



เพิ่งโหลดแอปมาเปิดดูหน้าจอแล้วงงกันใช่ไหมคะ ว่าสรุปแล้วเพซวิ่งคืออะไร? เพซ (Pace) ก็คือเวลาที่เราใช้ในการวิ่งระยะทาง 1 กิโลเมตร มีหน่วยเป็น นาที/กิโลเมตร ซึ่งต่างจากความเร็วรถยนต์ที่เราคุ้นเคยกัน ถ้าตัวเลขเพซยิ่งน้อยแปลว่าเราวิ่งเร็ว แต่ถ้าตัวเลขยิ่งมากแปลว่าเรากำลังวิ่งช้าลงนั่นเองค่ะ รู้แค่นี้ก็เอาไปใช้วางแผนการวิ่งได้แล้ว
ถ้าเรามัวแต่โฟกัสว่าต้องวิ่งให้ได้ความเร็วเท่ารถยนต์ เราจะเหนื่อยหอบจนหัวใจเต้นทะลุโซนแดงค่ะ การคุมเพซจะช่วยรักษาระดับการเต้นของหัวใจให้คงที่ ทำให้เราไม่เหนื่อยจนหน้ามืดไปซะก่อน
ลองนึกภาพตามนะคะ ถ้าเราออกตัวแรงไปตั้งแต่กิโลแรก พอถึงกลางทางก็จะหมดแรงเดินเตาะแตะ แต่ถ้าเรารู้จังหวะตัวเอง เราจะซ้อมเพื่อไปลุยงานวิ่ง 2026 ได้แบบชิลๆ จนจบระยะทางตามเป้าหมายแบบสวยๆ เลยค่ะ
สูตรการคำนวณเพซไม่ได้ซับซ้อนเลยค่ะ วิธีคิดคือเอาเวลาที่ใช้ไป (นาที) หารด้วย ระยะทาง (กิโลเมตร)
สมมติว่าเราวิ่งไป 30 นาที ได้ระยะทาง 5 กิโลเมตร เอา 30 หาร 5 ก็จะได้เท่ากับ 6 แปลว่าเราวิ่งอยู่ที่ เพซ 6 (Pace 6:00 นาที/กม.) ง่ายนิดเดียวใช่ไหมคะ แต่เดี๋ยวนี้เราไม่ต้องมานั่งหารเองแล้ว แค่มีสมาร์ทวอทช์หรือแอปในมือถือ (เช่น Strava) มันก็คำนวณให้เราเสร็จสรรพ (26 ตุลาคม 2025) [1]
หลายคนมักจะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับนักวิ่งแนวหน้า แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มผูกเชือกรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ ลองเช็กระดับเพซที่เหมาะกับตัวเองตามนี้ดูนะคะ

หลายคนชอบสับสนว่าตอนซ้อมควรยึดตัวเลขไหนเป็นหลัก ถ้านำมาเปรียบเทียบกัน การวิ่งคุมเพซคือการยึดความเร็วเป้าหมาย ซึ่งเหมาะกับการลงสนามแข่งทำสถิติ แต่ข้อเสียคือถ้าร่างกายวันนั้นพักผ่อนน้อย หรืออากาศร้อนจัด การฝืนวิ่งเพซเดิมจะทำให้หัวใจทำงานหนักเกินไปจนเสี่ยงอันตรายได้ค่ะ
ในขณะที่การวิ่งคุมหัวใจ (Heart Rate Zone) คือการฟังเสียงร่างกาย เป็นหลัก โดยเราจะปล่อยให้เพซช้าลงหรือเร็วขึ้นตามสภาพร่างกายในวันนั้นๆ เพื่อให้หัวใจเต้นอยู่ในโซนที่ปลอดภัย ซึ่งวิธีนี้ถือเป็น Information Gain ที่โค้ชวิ่งยุคใหม่แนะนำให้มือใหม่ใช้มากที่สุด เพื่อสร้างความทนทานให้กล้ามเนื้อแบบไม่เสี่ยงบาดเจ็บค่ะ (13 มิถุนายน 2025) [3]
หากคุณคิดว่าการเดินระหว่างวิ่งจะทำให้เพซรวมช้าลงเสมอไป ลองดูเทคนิคของ Jeff Galloway อดีตนักวิ่งโอลิมปิกชาวอเมริกันดูค่ะ เขาคิดค้นสูตร Run-Walk-Run โดยให้นักวิ่งมือใหม่วิ่ง 1 นาที สลับเดิน 30 วินาที ไปเรื่อยๆ จนจบการแข่งขัน
ผลลัพธ์จากกรณีศึกษานี้พบว่า นักวิ่งที่ใช้เทคนิคสลับเดิน กลับทำเวลาจบมาราธอน (Finish Time) ได้ดีกว่าคนที่พยายามฝืนวิ่งต่อเนื่องจนหมดแรงกลางทาง เพราะการเดินพักสั้นๆ ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้ร่างกายฟื้นฟูพลังงานได้ทัน สรุปคือบางครั้งการยอมให้เพซช้าลงนิดนึงตอนเดิน กลับช่วยรักษาเพซเฉลี่ยรวมให้ดีขึ้นได้แบบคาดไม่ถึงเลยค่ะ
แวะมาดูข้อมูลเชิงลึกของระดับโลกกันบ้าง อ้างอิงจาก World Athletics ระบุไว้ชัดเจนเลยค่ะว่า ถ้าคุณจะจบการแข่งวิ่งมาราธอน (ระยะ 42.195 กม.) ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง หรือโปรเจกต์ระดับประวัติศาสตร์อย่าง Sub-2 คุณต้องวิ่งด้วยความเร็วคงที่ระดับกราบ
สถิติ Sub-2 บังคับให้นักวิ่งต้องรักษาความเร็วเฉลี่ยให้ได้ที่ เพซ 2:50 นาที/กม. ตลอดสาย ห้ามตก ห้ามแผ่วแม้แต่วินาทีเดียว
ในทางกลับกัน… นักวิ่งระดับนี้เขาจะมีการวางแผนที่เรียกว่า Pacing Strategy อย่างแยบยล โดยเฉพาะเทคนิค Negative Split หรือการวิ่งครึ่งหลังให้เร็วกว่าครึ่งแรก ซึ่งต้องใช้ความอึดและสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งมากๆ ในการคุมตัวเองไม่ให้พุ่งทะยานไปตั้งแต่จุดสตาร์ท
สรุปสั้นๆ คือ การทำความเข้าใจว่า เพซวิ่งม่ใช่แค่การรู้ความหมายของตัวเลข แต่มันคือเข็มทิศคอยนำทางให้การวิ่งของคุณสนุกขึ้น ปลอดภัยขึ้น และช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บ การรู้จักเพซตัวเองคือการวางรากฐานเพื่อการพัฒนาร่างกายอย่างยั่งยืนค่ะ
อย่าลืมนะคะว่าทางวิ่งในสวนสาธารณะไม่ใช่สนามแข่งรถ เราไม่จำเป็นต้องเร็วที่สุดเพื่อที่จะเป็นผู้ชนะ แค่คุณเอาชนะใจตัวเอง ลุกออกไปวิ่งด้วยเพซที่ทำให้คุณมีความสุขและร่างกายแข็งแรงขึ้นในทุกๆ วัน นั่นแหละคือเป้าหมายที่แท้จริงของการวิ่งแล้วค่ะ วันพรุ่งนี้เช้า ลองตั้งเป้าหมายเพซของตัวเอง แล้วออกไปลุยกันนะคะ

