



เลกกิ้งกันกระแทก คือกางเกงรัดรูปสำหรับนักฟุตบอลที่ออกแบบให้มีวัสดุหรือแผ่นรองบริเวณจุดที่เสี่ยงต่อการกระแทก เช่น สะโพก ต้นขา และเข่า ช่วยลดแรงกระแทกจากการล้ม การปะทะ หรือการสัมผัสพื้นระหว่างเล่นฟุตบอล โดยยังคงความกระชับเพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวก
เลกกิ้งกันกระแทกช่วยป้องกันบริเวณขาส่วนล่าง โดยเฉพาะหน้าแข้งและด้านข้างของขา ขณะที่บางรุ่นอาจออกแบบให้มีแผ่นป้องกันเพิ่มเติมบริเวณเข่าหรือต้นขา จึงควรเลือกเลกกิ้งที่มีแผ่นป้องกันครอบคลุมบริเวณที่ต้องการใช้งาน และมีขนาดกระชับพอดีกับร่างกายเพื่อไม่ให้เลื่อนระหว่างเล่นฟุตบอล
นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่าแรงที่ทำให้กระดูกขาส่วนล่างเกิดการแตกหักอยู่ในช่วงประมาณ 1,595–2,612 นิวตัน และตำแหน่งที่ไวต่อการแตกหักแตกต่างกันตามทิศทางและจุดที่ได้รับแรงกระแทก (7 มกราคม 2025) [1]
ดังนั้นเลกกิ้งกันกระแทกจึงเหมาะสำหรับช่วยลดแรงปะทะบริเวณขา แต่ไม่ควรมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่ป้องกันการบาดเจ็บได้ทั้งหมด การเลือกขนาดให้พอดีและจัดตำแหน่งแผ่นป้องกันให้ตรงกับบริเวณที่ต้องการจึงมีความสำคัญ
แผ่นรองทำหน้าที่ช่วย ดูดซับและกระจายพลังงานจากแรงกระแทก ก่อนที่แรงจะส่งผ่านไปยังร่างกาย ซึ่งได้มีการพบว่ากางเกงผู้รักษาประตูที่มีแผ่นรองสามารถลดแรงกระแทกได้โดยทั่วไป แต่ประสิทธิภาพแตกต่างกันมากตามวัสดุและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ โดยวัสดุประเภท visco-elastic foam ให้ผลการป้องกันที่ดีกว่าวัสดุบางชนิดที่นำมาทดสอบ
ผู้รักษาประตูสามารถใส่เลกกิ้งกันกระแทกได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องพุ่งล้ม ปะทะพื้น หรือฝึกซ้อมเป็นประจำ เนื่องจากอุปกรณ์ป้องกันสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากแรงกระแทกบริเวณขาได้ ข้อมูลจากบทความทบทวนระบุว่า ฟุตบอลมีอัตราการบาดเจ็บจากการแข่งขันประมาณ 20 ครั้งต่อ 1,000 ชั่วโมง ขณะที่การฝึกซ้อมอยู่ที่ประมาณ 2–3 ครั้งต่อ 1,000 ชั่วโมง (5 พฤศจิกายน 2025) [2]
จึงสะท้อนให้เห็นว่าการปะทะและการเคลื่อนไหวระหว่างเล่นฟุตบอลมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ดังนั้นสำหรับผู้รักษาประตู เลกกิ้งกันกระแทกจึงอาจเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มการป้องกัน โดยเฉพาะบริเวณที่รับแรงจากการพุ่งตัวและล้ม แต่ไม่ควรเข้าใจว่าสามารถป้องกันการบาดเจ็บได้ทั้งหมด เพราะประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับวัสดุ รูปแบบ และตำแหน่งของแผ่นรอง
วัสดุและตำแหน่งของแผ่นรองมีผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกัน เพราะวัสดุแต่ละชนิดสามารถดูดซับพลังงานและลดแรงที่ส่งผ่านได้แตกต่างกัน และมีเพียงผลิตภัณฑ์บางประเภทที่ใช้ visco-elastic foam โดยผ่านเกณฑ์พื้นฐานของอุปกรณ์ป้องกันสะโพกที่ใช้ในการเปรียบเทียบ
ซึ่งเลกกิ้งกันกระแทกมักออกแบบให้มีแผ่นรองบริเวณสะโพก ต้นขา หรือด้านข้างของขา ซึ่งเป็นจุดที่อาจสัมผัสพื้นเมื่อผู้เล่นล้มหรือพุ่งตัว สำหรับผู้เล่นที่ต้องการป้องกันบริเวณอื่นเพิ่มเติม อาจเลือกใช้อุปกรณ์เฉพาะจุด เช่น สนับเข่าฟุตบอล
เพื่อช่วยป้องกันบริเวณเข่า หรือ สนับข้อเท้าบอล สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มการป้องกันบริเวณข้อเท้า ทั้งนี้ควรเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะกับลักษณะการเล่นและตำแหน่งที่ต้องการป้องกัน รวมถึงตรวจสอบความกระชับและการเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้อุปกรณ์รบกวนจังหวะการเล่น

ควรเลือกเลกกิ้งกันกระแทกให้เหมาะกับบริเวณที่ต้องการป้องกันและลักษณะการเล่น โดยต้องมีขนาดกระชับพอดีกับร่างกาย ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป เพื่อให้แผ่นรองยังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมระหว่างการเคลื่อนไหว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
การเลือกเลกกิ้งกันกระแทกควรพิจารณาควบคู่กับการดูแลร่างกายก่อนและหลังเล่นฟุตบอล เพราะนอกจากอุปกรณ์ป้องกันแล้ว การเตรียมร่างกายก็มีส่วนช่วยลดปัญหาระหว่างการเล่น เช่น หากเกิดอาการกล้ามเนื้อเป็นตะคริว
และผู้เล่นควรรู้ วิธีแก้ตะคริวเตะบอล เบื้องต้น เช่น หยุดเล่น ยืดกล้ามเนื้อบริเวณที่เป็นตะคริวอย่างช้า ๆ และพักจนกว่าอาการจะดีขึ้น การดูแลทั้งอุปกรณ์และสภาพร่างกายจึงช่วยให้การเล่นฟุตบอลมีความพร้อมมากขึ้น และช่วยให้ผู้เล่นกลับมาเล่นได้อย่างเหมาะสมหลังร่างกายฟื้นตัว
นอกจากนี้ ควรเลือกเลกกิ้งกันกระแทกให้พอดีกับรูปร่าง โดยแผ่นรองควรอยู่ตรงตำแหน่งที่ต้องการป้องกันและไม่เลื่อนออกจากจุดเดิมขณะเคลื่อนไหว หากสวมแล้วรู้สึกรัดแน่นจนเคลื่อนไหวลำบาก หรือหลวมจนแผ่นรองเคลื่อนที่ ควรเปลี่ยนขนาดหรือรูปแบบที่เหมาะสมกว่า เพื่อให้สามารถวิ่ง ยืดตัว และเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ยังไม่มีหลักฐานที่กำหนดว่า เลกกิ้งกันกระแทกสำหรับฟุตบอลต้องมีแผ่นรองหนากี่เซนติเมตร ดังนั้นไม่ควรระบุว่าต้องใช้ความหนา 1.8, 3.6 หรือ 5.4 เซนติเมตร เพราะตัวเลขดังกล่าวมาจากการทดลองวัสดุป้องกันในกีฬาต่อสู้ ไม่ใช่การกำหนดมาตรฐานสำหรับเลกกิ้งฟุตบอลโดยตรง (26 กันยายน 2024) [3]
และพบว่าความหนาและจำนวนชั้นของวัสดุมีผลต่อการดูดซับแรง แต่การเลือกใช้งานจริงควรให้ความสำคัญกับ ความสมดุลระหว่างการป้องกัน ความยืดหยุ่น และการเคลื่อนไหว โดยควรเลือกแผ่นรองที่ช่วยลดแรงกระแทกได้เพียงพอ โดยไม่ทำให้เนื้อผ้าหนักหรือจำกัดการเคลื่อนไหวระหว่างเล่นฟุตบอล
จึงสรุปสั้นๆ ได้ว่า เลกกิ้งกันกระแทกเป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มการป้องกันบริเวณสะโพก ต้นขา และขา จากแรงกระแทกระหว่างการเล่นฟุตบอล โดยเฉพาะจังหวะล้ม ปะทะ หรือพุ่งรับบอล การเลือกใช้งานควรพิจารณาวัสดุ ตำแหน่งแผ่นรอง ความกระชับ และความคล่องตัว เพื่อให้เหมาะกับลักษณะการเล่นของแต่ละคน
เลกกิ้งกันกระแทกช่วยเพิ่มการปกป้องบริเวณที่เสี่ยงต่อการกระแทกระหว่างเล่นฟุตบอล และช่วยให้ผู้เล่นเคลื่อนไหวได้อย่างมั่นใจมากขึ้น จึงควรเลือกจาก วัสดุ แผ่นรอง ความกระชับ และความคล่องตัว ให้เหมาะกับการใช้งาน แล้วคุณคิดว่าเลกกิ้งกันกระแทกที่ดีควรให้ความสำคัญกับด้านไหนมากที่สุด ระหว่างการป้องกัน ความกระชับ หรือความคล่องตัว?

