



เฟรนช์ บูลด็อก ใบหน้ายับย่น แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ สุนัขสายพันธุ์ยอดฮิต ที่คนรักสุนัขนิยมเลี้ยงมากที่สุดอีกหนึ่งสายพันธุ์ ความป่วนระดับสิบ ความน่ารักระดับร้อย สุนัขบ้าบอ ตลกโปกฮา เป็นสีสันของบ้าน เลี้ยงบูลด็อกไว้ บ้านจะไม่เงียบเหงาอีกต่อไป ทั้งเสียงกรน ทั้งแอบผายลม เจ้าแสบจอมซนไซส์มินิในบ้าน ที่ทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายๆ
สุนัขหน้าโหด บูลด็อก หรือ French Bulldog เป็นสุนัขไซส์เล็ก ร่างกายกำยำ หน้าตายับย่น หน้าตาบึ้งตึง ตลกหน้านิ่ง สุนัขสายพันธุ์นี้ มีประวัติความเป็นมายังไง และมีนิสัยเป็นยังไง เรามาดูกันได้เลย
สุนัขสายพันธุ์บูลด็อก หรือ French Bulldog มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ ในช่วงศตวรรษที่ 19 คนนิยมเลี้ยงสุนัขบูลด็อกขนาดเล็ก หรือ Toy Bulldog เพื่อเป็นเพื่อน และกำจัดหนูในโรงงาน ก่อนจะเข้าสู่ฝรั่งเศส กำเนิดสายพันธุ์ใหม่ โดยมีการผสมข้ามสายพันธุ์ ระหว่าง บูลด็อกตัวจิ๋ว ได้ผสมกับสุนัขท้องถิ่น เช่น Rat Terrier
หลังจากนั้น เอกลักษณ์ของสุนัขบูลด็อกเปลี่ยนไป จนเกิดเป็นสุนัขที่มีขนาดกะทัดรัด หน้าสั้น และมี หูตั้งทรงค้างคาว ที่มีความโดดเด่น สายพันธุ์นี้ได้เป็นขวัญใจมหาชน ได้รับความนิยมมากในปารีส สำหรับคนทุกชนชั้น และชาวอเมริกันที่ไปเยือนฝรั่งเศส ตกหลุมรักหมาหน้าย่นสายพันธุ์นี้ และมีการถกเถียงเรื่องมาตรฐานสายพันธุ์ เช่น
ต่อมาในปี 1897 สโมสรเฟรนช์บูลด็อกแห่งอเมริกา ได้กำหนดให้ ‘หูทรงค้างคาว’ เป็นมาตรฐานสากล และได้รับการจดทะเบียนโดย AKC ในปี ค.ศ. 1898 อีกด้วย (11 มีนาคม 2025) [1]
สุนัขบูลด็อกหน้านิ่ง ดูภายนอกดุดัน เป็นสุนัขใจดี มีนิสัยร่าเริง เป็นสุนัขที่รักสนุกสนาน มีอารมณ์ขัน เป็นมิตร มักทำตัวแปลกๆ เพื่อให้เจ้าของอารมณ์ดี บูลด็อกเป็นสุนัขที่มีความขี้เกียจ มีลักษณะหน้าสั้น ไม่ค่อยมีความคล่องตัว ไม่ค่อยกระฉับกระเฉง ชอบนอนบนโซฟา พอๆกับการไปสวนสาธารณะ
บูลด็อกเป็นสุนัขที่ฉลาด แต่มีความดื้อรั้น มีนิสัยเป็นตัวของตัวเองสูง เจ้าของต้องใจเย็นในการฝึก และฝึกตั้งแต่เป็นลูกสุนัข ฝึกในการเข้าสังคม เป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเห่า แต่ชอบส่งเสียงประหลาดๆ เพื่อเป็นการสื่อสารกับเจ้าของ ขอบอกเลยว่า บูลด็อกรักครอบครัวมากๆ ไม่ชอบอยู่ตามลำพัง เป็นสุนัขที่ติดคนมาก ต้องการความรักความใกล้ชิด
รูปลักษณ์ทั่วไปของบูลด็อก เป็นสุนัขพันธุ์เล็กพริกขี้หนู โครงสร้างเล็ก แต่กล้ามเนื้อแน่น เป็นสุนัขกล้ามโต ใจดี มีหางสั้นเป็นเกลียวโดยธรรมชาติ ไหล่แข็งแรง ใบหน้าแบน จมูกสั้น มีรอยยับย่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลักษณะเด่นคือ หูค้างคาว โดยจะเริ่มตั้งขึ้นตั้งแต่อายุ 4-8 สัปดาห์ โดยช่วงแรกหูจะตกลงมา
เฟรนช์บูลด็อกมีสีขนให้เลือกเกือบ 24 แบบ โดยมีความหลากหลายมากๆ ทั้งสีมาตรฐาน และสีนอกมาตรฐาน อายุขัยโดยประมาณ 10-13 ปี มีน้ำหนักประมาณ 7-12 กิโลกรัม มีความสูงประมาณ 7-13 นิ้ว (2020-2026) [2]

ราคาฟาร์มไทยปัจจุบัน 2026 สุนัข เฟรนช์ บูลด็อก จะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเกรดสุนัข สายเลือด ใบรับรองเพ็ดดิกรี สีขน และความน่าเชื่อถือของฟาร์ม โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 7,000 บาท และสูงสุด ราคา 50,000 บาทขึ้นไป ถ้าเป็นสีขนหายาก ก็จะมีราคาแพงกว่าสีมาตรฐาน โดยต้องเลือกซื้อสุนัขอายุ 2 เดือนขึ้นไป ไม่ต้องรีบ เพื่อให้ได้รับสารอาหารจากแม่สุนัขให้ครบถ้วน และได้รับวัคซีนยังครบถ้วน
การเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์นี้ มีข้อดีหลายๆข้อ ซึ่งผู้เลี้ยงสามารถนำไปตัดสินใจว่า จะรับเลี้ยงสุนัขบูลด็อกไหม? เพื่อนำข้อดีมาเทียบกับข้อเสีย โดยข้อดี มีดังนี้
สุนัขสายพันธุ์นี้ ข้อเสีย ข้อควรระวัง และสิ่งที่คุณต้องเตรียมใจ สำหรับสายพันธุ์บูลด็อก ได้แก่
ที่มา: สุนัขสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อก อาหาร วิธีเลี้ยง พร้อมราคา (28 เมษายน 2022) [3]
สุนัขไซส์มินิ ตัวเล็กกะทัดรัด เฟรนช์ บูลด็อก เจ้าหน้าย่นกล้ามโต เป็นสุนัขที่มีเสน่ห์ เป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ ที่ได้รับความชื่นชอบจากคนรักสุนัข ความดื้อ มีความฉลาด มีความตลก สร้างเสียงหัวเราะให้ครอบครัว ติดเจ้าของ และชอบอ้อนเจ้าของมากๆ
เป็นสุนัขสายพันธุ์อังกฤษ ซึ่งเป็นสุนัขไซส์เล็ก และได้รับการผสมสายพันธุ์ โดยมีทั้งลักษณะ ทรงหูกุหลาบ และทรงหูค้างคาว สายพันธุ์ที่ได้รับการรับรองว่า เป็นสายพันธุ์มาตรฐาน คือหูค้างคาว ได้รับการรับรองสายพันธุ์จาก AKC ในปี 1898 บูลด็อกสุนัขหน้าสั้น อาจจะทำให้มีโรคตามสายพันธุ์
ข้อดี: เป็นสุนัขที่มีความเป็นมิตร ความร่าเริง มีความตลก เข้ากับเด็กได้ดี เข้ากับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นได้ เหมาะกับสายขี้เกียจ ไม่ค่อยเห่าเสียงดัง ดูแลขนง่าย
ข้อเสีย: อาจจะมีโรคทางสายพันธุ์ ปัญหาสุขภาพ การดูแลรักษาความสะอาด รอยยับย่นตามตัว ต้องทำความสะอาดทุกวัน อาจจะเสียเงินเกี่ยวกับโรคประจำตัว และเป็นสุนัขที่ชอบตด เพราะระบบย่อยไม่ค่อยดี

