



เทพีงู เบ็นไซเต็น ตำนานเทพเจ้างูขาว เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เทพีเบ็นไซเต็น ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งงู โดยใช้งูเป็นพาหนะ มีงูเป็นบริวาร ตามความเชื่อศาสนาพุทธเอเชียตะวันออก เทพีแห่งดนตรี วาทศิลป์ การปกป้องคุ้มครอง โชคลาภ ความมั่งคั่ง เป็นเทพีแห่งสิริมงคลของชาวญี่ปุ่น
จากความเชื่ออันเก่าแก่ของคนญี่ปุ่น งูขาว หรืองูเผือก เป็นสัตว์ที่แสดงถึงความมั่นคง ความมั่งคั่ง และเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้า งูขาวเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ อย่างกับหลายๆประเทศ เช่น จีน อินเดีย ไทย กรีก อียิปต์ ญี่ปุ่น และอื่นๆ เราจะเห็นจาก มังกร พญานาค ที่คนให้ความเคารพบูชา
เบ็นไซเต็น (Benzaiten) เป็นเทพีแห่งโชคลาภ ศิลปะ ของประเทศญี่ปุ่น โดยจะถือพิณบิวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภ 7 พระองค์ ในประเทศญี่ปุ่น เบ็นไซเต็นมีต้นกำเนิดมาจากอินเดีย คือ พระแม่สรัสวตี มีความเกี่ยวข้องกับมังกร และงูขาว ในประเทศญี่ปุ่น จะมองว่างูขาวเป็นสัตว์แห่งโชคลาภ และมักจะไปขอพรเรื่อง เงินทอง ความมั่งคั่ง
เทพีเบ็นไซเต็น แพร่หลายในญี่ปุ่น ในช่วงศตวรรษที่ 6-8 เป็นเทพีแห่งศิลปะ อุปถัมภ์ด้านดนตรี วาทศิลป์ และความรู้ และเป็นเทพีนักรบที่ปกป้องพระสูตรแสงทอง และมี 8 กร อาวุธต่างๆ เพื่อคุ้มครองปกป้องผู้ที่ศรัทธา ถือว่าเป็นเทพีแห่งโชคลาภ ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย และกลายเป็นสตรีองค์เดียว ที่อยู่ในเทพเจ้าแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น (13 สิงหาคม 2025) [1]
เรื่องราวของเทพี เบ็นไซเต็น เป็นเทพีแห่งงูขาว มีงูเป็นบริวาร ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า งูเป็นผู้ส่งสารของเทพเจ้า งูขาวเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความสำเร็จ และในตำนานงูเผือกญี่ปุ่น มีผิวมีเกร็ดสีขาว ดวงตาสีแดง พบในอิวะคุนิเท่านั้น ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์คุ้มครองแห่งชาติญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 1972 ตามสถานที่ท่องเที่ยว และของที่ระลึก มักจะนิยมขายเครื่องราง บรรจุหนังงูขาว หรือแผ่นทองช่วยเสริมดวง
หากว่าใครอยากท่องเที่ยว ตามรอยงูขาวนำโชค สามารถเข้าไปท่องเที่ยวในสถานที่สำคัญๆ เช่น
ที่มา: งูขาวแห่งอิวาคุนิ – เครื่องรางนำโชคทางการเงิน (21 เมษายน 2020) [2]

เป็นเทพีที่มีความโดดเด่น สำหรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดแล้ว เทพีงู เบ็นไซเต็น เป็นสตรีเพียงองค์เดียว ในกลุ่มเทพเจ้า ซึ่งจะมีบทบาทครอบคลุมทั้งงานศิลปะ ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย พลังแห่งธรรมชาติ และมีงูขาว หรือมังกรขาว เป็นสัตว์พาหนะ หรือบริวารของเบ็นไซเต็น ซึ่งแสดงถึงโชคลาภ
ตามรากฐานประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมญี่ปุ่น การมีเทพเจ้า เกิดจากการผสมผสาน 3 วัฒนธรรม ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของ การเผยแผ่พุทธศาสนา นำความเชื่อจากเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก หลอมรวมเข้ากับญี่ปุ่น จนมีวัฒนธรรมการนับถือเทพเจ้าขึ้นมา
จุดเริ่มต้นในยุคมูโรมาจิ ช่วงปี ค.ศ. 1336 – 1373 จะเป็นช่วงที่วัฒนธรรม และศาสนา เริ่มเข้าถึงชาวบ้านมากขึ้น และแผ่ขยายความเชื่อไปยังพื้นที่ต่างๆ โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรั้วในวัง การเกิดขบวนแห่ครั้งแรกที่โตเกียว จึงเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ เทพเจ้าทั้งเจ็ด ถูกจดจำในฐานะกลุ่มเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เป็นครั้งแรก
ยุครุ่งเรืองและแพร่หลาย ในยุคสมัยเอโดะ ช่วงปี ค.ศ. 1630 – 1867 โดยเป็นยุคที่บ้านเมืองสงบสุข และเศรษฐกิจรุ่งเรือง ความเชื่อเรื่องโชคลาภ และความเชื่อการค้าขาย ทำให้เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้ง 7 ถูกนำมาใช้เป็นจำนวนมาก และนำมาใช้เป็นงานศิลปะต่างๆ และเชื่อมโยงเข้ากับเรือมหาสมบัติ ที่เชื่อว่านำโชคมาให้ในช่วงปีใหม่
ความเชื่อด้านเทพเจ้าของญี่ปุ่น มีต้นกำเนิดมาจากหลายๆประเทศ ทั้งอินเดีย จีน และญี่ปุ่น ซึ่งจะมีเทพเจ้าแห่งโชคลาภ 7 พระองค์ ได้แก่
ที่มา: เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดของญี่ปุ่น ชิจิฟุคุจิน คือใครบ้าง? (17 กรกฎาคม 2023) [3]
สำหรับความเชื่อเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เทพีงู เบ็นไซเต็น เป็นหนึ่งในเทพเจ้าทั้งเจ็ดของญี่ปุ่น และยังเป็นสตรีเพียงพระองค์เดียว เป็นเทพีแห่งดนตรี เกอิชา ความมั่งคั่ง สายน้ำ และเทพเจ้างูใหญ่ มีรูปลักษณ์ 2 แบบ คือ ถือพิณบิวะ และ ถืออาวุธ มี 8 กร เพื่อปกป้องรักษาคุ้มครองผู้ที่ศรัทธา
ความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้า เทพีแห่งงูเบ็นไซเต็น มีต้นกำเนิดจากอินเดีย โดยมีต้นแบบมาจาก พระแม่สรัสวตี ตามความเชื่อของญี่ปุ่น เบ็นไซเต็น เป็นหนึ่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภ 7 พระองค์ และเป็นสตรีเพียงองค์เดียวในหมู่เทพเจ้าโชคลาภ เป็นเทพีแห่งดนตรี และวาทศิลป์ ปกป้องคุ้มครอง ทำให้มีความมั่งคั่ง และมีโชคลาภ
เทพีแห่งงูขาว เบ็นไซเต็น เป็นหนึ่งในเทพเจ้าแห่งโชคลาภของญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งหมดเจ็ดพระองค์ และพระองค์เป็นเพียงพระองค์เดียว ที่เป็นสตรี โดดเด่นเรื่องดนตรี ความงาม ศิลปะ และความมั่งคั่ง ซึ่งความเชื่อเกี่ยวกับเทพเจ้าญี่ปุ่น ผสมผสาน 3 วัฒนธรรม อินเดีย ญี่ปุ่น และไทย

