเตรียมสภาพแวดล้อม พื้นที่สำหรับเลี้ยงแมว เป็นพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท ความปลอดภัยจากสารเคมี และจากอันตรายต่างๆ อุปกรณ์ทำความสะอาด แชมพู กะละมัง ผ้าเช็ดตัว และยากำจัดเห็บหมัด หมั่นดูแลสุขภาพ และพาแมวไปฉีดวัคซีนเป็นประจำ

นอกจากนี้ ต้องสำรองเงินเป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้น ค่าอาหาร ค่าของใช้ ค่ารักษาพยาบาล และอื่นๆ ศึกษาสายพันธุ์แมว อุปนิสัย และธรรมชาติของแมว และต้องมั่นใจว่า จะเลี้ยงแมวจนกว่าจะหมดอายุขัย ไม่ใช่ชอบเพียงประเดี๋ยวประด๋าว แล้วเลิกเลี้ยง (14 กรกฎาคม 2025) [3]

สรุปแล้ว ควรเลี้ยงแมวสายพันธุ์ไหนดี?

การเลี้ยงแมว ณ ยุคปัจจุบัน ไม่ค่อยมีความเชื่อเรื่องแมวให้โทษ หรือแมวทำให้เกิดลางร้าย สามารถเลือกตามความชอบของผู้เลี้ยงได้เลย สำหรับ แมวไทย มงคล โชคลาภ ตามความเชื่อ แมวสายพันธุ์ไทย ล้วนเป็นสิริมงคล สามารถเลือกตามลักษณะความชอบของผู้เลี้ยงได้เลย

ความเชื่อ เกี่ยวกับลักษณะแมว เป็นอย่างไร?

ตามความเชื่อโบราณ แมวเป็นสัตว์มงคล และเป็นสัตว์อัปมงคล ขึ้นอยู่กับลักษณะ พฤติกรรม และสีขน แมวที่มีความสะอาดตา ความแปลกที่ลงตัว ความขนด่างที่เป็นระเบียบ มีลักษณะสวยงาม บ่งบอกถึงความสงบสุข มีระเบียบ ความสง่างาม ผิดกับแมวให้โทษ จะมีลักษณะไม่สมประกอบ มีพฤติกรรมดุร้าย มีสีสันสับสนวุ่นวาย ตำราจึงบอกว่าเป็นแมวให้โทษแก่ผู้เลี้ยง

แมวสายพันธุ์ไทย แมวมงคลพันธุ์อะไรบ้าง?

แมวสายพันธุ์ไทยแท้ แมวมงคลมีทั้งหมด 17 สายพันธุ์ ในปัจจุบัน หลงเหลืออยู่ประมาณ 5-6 สายพันธุ์ ได้แก่ แมววิเชียรมาศ, แมวศุภลักษณ์, แมวโคราชหรือแมวสีสวาด, แมวขาวมณี, แมว 9 แต้ม และแมวโกญจา สำหรับคนรักแมว หรือคนอยากเลี้ยงแมว ต้องมีการเตรียมความพร้อม เตรียมสถานที่ เตรียมค่าใช้จ่าย และสามารถรับผิดชอบชีวิตแมว จนตลอดอายุใครของแมวได้

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง