



เปิดงบ การเลี้ยงสัตว์แปลก คือสิ่งที่อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจแบบบรรทัดต่อบรรทัด ก่อนที่จะโอนเงินมัดจำค่าตัวน้อง หลายคนเห็นราคางูคอร์นตัวละ 1,500 บาท แล้วคิดว่า “เฮ้ย! ถูกกว่ากินบุฟเฟต์มื้อนึงอีก” แต่เดี๋ยวก่อน นั่นมันแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง! วันนี้จะมากางบัญชีให้ดูว่า การจะเลี้ยง Exotic Pet ให้รอดในยุคข้าวยากหมากแพงปี 2025 ต้องมีเงินสำรองเท่าไหร่กันแน่
เรื่องนี้คือกับดักทางการตลาดชั้นดี ย้อนกลับไปช่วงปี 2015 – 2019 วงการสัตว์แปลกเริ่มมีการเพาะพันธุ์ในไทยอย่างแพร่หลาย ทำให้ราคาค่าตัวสัตว์หลายชนิด “ดิ่งลงเหว” จากหลักหมื่นเหลือหลักพัน จากหลักพันเหลือหลักร้อย ทำให้ใครๆ ก็เข้าถึงได้
แต่สิ่งที่คนขายมักลืมบอก (หรือแกล้งลืม) คือ “ค่าครองชีพ” ของสัตว์พวกนี้มันพุ่งสวนทาง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2020 – 2024) ค่าอาหารสัตว์พิเศษนำเข้าปรับตัวสูงขึ้นกว่า 30% และค่ารักษาพยาบาลปรับขึ้นเกือบ 50% ตามเทคโนโลยีการแพทย์ ผลลัพธ์คือ เราเห็นสัตว์แปลกถูกทิ้งหรือประกาศหาบ้านใหม่เยอะมาก เพราะเจ้าของ “หมุนเงินไม่ทัน” นี่คือความจริงที่เจ็บปวด
งบประมาณการเลี้ยงสัตว์แปลก แบ่งออกเป็น 3 ก้อนใหญ่ๆ ที่ต้องเตรียม
ถ้าไม่อยากให้การเลี้ยงสัตว์กลายเป็นภาระหนี้สิน จำไว้เลย
ข้อมูลจาก Veterinary Practice News ระบุว่า ค่าใช้จ่ายตลอดช่วงชีวิต ของสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษอย่างเต่าบกหรือนกแก้ว สามารถพุ่งสูงถึง $10,000 – $20,000 (ประมาณ 3-6 แสนบาท) ได้เลย เพราะอายุขัยเขายืนยาวมาก ใครที่เพิ่งเริ่มเลี้ยง ลองกลับไปเช็กเช็กลิสต์ใน คู่มือเลี้ยงสัตว์ เตรียมตัวอย่างไร ดูอีกที ว่าเราพร้อมดูแลเขายาวขนาดนั้นจริงไหม (22 ตุลาคม 2012) [1]
ลองดูสถิติค่ารักษาพยาบาลในไทย ปี 2024 ค่าตรวจโรคทั่วไปของสุนัข/แมว เริ่มต้นที่ 300-500 บาท แต่สำหรับ Exotic Pet เริ่มต้นที่ 500-1,000 บาท! ยิ่งถ้าต้องแอดมิท ICU ราคาจะกระโดดไปคืนละ 2,000-5,000 บาทได้ง่ายๆ นี่คือราคาที่เราต้องจ่ายให้กับความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่หาตัวจับยาก

หลายคนเข้าใจผิดว่า “ตัวเล็ก = กินน้อย = ประหยัด” ความจริงคือ สัตว์เล็กหลายชนิดมีระบบเผาผลาสูงปรี๊ด กินจุมาก และต้องการอาหารเฉพาะทางที่หาซื้อตามเซเว่นไม่ได้ อย่างชูการ์ไกลเดอร์หรือเม่นแคระ ต้องกินแมลงและอาหารเสริมนำเข้า ซึ่งราคากิโลละเป็นพัน! เพราะฉะนั้นแล้ว การรู้เรื่อง เปิดงบ การเลี้ยงสัตว์แปลก จึงสำคัญมากก่อนจะเเข้าวงการนี้
ใครเลี้ยงสัตว์กินแมลง เตรียมใจเรื่อง “ค่าส่ง” ได้เลย เราไม่สามารถซื้อจิ้งหรีดมาตุนไว้เป็นปีได้ ต้องสั่งสดใหม่ทุก 2-3 สัปดาห์ ค่าส่งแต่ละรอบรวมๆ กันปีนึงหลายพันบาทนะ หรือถ้าจะเลี้ยงเหยื่อเอง ก็ต้องเสียค่าอาหารเหยื่ออีก เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่จบสิ้น (21 มิถุนายน 2024) [2]
ถ้าให้ฟันธงจากประสบการณ์และข้อมูลใน รวมสัตว์เลี้ยงแปลก 2025
แต่เดี๋ยวก่อน! ความ “ประหยัด” ของกลุ่มงู อาจจะไปโป๊ะแตกตอนป่วยได้ ถ้าเราดูแลไม่ดีจนเป็น โรคสัตว์แปลก ที่พบบ่อย อย่างเช่น ปอดบวมหรือปากเปื่อย ค่ารักษาทีเดียวอาจจะเท่ากับค่าอาหารทั้งปีรวมกัน
คนเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน มักตกม้าตายตอนเห็นบิลค่าไฟ หลอดไฟ UVA/UVB + หลอดความร้อน + แผ่นความร้อน รวมๆ กันกินไฟเหมือนเปิดแอร์ตัวเล็กๆ ตลอดวัน ในช่วงวิกฤตพลังงานปี 2023 มีคนเลี้ยงหลายคนต้องขายตู้ออกเพราะสู้ค่าไฟไม่ไหว ลองคำนวณดีๆ นะ
ในปี 2026 ข่าวดีคือ “Exotic Pet Insurance” ในไทยจะมีความครอบคลุมมากขึ้นและเบี้ยถูกลงตามกลไกตลาด ตอนนี้เริ่มมีแผนประกันที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสัตว์แปลกแบบ IPD/OPD แล้ว การซื้อประกันไว้ตั้งแต่ตอนน้องยังเด็กและแข็งแรง คือการ Hedging ความเสี่ยงที่ฉลาดที่สุดของคนยุคนี้ (10 ตุลาคม 2025) [3]
เปิดงบ การเลี้ยงสัตว์แปลก แบบตัวเลขกลมๆ ให้เห็นภาพ (ไม่รวมค่าตัวสัตว์) เห็นตัวเลขแล้วอย่าเพิ่งท้อนะ ถ้าวางแผนดีๆ เราสามารถทยอยซื้ออุปกรณ์มือสองสภาพดี หรือทำกรง DIY บางส่วนได้ แต่ “ห้ามประหยัดเรื่องอาหารและยา” เด็ดขาด ค่าอุปกรณ์เริ่มต้น 3,000 – 10,000 บาท (แล้วแต่ชนิดและความหรูหรา) ค่าใช้จ่ายรายเดือน 500 – 2,000 บาท เงินสำรองฉุกเฉิน 10,000 บาท++
ถ้าคุณเป็นนักศึกษา แนะนำให้เริ่มจากสัตว์กลุ่ม “Low Maintenance” อย่างงูคอร์น หรือแมงมุมทารันทูล่า ที่ค่าใช้จ่ายรายเดือนต่ำมาก (หลักร้อย) และเก็บเงินก้อนเล็กๆ ไว้เผื่อฉุกเฉิน แต่ถ้าใจรักสัตว์ที่ต้องดูแลเยอะอย่างชูการ์ฯ หรือกระต่าย รอให้การเงินนิ่งกว่านี้อีกนิด เชื่อเถอะ ว่าการเลี้ยงสัตว์ตอนที่เราพร้อมเปย์ มันมีความสุขกว่าการเลี้ยงไปเครียดเรื่องเงินไปเยอะมาก
การเลี้ยงสัตว์แปลกคือ “งานอดิเรกที่มีชีวิต” เราไม่ได้แค่จ่ายเงินซื้อความสุข แต่เรากำลังจ่ายเงินเพื่อซื้อ “คุณภาพชีวิต” ให้กับเพื่อนตัวน้อยที่พึ่งพาเรา 100% เชื่อว่าถ้าเรารู้จักวางแผนการเงินให้ดี ความสุขที่ได้จากการเห็นเขาเติบโตแข็งแรง มันคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์แน่นอน

