เทคนิคการหา Passion ทำไมอยู่ดีๆ บางทีก็หมดไฟ

เทคนิคการหา Passion

เทคนิคการหา Passion หลายคนชอบเข้าใจผิดว่า Passion คือความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนตอนมีความรักใหม่ๆ ที่ทำให้เราอยากกระโดดโลดเต้นไปยิมทุกเช้า ตลกเถอะ ความจริงคือมนุษย์เรามีความขี้เกียจฝังอยู่ใน DNA ถ้าคุณรอให้รู้สึก อยาก ก่อนแล้วค่อยไปทำ ชาตินี้คุณคงไม่ได้หุ่นที่ฝันหรอก วันนี้ฉันจะบอกวิธีจุดไฟที่มอดให้กลับมาลุกโชนจนคนรอบข้างต้องกลัว

  • เข้าใจผิดกันยกใหญ่ ว่า Passion ต้องมีตลอดเวลา
  • จุดเปลี่ยนสำคัญ ยุคที่ยิมปิดตาย
  • คนเลิกออกกำลังกายเพราะเบื่อ มากกว่าเพราะเหนื่อย

เลิกตามหาแรงบันดาลใจปลอมๆ

เหนื่อยใจชะมัด เวลาเห็นคนโพสต์รูปคำคมเท่ๆ ว่า No Pain No Gain แต่ตัวจริงนอนกระดิกตีนดูซีรีส์อยู่บ้าน การเสพติดแรงบันดาลใจ มันคือยาพิษชั้นดีเลยล่ะ เพราะมันให้ความรู้สึกฟินชั่วคราวเหมือนเราได้ทำอะไรสำเร็จแล้ว ทั้งที่จริงๆ เรายังไม่ได้เริ่มขยับตัวเลยสักนิด

ลองย้อนเวลากลับไปดูความบ้าบอของพวกเราในอดีตสิ จำช่วงปี 1990s ถึงต้น 2000s ได้ไหม ยุคนั้นเป็นยุคที่ T25 ยังไม่เกิด แต่เราบ้าคลั่งกับวิดีโอเทปเต้นแอโรบิกของ Jane Fonda หรือไม่ก็พวก Tae Bo ที่เต้นไปต่อยลมไป ยุคนั้นใครใส่ชุด Leotard เว้าสูงๆ กับถุงเท้าหนาๆ คือตัวแม่

เราออกกำลังกายตามกระแสล้วนๆ ไม่ได้มีความรู้เรื่องกล้ามเนื้อหรือระบบเผาผลาญอะไรหรอก ทำเพราะมันสนุก ทำเพราะเพื่อนทำ แต่พอเลิกฮิต เราก็เลิกทำ นั่นแหละคือตัวอย่างของการใช้ Passion ที่ฉาบฉวยที่สุด

ความลับของสารเคมีในสมอง ที่เทรนเนอร์ไม่เคยบอก

รู้ไหมว่าไอ้ความรู้สึก ฮึกเหิม อยากไปยกเวท มันคือการทำงานของ Dopamine สารแห่งความสุขที่หลั่งออกมาเมื่อเราคาดหวังรางวัล แต่ปัญหามันอยู่ที่ ร่างกายเราดันชินชาง่าย แรกๆ วิ่ง 5 กิโลฯ ก็ฟินแล้ว หลังๆ วิ่งเท่าเดิมแต่ความสุขลดลง เราเลยหมดไฟ วิธีแก้เกมคือการสร้างเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม เพื่อหลอกล่อสมองให้ปล่อยสารนี้ออกมาอีกครั้ง (3 มีนาคม 2025) [1]

เข้าใจผิดกันยกใหญ่ ว่า Passion ต้องมีตลอดเวลา

บ้าหรือเปล่า ใครมันจะมีไฟลุกท่วมหัวได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขนาดนักกีฬาระดับโลกเขายังมีวันที่เบื่อ วันที่ไม่อยากซ้อม แต่สิ่งที่ทำให้เขาต่างจากพวกเราคือ เขาไม่ใช้ Passion นำทาง แต่เขาใช้ วินัยและ ระบบต่างหาก

คนส่วนใหญ่ตกหลุมพรางคำว่า ต้องมีอารมณ์ก่อนถึงจะทำ ซึ่งนั่นมันคือหายนะชัดๆ เพราะมันคืออารมณ์ชั่ววูบที่ขึ้นลงตามสภาพอากาศ และปริมาณคาเฟอีนในเลือด ถ้าวันไหนฝนตก รถติด หรือโดนเจ้านายด่า ไฟคุณก็มอดแล้วจริงไหม? แต่การฝึกสไตล์มือโปรเขาจะมองว่าการไปยิมคือ หน้าที่ เหมือนการแปรงฟันหรือการอาบน้ำ คุณไม่ต้องรอให้มี Passion ถึงจะแปรงฟันใช่ไหมล่ะ (21 ธันวาคม 2025) [2]

การยอมรับว่าเราสามารถออกกำลังกายได้ทั้งที่ ไม่อยากทำ นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จที่ยั่งยืน เลิกถามหาไฟในใจ แล้วหันมาสร้าง ตารางงาน ให้ร่างกายเดินตามจังหวะที่วางไว้แทนเถอะค่ะ

ความจริงที่เจ็บจี๊ด ยุคแห่งการเปรียบเทียบ

ช่วงปี 2010–2015 หน่อย ช่วงนี้แหละที่ทำลายความมั่นใจของผู้หญิงทั่วโลก Instagram เริ่มบูม เทรนด์ Fitspo (Fitness Inspiration) ระบาดหนักมาก เราเห็นรูปนางแบบหุ่นเป๊ะ ก้นเด้ง หน้าท้องมีร่อง 11 ชัดแจ๋ว เรากดไลก์รัวๆ แล้วหันมาดูพุงตัวเอง โอ๊ย มันโคตรบั่นทอนจิตใจ แทนที่จะมี Passion กลับกลายเป็นความอิจฉาและความท้อแท้

เราพยายามกินคลีนตามเขา ออกกำลังกายท่าพิสดารตามเขา แต่พอทำแล้วไม่ได้ผลเร็วทันใจ เราก็เลิก นี่คือยุคมืดที่ทำให้เรารู้ว่า การเอา Passion ของคนอื่นมาเป็นของเรา มันไม่เวิร์ก

จุดเปลี่ยนสำคัญ ยุคที่ยิมปิดตาย

เทคนิคการหา Passion

ขยับมาดูช่วงปี 2018–2020 ยุคโควิดล้างโลก ช่วงนั้นคือบททดสอบจิตใจขั้นสุด ยิมปิด สวนสาธารณะปิด เราต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน อุปกรณ์ก็ไม่มี บรรยากาศก็ไม่ได้ หลายคนทิ้งการออกกำลังกายไปเลยเพราะหมดไฟ แต่เชื่อมั้ย ช่วงเวลานั้นแหละที่คัดกรอง คนจริง ออกจาก นักท่องเที่ยว คนที่รักการออกกำลังกายจริงๆ จะดิ้นรนหาทางขยับตัวจนได้ จะยกขวดน้ำ จะกระโดดตบ หรือจะบอดี้เวทข้างเตียง

ฉันจำได้แม่นเลยว่าช่วงนั้นฉันเกือบจะเป็นบ้า เพราะไม่ได้ไปปล่อยพลัง แต่พอได้ลองศึกษาแนวคิดของพวกนักกีฬาระดับ Elite ที่เขาต้องเก็บตัวซ้อมคนเดียวเป็นปีๆ มันทำให้ฉันตาสว่าง

ถ้าคุณอยากรู้ว่าพวกปีศาจในสนาม เขาจัดการกับความโดดเดี่ยว และความเบื่อหน่ายยังไง ลองไปเจาะลึกในเรื่อง จิตวิทยา นักกีฬาเทพ ดูสิ มันจะเปลี่ยน Mindset คุณไปตลอดกาล ว่าไฟที่แท้จริงมันต้องจุดจากข้างใน ไม่ใช่รอแสงไฟสปอตไลต์จากข้างนอก

คนเลิกออกกำลังกายเพราะเบื่อ มากกว่าเพราะเหนื่อย

จากข้อมูลช่วงปี 2022–2024 พบว่าสาเหตุอันดับ 1 ที่คนเลิกเป็นสมาชิกฟิตเนส ไม่ใช่เพราะไม่มีเวลา หรือไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะ ขาดแรงจูงใจ และรู้สึกว่าตัวเอง ย่ำอยู่กับที่ นี่มันน่าเศร้านะ เพราะร่างกายเราพร้อมจะไปต่อ แต่ใจเราดันถอดใจไปก่อน

บทวิเคราะห์เจาะลึก ภาวะ Flow State

คุณเคยออกกำลังกายแล้วรู้สึกเหมือนหลุดไปอีกมิติไหม? เวลาผ่านไปเร็วมาก ไม่รู้สึกเหนื่อย แต่รู้สึกจดจ่ออยู่กับลมหายใจและการเคลื่อนไหว นั่นแหละคือสภาวะ Flow State ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของความสุขในการฝึกกีฬา (10 กรกฎาคม 2025) [3]

การจะเข้าถึงจุดนี้ได้ คุณต้องตัดสิ่งรบกวนออกไปให้หมด เลิกเล่นมือถือระหว่างเซ็ต เลิกเม้าท์มอย แล้วโฟกัสที่กล้ามเนื้อจริงๆ เมื่อไหร่ที่คุณสัมผัสภาวะนี้ได้ จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป เพราะคุณจะเสพติดความรู้สึกนี้แทน

บทสรุป เทคนิคการหา Passion

  • 1.เปลี่ยนบรรยากาศ: ถ้าเบื่อเวท ก็ไปต่อยมวย ถ้าเบื่อลู่วิ่ง ก็ไปว่ายน้ำ ร่างกายชอบความแปลกใหม่
  • 2.หาคู่หูบ้าพลัง: พลังงานมันส่งต่อกันได้ หาเพื่อนที่แอคทีฟกว่าเรา แล้วเกาะติดมันไว้ ให้มันลากเราไป
  • 3.Track Progress: จดบันทึกทุกความก้าวหน้า ไม่ใช่แค่น้ำหนัก แต่เป็นจำนวนครั้งที่ยกได้ ความเร็วที่วิ่งได้ พอเห็นกราฟพุ่งขึ้น ไฟมันจะมาเอง

คุณจะรอให้หมอสั่ง หรือจะสั่งตัวเอง

ถามใจตัวเองดูดีๆ ว่าที่บ่นว่าหมดไฟเนี่ย คือหมดจริง หรือแค่ขี้เกียจ? ร่างกายของคุณมีศักยภาพมากกว่าที่คุณคิด อย่าปล่อยให้ข้ออ้างกระจอกๆ มาหยุดยั้งคุณจากการเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุด

บทส่งท้าย ปลุกวิญญาณนักสู้

สุดท้ายแล้ว เทคนิคการหา Passion มันก็เหมือนถ่านในเตา ถ้าไม่คอยเขี่ย ไม่คอยเติมเชื้อ มันก็มอดดับ หน้าที่ของคุณคือต้องเป็นคนคุมไฟนั้นเอง อย่ารอให้ใครมาจุดให้ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ผูกเชือกรองเท้า แล้วออกไปพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ผู้หญิงบ้าพลังอย่างเรา ไม่มีคำว่ายอมแพ้อยู่ในพจนานุกรม ไปลุยให้ยับค่ะ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง