เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี  สวรรค์แห่งรสชาติที่หลากหลาย

เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี

เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี   สวรรค์แห่งรสชาติที่หลากหลาย สายพันธุ์นี้สามารถดึงรสชาติความเข้มข้นออกมาได้ดีที่สุด  เพราะในขณะที่หลายคนนิยมทานทุเรียนหมอนทองแบบสดๆ  แต่สำหรับคอขนมหวานตัวจริงต่างยกให้ “ทุเรียนชะนี” ด้วยรสชาติที่จัดจ้านและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงเป็นทุเรียนที่สามารถนำไปรังสรรค์เมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะหวานคาวหรือเป็นเครื่องดื่มสุดสดชื่น

  • ข้าวเหนียวทุเรียนพันธุ์ไหนอร่อยที่สุด / ทุเรียนทำข้าวเหนียวทุเรียน
  • นำทุเรียนชะนี vs ทุเรียนหมอนทองมาทำขนมในหลากหลายสไตล์
  • ประวัติศาสตร์ขนมหวานทุเรียนไทย / ทุเรียนกวนสมัยโบราณ

เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร

ทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หากพูดถึงสายพันธุ์ที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำไปรังสรรค์เป็นเมนูแปรรูป รวมถึงขนมหวานต่างๆ “ทุเรียนชะนี” มักจะถูกยกให้เป็นอันดับต้นๆ ด้วยเหตุผลด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และกลิ่นที่ลงตัว ทุเรียนชะนีได้รับความนิยมอย่างสูงจากเชฟและผู้ผลิตขนมหวาน เพราะมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นในการทำเมนูแปรรูป:

  • สีสวยน่าดึงดูด: เนื้อทุเรียนชะนีมีสีเหลืองทองเข้มจัด ซึ่งเป็นสีที่สวยงามมากเมื่อนำไปผสมในขนมหรือไอศกรีม ทำให้เมนูดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น
  • เนื้อสัมผัสเนียนละเอียด: เนื้อชะนีค่อนข้างเหนียวและเนียนละเอียด (Creamy) เมื่อนำไปปั่น บด หรือผสม จะไม่เป็นเส้นใยมากเท่าพันธุ์อื่น ทำให้ได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลและเข้มข้น
  • รสชาติหวานมันกำลังดี: ชะนีมีรสชาติที่หวานมัน แต่ความหวานจะไม่จัดจ้านเกินไป และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แต่ไม่ฉุนแรงจนเกินไป ทำให้รสชาติทุเรียนสามารถเข้ากันได้ดีกับส่วนผสมอื่นๆ โดยไม่กลบรสชาติหลักของเมนูนั้นๆ

หมวดเมนูที่ทุเรียนชะนีเปล่งประกาย

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทุเรียนพันธุ์นี้จึงถูกนำไปรังสรรค์ใน เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี และพร้อมสร้างสรรค์เมนูฟิวชั่นใหม่ๆที่ยอดนิยมหลากหลายประเภทดังนี้
1. ขนมหวานคลาสสิก  

  • เมนูแนะนำ:  ข้าวเหนียวทุเรียน, บิงซูทุเรียน
  • เหตุผลที่ชะนีเหมาะสม:  เนื้อที่เนียนและรสหวานมันกำลังดีเมื่อทานคู่กับกะทิและข้าวเหนียวมูน ให้ความเข้มข้นที่ลงตัว 

2. เบเกอรี่และของหวานฟิวชั่น

  • เมนูแนะนำ:  เค้กทุเรียน, ชีสเค้กทุเรียน, พายทุเรียน, มาการองทุเรียน
  • เหตุผลที่ชะนีเหมาะสม: เนื้อที่บดง่ายและสีที่สวยงามสามารถเป็นไส้หรือส่วนผสมหลักได้โดยไม่ทำให้เนื้อสัมผัสของขนมเสียหาย

3. เครื่องดื่มและไอศกรีม

  • เมนูแนะนำ:  ไอศกรีมทุเรียน, สมูทตี้ทุเรียน, น้ำกะทิทุเรียนปั่น
  • เหตุผลที่ชะนีเหมาะสม:  ให้เนื้อไอศกรีมที่เนียนแน่นไม่เป็นเกล็ดน้ำแข็งง่าย และให้ความหอมมันเข้มข้นเมื่อนำไปปั่นเป็นเครื่องดื่ม

ที่มา: 12 สูตรขนม เมนูทุเรียน (27 เมษายน 2022) [1]

ความแตกต่างระหว่างชะนีกับหมอนทองในเมนูขนมหวาน

การใช้ทุเรียนในเมนูขนมหวานนั้นเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง และการเลือกใช้ทุเรียน หมอนทอง หรือ ชะนี ก็จะให้ลักษณะและรสชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน นี่คือความแตกต่างหลักๆ ระหว่างทุเรียนสองชนิดนี้ ที่จะมีผลต่อ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี และทุเรียนหมอนทอง 

ทุเรียนหมอนทอง

  • รสชาติและกลิ่น: รสชาติหวานนำ และมีกลิ่นหอมที่ไม่แรงจัดเท่าชะนี (กลิ่นค่อนข้างนวล)
  • เนื้อสัมผัส: เนื้อเยอะ แห้ง เนียน ละเอียดและมีเส้นใยน้อย เป็นทุเรียนที่ค่อนข้างแข็ง เมื่อสุกเต็มที่
  • ความมัน: มันค่อนข้างน้อย
  • ปริมาณน้ำ: มีปริมาณน้ำตาลสูง (ทำให้หวานมาก) แต่มีน้ำในเนื้อค่อนข้างน้อย
  • ข้อดีสำหรับทำขนม:  
    *เหมาะกับขนมที่ต้องการรูปทรงสวยงาม เช่น การทำไส้ขนม, การห่อ, หรือขนมที่ต้องนำไปอบ/     ทอด เพราะเนื้อไม่เละง่าย
    *เนื้อเนียนละเอียด ทำให้ง่ายต่อการนำไปปั่น หรือทำเป็นครีมที่ต้องการความเนียน

ทุเรียนชะนี

  • รสชาติและกลิ่น: รสชาติความมัน และมีกลิ่นหอมแรงชัดเจนมาก (เป็นที่รู้กันว่ากลิ่นจะฉุนกว่าหมอนทอง)
  • เนื้อสัมผัส: เนื้อนิ่ม มีความเหนียวและฉ่ำเนื้อจะออกสีเหลืองเข้มกว่าหมอนทองเล็กน้อย
  • ความมัน: มีความมันสูง
  • ปริมาณน้ำ: มีปริมาณน้ำและความชื้นในเนื้อค่อนข้างสูง(ทำให้เนื้อมีความฉ่ำ)
  • ข้อดีสำหรับทำขนม:  
    * เหมาะกับขนมที่เน้นรสชาติและกลิ่นทุเรียนที่ชัดเจน เช่น ข้าวเหนียวทุเรียน, บิงซูทุเรียน
    *ความเหนียวและฉ่ำ เหมาะกับการทำแยม, ซอส, หรือเมนูที่ต้องการความเยิ้ม

การปรากฏตัวของทุเรียนในเมนูหวานดั้งเดิม

เมนูทุเรียนที่ถือว่าเป็นขนมหวานไทยโบราณที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ ข้าวเหนียวทุเรียน และ ทุเรียนกวน

1. ข้าวเหนียวทุเรียน (Durian Sticky Rice):

  • เมนูนี้เป็นที่คาดว่ามีมาตั้งแต่ สมัยอยุธยาตอนปลายจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น หรือประมาณ พ.ศ. 2300 เป็นต้นไป
  • เนื่องจากทุเรียนถือเป็นผลไม้สำคัญและราคาสูง มักปรากฏอยู่ในสำหรับของชนชั้นสูงหรือเจ้านาย
  • เมนูที่ใช้ผลไม้กับกะทิ เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง และข้าวเหนียวทุเรียน เป็นการผสมผสานวัตถุดิบหลักที่มีในท้องถิ่น ซึ่งเป็นวิถีการกินที่มีมานานแล้ว

2. ทุเรียนกวน (Durian Paste):

  • ทุเรียนกวน (มังคุดกวน หรือผลไม้อื่น ๆ ที่นำมากวนกับน้ำตาล) เป็นวิธีการ ถนอมอาหาร แบบดั้งเดิม
  • วิธีการถนอมอาหารเช่นนี้มีมานานหลายร้อยปีแล้ว เพื่อเก็บผลไม้ไว้บริโภคนอกฤดูกาล ดังนั้น ทุเรียนกวนจึงน่าจะเป็นรูปแบบการนำทุเรียนมาทำเป็นของหวานที่เก่าแก่ที่สุด

สรุปโดยประมาณการ:

  • โดยรวมแล้ว การนำทุเรียนมาทำเป็น เมนูขนมหวานจึงน่าจะเริ่มตั้งแต่ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    (ช่วงทศวรรษ 2320 เป็นต้นไป) หรืออาจจะย้อนไปถึง ช่วงปลายสมัยอยุธยา ในรูปแบบของการ ถนอมอาหาร (ทุเรียนกวน) และเมนูสำหรับกับกะทิ (ข้าวเหนียวทุเรียน)
  • ส่วนเมนูสมัยใหม่อย่างเค้กทุเรียน ชีสเค้กทุเรียน หรือไอศกรีมทุเรียนนั้นเพิ่งได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง ทศวรรษ 2540 (ปี 1990) เป็นต้นมา เมื่อมีการเปิดรับวัฒนธรรมอาหารสากลมากขึ้น

ทำไมต้องทำเมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี?

เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี

ทุเรียนชะนีคือที่สุดของวัตถุดิบในการทำขนมหวาน เพราะมีคุณสมบัติที่ลงตัวสำหรับการแปรรูป นี่คือเหตุผลว่า ทำไมต้องทำ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี

1. เนื้อสัมผัสเหนียวเนียน (Creamy) เนื้อชะนีมีความละเอียดและเนียนสูงมาก เมื่อนำไปปั่นทำไอศกรีมหรือสมูทตี้ จะได้ความเข้มข้นที่นุ่มละมุนลิ้น ไม่เป็นเส้นใยหยาบ ทำให้ขนมมีคุณภาพระดับพรีเมียม
2. สีเหลืองทองสวยสะดุดตา เนื้อมีสีเหลืองทองเข้มสวยงามตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มมูลค่าและทำให้ขนมหวานดูน่ารับประทานยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้สีปรุงแต่ง
3. รสชาติกลมกล่อมและกลิ่นกำลังดี ชะนีมีรสชาติหวานมันกำลังดี และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แต่ไม่ฉุนจัดเกินไป ทำให้สามารถเข้ากันได้ดีเยี่ยมกับส่วนผสมอื่นๆ ทั้งกะทิ ครีมชีส หรือวิปครีม
4. เหมาะสำหรับการถนอมอาหาร เป็นทุเรียนที่เหมาะที่สุดในการนำไปทำทุเรียนกวน เนื่องจากเนื้อสัมผัสที่เนียน ทำให้ได้ทุเรียนกวนที่มีคุณภาพดี รสชาติเข้มข้น และเก็บรักษาได้นาน

เมนูข้าวเหนียวทุเรียนน้ำกะทิ

เมื่อพูดถึงทุเรียนชะนี เมนูที่นึกถึงย่อมหนีไม่พ้น “ข้าวเหนียวทุเรียน” เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การเลือกทุเรียนระยะ “ห่ามเกือบสุก” หรือ “สุกพอดี” มาทำน้ำกะทิ เนื้อทุเรียนจะเริ่มแตกมันผสมกับกะทิ ทำให้ได้น้ำกะทิที่เข้มข้น หอมมัน สีเหลืองสวยน่ารับประทาน จากข้อมูลทางโภชนาการพบว่า ทุเรียนชะนีมีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งนอกจากจะให้สีสวยแล้ว ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์อีกด้วย

การทำ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี นี้ยังช่วยประหยัดต้นทุนในการปรุงรสหวาน เพราะความหวานตามธรรมชาติของชะนีนั้นสูงมาก เชฟบางคนแทบไม่ต้องเติมน้ำตาลปี๊บเพิ่มมากนัก ก็ได้รสชาติที่หวานกลมกล่อมลงตัว เป็นความหวานที่มาจากธรรมชาติ 100% ที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ

ที่มา: วิธีทำ ข้าวเหนียวทุเรียน สูตรข้าวนุ่มเรียงเม็ด หอมมันกะทิ (31 มีนาคม 2025) [2]

ไอศกรีมและสมูทตี้ทุเรียน ความสดชื่นแบบไทยโมเดิร์น

ในยุคปัจจุบันที่การแปรรูปอาหารมีความทันสมัยขึ้น ทุเรียนชะนีได้ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำ “ไอศกรีมโฮมเมด” และ “สมูทตี้” เนื่องจากเนื้อของชะนีมีความแห้งและเนื้อแน่น (Dry matter สูง) เมื่อนำไปปั่นจะให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม โดยไม่เกิดผลึกน้ำแข็งมากเท่ากับพันธุ์ที่มีน้ำเยอะ

สำหรับร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ต้องการเมนูซิกเนเจอร์ การใช้ทุเรียนชะนีมาปั่นรวมกับนมสดหรือโยเกิร์ต จะได้สมูทตี้ที่มีกลิ่นหอม ความเข้มข้นของรสชาติทำให้ไม่ต้องใส่สารแต่งกลิ่นสังเคราะห์ ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ สีเหลืองเข้มจัดจ้านของเนื้อชะนียังทำให้ไอศกรีมดูน่าทานและถ่ายรูปสวย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในยุคโซเชียลมีเดีย การเลือกใช้ทุเรียนชะนีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่ยังรวมถึงความสวยงามและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี ในรูปแบบใหม่ๆ อีกด้วย

ที่มา: สมูทตี้ทุเรียน น้ำทุเรียนปั่น เครื่องดื่มปั่นหอมหวานมันฟิน ๆ(สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2025) [3]

ไส้ขนมต่างๆ และเบเกอรี่ การผสมผสานตะวันตกและตะวันออก

วงการเบเกอรี่ไทยได้นำทุเรียนชะนีมาประยุกต์ใช้ในเมนูที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “เค้กทุเรียนครีมสด” “เอแคลร์ไส้ทุเรียน” หรือ “ซาลาเปาลาวาทุเรียน” สาเหตุที่ชะนีได้รับความนิยม เพราะเนื้อที่ละเอียด สามารถนำไปกวนเป็นไส้ขนมได้เนียนสวย ไม่เป็นก้อนไต และรสชาติไม่เพี้ยนเมื่อนำไปอบ

การทำไส้ทุเรียนกวนสำหรับขนมไหว้พระจันทร์ก็นิยมใช้ทุเรียนชะนีผสมกับหมอนทอง เพื่อดึงจุดเด่นของทุเรียนทั้งสองสายพันธุ์ออกมา คือได้ทั้งกลิ่นหอมแรงจากชะนี และเนื้อที่เยอะจุใจจากหมอนทอง เป็นเทคนิคการเบลนด์สายพันธุ์ที่ผู้ประกอบการขนมชั้นนำเลือกใช้

ทำไมทุเรียนชะนีถึงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของขนมไทย

สรุปแล้ว หากถามว่าทำไมต้องใช้ทุเรียนสายพันธุ์นี้ทำ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ เมนูที่ต้องการความเข้มข้น หอมมัน และรสสัมผัสที่หนักแน่น ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวทุเรียนน้ำกะทิ ขนมไทยโบราณ หรือเบเกอรี่สมัยใหม่ ทุเรียนชะนีคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้สมบูรณ์แบบ ทำให้ชะนียังคงเป็นราชินีที่ครองใจสายหวานอย่างไม่เสื่อมคลาย

จริงหรือที่ว่า ลิ้มลองสิ่งใหม่คือการเปิดโลก

คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมทุเรียนชะนีถึงมีราคาสูงขึ้นในช่วงปีหลังๆ? นอกเหนือจากความนิยมในการทำขนมแล้ว สวนทุเรียนชะนีแบบดั้งเดิมเริ่มลดจำนวนลงเนื่องจากการขยายตัวของเมืองและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การได้ทาน เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี แท้ๆ จึงถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและหารับประทานได้ยากขึ้นทุกวัน ดังนั้นถ้าคุณเจอเมนูที่ใช้ทุเรียนชะนี อย่าลังเลที่จะลิ้มลอง!

ส่งท้ายความอร่อย เลือกให้ถูก ปรุงให้เป็น

สุดท้ายนี้ การเลือกทุเรียนให้เหมาะกับเมนูคือศาสตร์และศิลป์ที่น่าหลงใหล หากคุณต้องการทำขนมที่อร่อยล้ำเลิศ ลองเปิดใจให้ ทุเรียนสายพันธุ์ชะนี ดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของสายพันธุ์  สามารถยกระดับรสชาติอาหารจานโปรดของคุณ ไปสู่อีกขั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ขอให้มีความสุขกับการรังสรรค์เมนูอร่อยจากราชินีผลไม้ไทย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง