



เทคนิคการนอน ของนักกีฬา หยุดภูมิใจกับการได้นอนวันละ 4 ชั่วโมงเดี๋ยวนี้เลยนะ ใครที่ชอบโพสต์ลงโซเชียลตอนตีสองว่า ยังทำงานอยู่เลย สู้ตาย บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากจะทักไปบอกว่า ไปนอนเถอะ สภาพ การอดนอนไม่ใช่สัญลักษณ์ของคนขยัน แต่มันคือสัญลักษณ์ของการบริหารเวลาที่ล้มเหลว และการทำร้ายร่างกายตัวเองอย่างเลือดเย็นที่สุด
เคยเป็นไหม ตื่นมาแล้วเพลียร่างแทบแตก เหมือนโดนสิบล้อทับ สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออก หงุดหงิดง่าย ใครพูดอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด แล้วก็อัดกาแฟเข้าไป 3 แก้ว เพื่อให้ตาแข็ง
ปี 1998 ยุคนั้นเป็นอะไรที่บ้าบอคอแตกมาก วัฒนธรรมแบบดิบเถื่อนกำลังมาแรง เราเห็นภาพนักธุรกิจหรือนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จ ต้องตื่นตี 3 นอนเที่ยงคืน ใครนอนเยอะดูเป็นคนขี้เกียจ ดูไม่มีอนาคต ยุคนั้นเรากินเครื่องดื่มชูกำลังกันต่างน้ำ ปาร์ตี้หนัก แล้วลากสังขารไปซ้อมตอนเช้า ผลคืออะไร รู้ไหม? นักกีฬาเจ็บกันระนาว อายุการใช้งานสั้นกุด ผิวเหี่ยวแก่ก่อนวัย
และนี่แหละคือจุดที่คุณต้องเข้าใจให้ลึกซึ้ง ถ้าคุณอยากจะมี Mindset ของแชมเปี้ยน คุณต้องเปลี่ยนความคิดเรื่องการนอนใหม่ทั้งหมด แชมเปี้ยนไม่ได้วัดกันที่ว่าใครซ้อมหนักกว่ากัน แต่วัดกันที่ว่า ใครฟื้นตัวได้เร็วกว่ากัน
อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนี คำนี้สำคัญมาก การนอนไม่ใช่แค่การหลับตาแล้วภาพตัด แต่มันคือกระบวนการที่ซับซ้อนที่มีโครงสร้างชัดเจน แบ่งเป็นช่วงหลับตื้น หลับลึก และช่วงหลับฝัน (6 พฤษภาคม 2025) [1]
ช่วงหลับลึกนี่แหละคือช่วงนาทีทอง ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ออกมาซ่อมกล้ามเนื้อ ส่วนช่วง REM คือช่วงที่สมองจัดเรียงความจำและทักษะที่คุณฝึกมาทั้งวัน ถ้าคุณนอนไม่พอ หรือหลับๆ ตื่นๆ ร่างกายจะตัดช่วงพวกนี้ทิ้งไป เท่ากับว่าที่คุณซ้อมมาทั้งวัน สูญเปล่า
คิดว่าดื่มแอลกอฮอล์ช่วยให้หลับสบาย? ใครสั่งใครสอนมาเนี่ย จริงอยู่ที่ดื่มแก้วเดียวอาจจะทำให้คุณวูบหลับได้ไวขึ้น แต่มันจะไปทำลายคุณภาพการนอนของคุณจนป่นปี้ แอลกอฮอล์จะไปบล็อกช่วง REM Sleep ทำให้คุณไม่ได้ฝัน ไม่ได้จัดระเบียบสมอง ตื่นมาคุณจะรู้สึกเพลีย ปวดหัว เหมือนคนไม่ได้นอน เลิกซะนะ นิสัยจิบไวน์ก่อนนอนเพื่อคลายเครียด (23 ตุลาคม 2025) [2]
ข้ามมาดูช่วงปี 2010 ถึง 2015 กันบ้าง ยุคนี้แหละที่หายนะของการนอนมาเยือนอย่างแท้จริง สมาร์ทโฟนเริ่มครองโลก เราเอามือถือเข้าไปเล่นในห้องนอน ไถฟีดเฟซบุ๊กก่อนนอน ดูยูทูบจนหลับคาโทรศัพท์ แสงสีฟ้า จากหน้าจอมันไปหลอกสมองว่า เฮ้ย ยังเช้าอยู่ อย่าเพิ่งหลั่งเมลาโทนินนะ ผลคือ ตาสว่างยันตีสอง
ยุคนั้นคนเป็นโรคนอนไม่หลับ เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด นักกีฬาหลายคนฟอร์มตกเพราะติดเกมมือถือ หรือดราม่าในทวิตเตอร์จนไม่ได้นอน สภาพร่างกายโทรมเหมือนซอมบี้ แต่ก็ยังไม่รู้ตัวว่าสาเหตุมาจากไอ้สี่เหลี่ยมเล็กๆ ในมือนั่นแหละ
เว็บใหญ่อย่าง ESPN เคยตีแผ่เรื่องนี้ว่า ทีมบาส NBA ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญมาสอนนักกีฬาเรื่องการวางมือถือก่อนนอน เพราะฟอร์มการชู้ตตกลงอย่างน่าตกใจในกลุ่มที่นอนน้อย ลองไปหาอ่านดูสิ

เรื่องที่ฉันจะบอกต่อไปนี้ ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่มันคือกลยุทธ์ที่ทีมระดับโลกเขาใช้กันจริงๆ ฉันลองมาหมดแล้ว ตั้งแต่นับแกะยันกินยาแก้แพ้ แต่สิ่งที่เวิร์กที่สุดคือการ สร้างสภาพแวดล้อมและกิจวัตร
คุณต้องทำห้องนอนให้เหมือนถ้ำ มืดแบบมองไม่เห็นมือตัวเอง และเย็นประมาณ 18 ถึง 22 องศาเซลเซียส (ถ้าทำได้) ความเย็นจะช่วยลดอุณหภูมิแกนกลางลำตัว ซึ่งเป็นสัญญาณบอกร่างกายว่า หลับได้แล้ว ถ้าร้อน เหงื่อแตก ผ้าปูที่นอนเหนียวเหนอะหนะ ฝันไปเถอะว่าจะได้หลับลึก
อันนี้ทีเด็ด วงจรการนอนของคนเรากินเวลาประมาณ 90 นาทีต่อรอบ ถ้าคุณตื่นกลางรอบ (เช่น ตื่นตอนหลับลึก) คุณจะงัวเงีย เวียนหัว เหมือนคนเมา นักกีฬาเขาจะนับรอบการนอน เช่น นอน 5 รอบ (7.5 ชั่วโมง) หรือ 6 รอบ (9 ชั่วโมง) ตั้งเวลาตื่นให้ลงล็อกจบวงจรพอดี แล้วคุณจะตื่นมาแบบสดชื่น เหมือนเด้งออกจากเตียงได้เลย
ถ้านอนคืนนั้นไม่พอ หรือซ้อมหนักมาก การงีบหลับคืออาวุธลับ แต่ห้ามงีบมั่ว งีบแค่ 20 นาที เพื่อรีเฟรชสมอง หรืองีบ 90 นาทีไปเลยเพื่อซ่อมร่างกาย อย่าทะลึ่งงีบ 1 ชั่วโมง เพราะจะตื่นมาตอนหลับลึก แล้วจะมึนไปทั้งวัน นักฟุตบอลอาชีพเขางีบกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องของคนขี้เกียจ (18 ธันวาคม 2024) [3]
ช่วงปี 2018 ถึง 2020 คือยุคตาสว่าง จำชื่อ คริสเตียโน โรนัลโด ได้ไหม? เขาจ้าง โค้ชการนอนส่วนตัวมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ไม่ได้นอนยาว 8 ชั่วโมงรวด แต่แบ่งนอนเป็นรอบๆ ในบางช่วง
ข่าวนี้ทำเอาคนทั้งโลกช็อก และหันมาสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์การนอนกันยกใหญ่ เราเริ่มเห็นอุปกรณ์อย่าง Oura Ring หรือ Whoop Strap ที่นักกีฬาใส่เพื่อวัดคุณภาพการนอน มันไม่ใช่แค่เทรนด์แฟชั่น แต่มันคือการใช้ข้อมูลมากำหนดตารางชีวิต ช่วงนี้แหละที่การนอนถูกยกระดับให้สำคัญพอๆ กับการกินและการซ้อม
และนี่คือส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ใน ระบบกีฬา สู่ความเป็นเลิศ ถ้าคุณวางระบบการซ้อมดี อาหารดี แต่ระบบการนอนห่วย สมการความสำเร็จของคุณก็เท่ากับศูนย์ โค้ชสมัยใหม่จะไม่ถามแค่วันนี้ซ้อมหนักไหม แต่จะถามว่า เมื่อคืนหลับลึกกี่นาที
รู้ไหมว่าในช่วงปี 2022 ถึง 2024 งานวิจัยเรื่องการนอนกับการบาดเจ็บมาแรงมาก ข้อมูลจาก Journal of Sports Sciences ระบุว่า นักกีฬาที่นอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมงต่อคืน มีความเสี่ยงที่จะบาดเจ็บสูงกว่าคนที่นอนครบถึง 1.7 เท่า แม่เจ้า เกือบสองเท่า แค่คุณนอนน้อย เอ็นคุณก็เปราะแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง
การตัดสินใจผิดพลาด นี่คือสาเหตุที่นักวิ่งมาราธอนบางคนตะคริวกิน หรือนักบอลขาพลิกง่ายๆ ในช่วงท้ายเกม ไม่ใช่เพราะไม่ฟิต แต่เพราะไม่ได้นอน
ฟังนะ สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การจัดห้องนอน แต่คือการ วางมือถือ แสงสีฟ้าคือศัตรูตัวฉกาจ ฉันใช้กฎเหล็ก No Screen 1 Hour Before Bed หนึ่งชั่วโมงก่อนนอน ปิดทุกจอ อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ หรือยืดเหยียดร่างกาย
ช่วงแรกๆ มันจะลงแดงหน่อย มือมันสั่นอยากไถฟีด แต่อดทนซะ ผ่านไปสักอาทิตย์ คุณจะพบว่าคุณหลับง่ายขึ้น ลึกขึ้น และตื่นมาหน้าตาสดใสขึ้น อีกอย่างที่ฉันชอบมากคือ แมกนีเซียม กินก่อนนอนช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย หลับสบายขึ้นเยอะ ไม่ต้องพึ่งยานอนหลับเลย
Reuters เคยลงบทความเกี่ยวกับตลาด Sleep Tech ที่โตระเบิดเถิดเทิง เพราะคนเริ่มรู้แล้วว่า เงินซื้อสุขภาพไม่ได้ แต่เงินซื้อเตียงดีๆ กับแหวนวัดการนอนได้
เทคนิคการนอน ของนักกีฬา ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือต้องเป็นระดับโอลิมปิกถึงจะทำได้ มันคือเรื่องพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ เลิกบูชาความอดนอน เลิกคิดว่าการนอนน้อยคือความเท่ มันคือความโง่เขลาที่ทำร้ายตัวเอง ถ้าคุณรักร่างกายตัวเองจริง อยากหุ่นดี อยากผิวสวย อยากเก่ง จงให้เกียรติช่วงเวลาการนอนของคุณ
อยากจะเป็นซอมบี้ที่ลากสังขารไปวันๆ หรืออยากจะเป็นยอดมนุษย์ที่พลังล้นเหลือ? คำตอบอยู่ที่คืนนี้ คุณจะปิดไฟนอนกี่โมง และจะวางมือถือลงได้ไหม
เริ่มใช้ เทคนิคการนอน ของนักกีฬา คืนนี้เลย ตั้งแอร์ให้เย็นฉ่ำ ปิดม่านให้มิด โยนมือถือไปไกลๆ เตียง (หรือทิ้งไว้นอกห้องเลยยิ่งดี) ทำสมาธิเบาๆ สัก 5 นาที แล้วบอกตัวเองว่า คืนนี้ฉันจะชาร์จพลังให้เต็มที่ เพื่อตื่นมาขย้ำเป้าหมายในวันพรุ่งนี้ เชื่อเถอะว่า การนอนที่ดีเพียงคืนเดียว เปลี่ยนโลกทั้งใบของคุณได้

