



เลขไมล์สะสม Ferrari ผมมีเพื่อนคนหนึ่งซื้อ 488 GTB มา จอดเก็บไว้ในห้องแอร์อย่างดี 3 ปี วิ่งไปแค่ 500 กิโลเมตร แกภูมิใจมากว่ารถแกใหม่กริ๊บ แต่พอจะขายจริงๆ กลับโดนกดราคาเพราะซีลยางเริ่มแข็งและแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพ ในขณะที่อีกคนขับรุ่นเดียวกัน วิ่งไป 20,000 กิโลเมตร แต่ดูแลถึง เซอร์วิสศูนย์เป๊ะ กลับขายได้ง่ายกว่าและคนซื้อแฮปปี้กว่า
ต้องเท้าความกันหน่อยครับ ในยุค 90s สมัย F355 หรือ 360 Modena เฟอร์รารี่ขึ้นชื่อเรื่องความเปราะบาง สายพานไทม์มิ่งต้องเปลี่ยนทุก 3 ปี คลัตช์เกียร์ F1 หมดไวเหมือนน้ำมัน ทำให้คนยุคนั้นกลัวการขับไมล์เยอะมาก รถที่มีเลขไมล์เกิน 30,000 กิโลเมตร ถือเป็นรถ High Mileage ที่คนเมินทันที
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2011 เมื่อเฟอร์รารี่เปิดตัวโปรแกรม 7-Year Genuine Maintenance หรือบำรุงรักษาฟรี 7 ปี แถมตัวรถยุค 458 Italia เป็นต้นมา เครื่องยนต์ทนทานขึ้นมหาศาล ทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปครับ คนเริ่มกล้าขับเฟอร์รารี่ไปจ่ายตลาด ไปรับลูก หรือออกทริปไกลๆ มากขึ้น
ซึ่งถ้าคุณเข้าใจบริบทการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ คุณจะเริ่มมองออกว่ารถรุ่นไหนควรเก็บไมล์ รุ่นไหนควรขับใช้งาน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ผมเคยปูไว้ในบทความ เจาะลึกการลงทุน Ferrari ว่าด้วยเรื่องการเลือกรุ่นให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การลงทุน
อย่าเอามาตรฐานรถญี่ปุ่นมาวัดนะครับ สำหรับเฟอร์รารี่ เราแบ่งเกรดเลขไมล์กันโหดหินมาก
เรื่องนี้ต้องเตือนกันดังๆ ครับ ในตลาดมือสอง มีรถสวยแต่รูปจูบไม่หอมเยอะมาก พวกที่กรอไมล์ดิจิทัลให้ดูน้อยๆ แต่หารู้ไม่ว่า Ferrari ยุคใหม่เก็บข้อมูลไมล์ไว้ในกล่อง ECU และกุญแจรถด้วย การเช็คประวัติศูนย์จึงสำคัญเท่าชีวิตครับ ถ้าไมล์บนหน้าปัดบอก 5,000 โล แต่ประวัติเข้าศูนย์ล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อนระบุว่า 15,000 โล ก็ตัวใครตัวมันครับ (15 พฤษภาคม 2024) [1]
ผมอ้างอิงข้อมูลจาก Hagerty บริษัทประกันภัยรถคลาสสิกระดับโลก เขาทำกราฟเปรียบเทียบไว้ชัดเจนครับ รถ Ferrari V8 เครื่องวางกลางอย่าง F430 หรือ 458 ทุกๆ 1,000 ไมล์ที่เพิ่มขึ้น มูลค่ารถจะหายไปประมาณ 1-2% ในช่วงแรก และจะเริ่มนิ่งเมื่อพ้นระยะ 15,000 ไมล์ไปแล้ว (22 พฤษภาคม 2025) [2]
ช่วงโควิดที่ผ่านมา เราเห็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดครับ รถไมล์น้อยจัดๆ (Delivery Mileage) ราคาทะลุเพดานไปไกลมาก อย่าง 488 Pista ที่วิ่งไม่ถึง 500 โล ราคาบวกไปแตะ 40-50 ล้านบาท ในขณะที่รถรุ่นเดียวกันแต่วิ่งไป 10,000 โล ราคาอยู่ที่ 30 ล้านต้นๆ ส่วนต่างเกือบ 20 ล้านบาทนี้ เกิดจากเลขไมล์ล้วนๆ ครับ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสำหรับรถรุ่นพิเศษ เลขไมล์คือ ต้นทุนที่แพงที่สุด

คำถามนี้ผมตอบแบบนักจิตวิทยานะครับ มันคือ Psychological Barrier หรือกำแพงทางใจ คนซื้อเฟอร์รารี่ส่วนใหญ่ซื้อด้วยอารมณ์ครับ เขาอยากได้ความรู้สึกว่าเป็นคนแรกๆ ที่ได้ครอบครอง หรืออย่างน้อยก็อยากได้รถที่ผ่านมือน้อยที่สุด
ลองดูเคสจริงในตลาดไทยครับ คันแรกสีแดง วิ่ง 8,000 กิโลเมตร ตั้งขาย 21 ล้านบาท อีกคันสีเดียวกัน ปีเดียวกัน แต่วิ่ง 35,000 กิโลเมตร ตั้งขาย 17.5 ล้านบาท ส่วนต่าง 3.5 ล้านบาทนี้ ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่เน้นจอดเก็บ คุณต้องเลือกคันแรก แต่ถ้าคุณกะซื้อมาขับอาทิตย์ละครั้ง คันหลังคือความคุ้มค่าที่คุณหาไม่ได้จากที่ไหน
จำไว้นะครับ กิโลเมตรที่แพงที่สุด คือกิโลเมตรที่ 0 ถึง 5,000 ครับ ช่วงนี้กราฟราคาจะดิ่งลงเหวแบบชันที่สุด พอพ้น 10,000 โลไปแล้ว กราฟจะเริ่มลาดลงเป็นแนวระนาบ
ซึ่งเทคนิคการเข้าซื้อในช่วงที่กราฟเริ่มนิ่งนี้แหละครับ คือกลยุทธ์สำคัญที่ผมเน้นย้ำไว้ใน คู่มือลงทุนรถหรู 2025 ว่าด้วยการจับจังหวะเข้าซื้อสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดทุนหน้าตั๋ว
ระวังให้ดีนะครับ รถไมล์น้อยมากๆ บางทีน่ากลัวกว่ารถไมล์เยอะ รถที่ไม่ค่อยได้วิ่ง ซีลยางต่างๆ จะแข็งกรอบ น้ำมันเครื่องจะนอนก้นกลายเป็นโคลน ระบบแอร์จะรั่วซึมง่าย ถ้าคุณไปเจอรถ 10 ปีวิ่ง 2,000 โล เตรียมงบเปลี่ยนของเหลวและซีลยางทั้งคันไว้เลยครับ ไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนบาทแน่นอน
มองเกมยาวๆ แบบป๋านะครับ ในอนาคตเมื่อรถยนต์ไฟฟ้าครองเมือง รถ Ferrari เครื่องสันดาปไมล์เยอะ จะได้รับการยอมรับมากขึ้นครับ เพราะคนจะมองว่ามันคือ Survivor ที่ผ่านการใช้งานจริง พิสูจน์ความทนทานมาแล้ว และด้วยความที่เครื่องยนต์สันดาปจะหาไม่ได้อีกแล้ว ต่อให้วิ่งมาแสนโล คนก็จะยังแย่งกันซื้อเพื่อเอาไปบูรณะเก็บไว้อยู่ดี (9 ธันวาคม 2025) [3]
สรุปสั้นๆ แบบฟันธง ถ้าคุณซื้อรถรุ่น Limited อย่าง Pista หรือ Competizione ห้ามขับเยอะเด็ดขาดครับ เก็บไมล์ไว้ให้ต่ำที่สุด เพราะทุกกิโลเมตรคือเงินที่หายไป แต่ถ้าคุณซื้อรุ่น Production ทั่วไปอย่าง F8 หรือ Roma ขับไปเถอะครับ ความสุขหลังพวงมาลัยมันคุ้มค่ากว่าส่วนต่างราคาขายต่อแน่นอน
มีครับ แต่ต้องเลือกสภาพ และประวัติเป็นตัวตั้ง ถ้ารถไมล์เยอะแต่เซอร์วิสศูนย์ทุกระยะ เปลี่ยนอะไหล่ตามกำหนด สภาพภายในกริ๊บ รถแบบนี้อนาคตไกลครับ เรียกว่า Honest Car หรือรถที่จริงใจ ตลาดเริ่มให้ค่ารถกลุ่มนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายนี้ ฝากข้อคิดไว้สักนิด รถจอดอาจจะได้กำไรเป็นตัวเงิน แต่รถขับจะได้กำไรเป็นความทรงจำ เลือกเอาครับว่าคุณอยากรวยตัวเลข หรือรวยความสุข ขอให้สนุกกับการฟังเสียงเครื่องยนต์รอบตัดครับ

