



เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี สวรรค์แห่งรสชาติที่หลากหลาย สายพันธุ์นี้สามารถดึงรสชาติความเข้มข้นออกมาได้ดีที่สุด เพราะในขณะที่หลายคนนิยมทานทุเรียนหมอนทองแบบสดๆ แต่สำหรับคอขนมหวานตัวจริงต่างยกให้ “ทุเรียนชะนี” ด้วยรสชาติที่จัดจ้านและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงเป็นทุเรียนที่สามารถนำไปรังสรรค์เมนูได้หลากหลาย ไม่ว่าจะหวานคาวหรือเป็นเครื่องดื่มสุดสดชื่น
ทุเรียนแต่ละสายพันธุ์ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หากพูดถึงสายพันธุ์ที่โดดเด่นและเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำไปรังสรรค์เป็นเมนูแปรรูป รวมถึงขนมหวานต่างๆ “ทุเรียนชะนี” มักจะถูกยกให้เป็นอันดับต้นๆ ด้วยเหตุผลด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และกลิ่นที่ลงตัว ทุเรียนชะนีได้รับความนิยมอย่างสูงจากเชฟและผู้ผลิตขนมหวาน เพราะมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าทุเรียนพันธุ์อื่นในการทำเมนูแปรรูป:
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทุเรียนพันธุ์นี้จึงถูกนำไปรังสรรค์ใน เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี และพร้อมสร้างสรรค์เมนูฟิวชั่นใหม่ๆที่ยอดนิยมหลากหลายประเภทดังนี้
1. ขนมหวานคลาสสิก
2. เบเกอรี่และของหวานฟิวชั่น
3. เครื่องดื่มและไอศกรีม
ที่มา: 12 สูตรขนม เมนูทุเรียน (27 เมษายน 2022) [1]
การใช้ทุเรียนในเมนูขนมหวานนั้นเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง และการเลือกใช้ทุเรียน หมอนทอง หรือ ชะนี ก็จะให้ลักษณะและรสชาติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน นี่คือความแตกต่างหลักๆ ระหว่างทุเรียนสองชนิดนี้ ที่จะมีผลต่อ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี และทุเรียนหมอนทอง
ทุเรียนหมอนทอง
ทุเรียนชะนี
เมนูทุเรียนที่ถือว่าเป็นขนมหวานไทยโบราณที่เก่าแก่ที่สุดและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ ข้าวเหนียวทุเรียน และ ทุเรียนกวน
1. ข้าวเหนียวทุเรียน (Durian Sticky Rice):
2. ทุเรียนกวน (Durian Paste):
สรุปโดยประมาณการ:

ทุเรียนชะนีคือที่สุดของวัตถุดิบในการทำขนมหวาน เพราะมีคุณสมบัติที่ลงตัวสำหรับการแปรรูป นี่คือเหตุผลว่า ทำไมต้องทำ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี
1. เนื้อสัมผัสเหนียวเนียน (Creamy) เนื้อชะนีมีความละเอียดและเนียนสูงมาก เมื่อนำไปปั่นทำไอศกรีมหรือสมูทตี้ จะได้ความเข้มข้นที่นุ่มละมุนลิ้น ไม่เป็นเส้นใยหยาบ ทำให้ขนมมีคุณภาพระดับพรีเมียม
2. สีเหลืองทองสวยสะดุดตา เนื้อมีสีเหลืองทองเข้มสวยงามตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มมูลค่าและทำให้ขนมหวานดูน่ารับประทานยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องใช้สีปรุงแต่ง
3. รสชาติกลมกล่อมและกลิ่นกำลังดี ชะนีมีรสชาติหวานมันกำลังดี และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แต่ไม่ฉุนจัดเกินไป ทำให้สามารถเข้ากันได้ดีเยี่ยมกับส่วนผสมอื่นๆ ทั้งกะทิ ครีมชีส หรือวิปครีม
4. เหมาะสำหรับการถนอมอาหาร เป็นทุเรียนที่เหมาะที่สุดในการนำไปทำทุเรียนกวน เนื่องจากเนื้อสัมผัสที่เนียน ทำให้ได้ทุเรียนกวนที่มีคุณภาพดี รสชาติเข้มข้น และเก็บรักษาได้นาน
เมื่อพูดถึงทุเรียนชะนี เมนูที่นึกถึงย่อมหนีไม่พ้น “ข้าวเหนียวทุเรียน” เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การเลือกทุเรียนระยะ “ห่ามเกือบสุก” หรือ “สุกพอดี” มาทำน้ำกะทิ เนื้อทุเรียนจะเริ่มแตกมันผสมกับกะทิ ทำให้ได้น้ำกะทิที่เข้มข้น หอมมัน สีเหลืองสวยน่ารับประทาน จากข้อมูลทางโภชนาการพบว่า ทุเรียนชะนีมีปริมาณเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งนอกจากจะให้สีสวยแล้ว ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์อีกด้วย
การทำ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี นี้ยังช่วยประหยัดต้นทุนในการปรุงรสหวาน เพราะความหวานตามธรรมชาติของชะนีนั้นสูงมาก เชฟบางคนแทบไม่ต้องเติมน้ำตาลปี๊บเพิ่มมากนัก ก็ได้รสชาติที่หวานกลมกล่อมลงตัว เป็นความหวานที่มาจากธรรมชาติ 100% ที่ใครได้ลองเป็นต้องติดใจ
ที่มา: วิธีทำ ข้าวเหนียวทุเรียน สูตรข้าวนุ่มเรียงเม็ด หอมมันกะทิ (31 มีนาคม 2025) [2]
ในยุคปัจจุบันที่การแปรรูปอาหารมีความทันสมัยขึ้น ทุเรียนชะนีได้ถูกนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำ “ไอศกรีมโฮมเมด” และ “สมูทตี้” เนื่องจากเนื้อของชะนีมีความแห้งและเนื้อแน่น (Dry matter สูง) เมื่อนำไปปั่นจะให้เนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม โดยไม่เกิดผลึกน้ำแข็งมากเท่ากับพันธุ์ที่มีน้ำเยอะ
สำหรับร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่ต้องการเมนูซิกเนเจอร์ การใช้ทุเรียนชะนีมาปั่นรวมกับนมสดหรือโยเกิร์ต จะได้สมูทตี้ที่มีกลิ่นหอม ความเข้มข้นของรสชาติทำให้ไม่ต้องใส่สารแต่งกลิ่นสังเคราะห์ ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพของผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ สีเหลืองเข้มจัดจ้านของเนื้อชะนียังทำให้ไอศกรีมดูน่าทานและถ่ายรูปสวย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในยุคโซเชียลมีเดีย การเลือกใช้ทุเรียนชะนีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่ยังรวมถึงความสวยงามและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี ในรูปแบบใหม่ๆ อีกด้วย
ที่มา: สมูทตี้ทุเรียน น้ำทุเรียนปั่น เครื่องดื่มปั่นหอมหวานมันฟิน ๆ(สืบค้นเมื่อ 10 ธันวาคม 2025) [3]
วงการเบเกอรี่ไทยได้นำทุเรียนชะนีมาประยุกต์ใช้ในเมนูที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น “เค้กทุเรียนครีมสด” “เอแคลร์ไส้ทุเรียน” หรือ “ซาลาเปาลาวาทุเรียน” สาเหตุที่ชะนีได้รับความนิยม เพราะเนื้อที่ละเอียด สามารถนำไปกวนเป็นไส้ขนมได้เนียนสวย ไม่เป็นก้อนไต และรสชาติไม่เพี้ยนเมื่อนำไปอบ
การทำไส้ทุเรียนกวนสำหรับขนมไหว้พระจันทร์ก็นิยมใช้ทุเรียนชะนีผสมกับหมอนทอง เพื่อดึงจุดเด่นของทุเรียนทั้งสองสายพันธุ์ออกมา คือได้ทั้งกลิ่นหอมแรงจากชะนี และเนื้อที่เยอะจุใจจากหมอนทอง เป็นเทคนิคการเบลนด์สายพันธุ์ที่ผู้ประกอบการขนมชั้นนำเลือกใช้
สรุปแล้ว หากถามว่าทำไมต้องใช้ทุเรียนสายพันธุ์นี้ทำ เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี คำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ เมนูที่ต้องการความเข้มข้น หอมมัน และรสสัมผัสที่หนักแน่น ไม่ว่าจะเป็นข้าวเหนียวทุเรียนน้ำกะทิ ขนมไทยโบราณ หรือเบเกอรี่สมัยใหม่ ทุเรียนชะนีคือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้สมบูรณ์แบบ ทำให้ชะนียังคงเป็นราชินีที่ครองใจสายหวานอย่างไม่เสื่อมคลาย
คุณรู้หรือไม่ว่าทำไมทุเรียนชะนีถึงมีราคาสูงขึ้นในช่วงปีหลังๆ? นอกเหนือจากความนิยมในการทำขนมแล้ว สวนทุเรียนชะนีแบบดั้งเดิมเริ่มลดจำนวนลงเนื่องจากการขยายตัวของเมืองและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การได้ทาน เมนูขนมหวานจากทุเรียนชะนี แท้ๆ จึงถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าและหารับประทานได้ยากขึ้นทุกวัน ดังนั้นถ้าคุณเจอเมนูที่ใช้ทุเรียนชะนี อย่าลังเลที่จะลิ้มลอง!
สุดท้ายนี้ การเลือกทุเรียนให้เหมาะกับเมนูคือศาสตร์และศิลป์ที่น่าหลงใหล หากคุณต้องการทำขนมที่อร่อยล้ำเลิศ ลองเปิดใจให้ ทุเรียนสายพันธุ์ชะนี ดูสักครั้ง แล้วคุณจะพบว่าความแตกต่างเพียงเล็กน้อยของสายพันธุ์ สามารถยกระดับรสชาติอาหารจานโปรดของคุณ ไปสู่อีกขั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ขอให้มีความสุขกับการรังสรรค์เมนูอร่อยจากราชินีผลไม้ไทย

