



เตรียมตัวยังไง ก่อนเดินทาง เคยไหมคะ วางแผนเที่ยวซะดิบดี จองที่พักหลักหมื่น เตรียมชุดคู่แม่ลูกสุดเก๋ แต่พอถึงวันจริงกลับต้องวิ่งวุ่นเพราะลืมสมุดวัคซีน หรือลูกรักเกิดอาการแพนิคจนทริปเกือบล่ม ลูซี่บอกเลยว่า หัวใจสำคัญที่จะชี้ชะตาว่าทริปนั้นจะ รุ่ง หรือ ร่วง ไม่ใช่แค่เรื่องของการอุ้มขึ้นรถแล้วจบ แต่มันคือภารกิจระดับชาติที่เราต้องวางแผนอย่างรัดกุม
ถ้าลองย้อนเวลากลับไปสักนิด จำได้แม่นเลยว่าสมัยก่อนการพาหมาแมวเที่ยวเป็นเรื่องที่วัดดวงสุดๆ ช่วงปี 2018 ถึง 2020 ยุคแห่งความอลหม่าน ในช่วงนั้น การเตรียมตัวของคนเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบตามมีตามเกิด นึกจะไปก็ไป อุปกรณ์เซฟตี้เหรอ? ไม่ค่อยมีใครสนใจหรอก แค่มีสายจูงเส้นเดียวก็คิดว่าเอาอยู่แล้ว
ปัญหาที่ตามมาคือสัตว์เลี้ยงหลุดหายระหว่างทาง หรือป่วยกะทันหันเพราะไม่ชินกับการเดินทาง กฎระเบียบของสถานที่ท่องเที่ยวก็ยังไม่ชัดเจน ต้องไปลุ้นเอาดาบหน้าว่าเขาจะให้เข้าไหม คือลำบากใจทั้งคนพาไปและเจ้าของสถานที่
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน โลกหมุนไปไกลมาก การเตรียมตัวกลายเป็นเรื่องที่มีระบบระเบียบ มีเช็กลิสต์มาตรฐานที่คนรักสัตว์ต้องรู้ ใครที่ยังใช้สูตรเดิมๆ ระวังจะคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องนะ เพราะเดี๋ยวนี้เขามีการตรวจสุขภาพละเอียดระดับ DNA ก่อนเดินทางกันแล้ว เพื่อเช็กความพร้อมว่าน้องไหวจริงไหม ไม่ใช่แค่ใจสู้แต่ร่างกายไม่พร้อม
เอาล่ะ ก่อนจะไปถึงเรื่องแฟชั่นหรือพร็อพถ่ายรูป สิ่งแรกที่ต้องเคลียร์ให้จบคือ สุขภาพ คุณต้องมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าลูกของคุณแข็งแรงพอที่จะเผชิญโลกกว้าง โปรแกรมวัคซีนพื้นฐานอย่างพิษสุนัขบ้าและวัคซีนรวมต้องครบ และที่สำคัญต้องฉีดล่วงหน้าก่อนเดินทางอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ภูมิคุ้มกันขึ้นเต็มที่
ประเด็นคือ เรื่องเห็บหมัดและพยาธิหนอนหัวใจก็ห้ามมองข้ามเด็ดขาด เพราะตามสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติคือ ดงของพาหะนำโรคพวกนี้เลย ลูซี่แนะนำให้หยดยา หรือป้อนยาป้องกันให้เรียบร้อยก่อนวันเดินทาง การมี Microchip ฝังไว้ในตัวน้องก็เป็นอีกหนึ่งด่านป้องกัน ที่ช่วยให้อุ่นใจขึ้นเยอะถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน
เตือนจากใจเลยนะ ใครที่คิดว่า ไม่เป็นไรหรอก ใกล้ๆ ค่อยเตรียม ขอให้หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้ เพราะนี่คือหายนะที่รอวันเกิด สิ่งที่มือใหม่มักพลาดมากที่สุดคือการไม่ฝึกให้น้องคุ้นเคยกับอุปกรณ์เดินทาง โดยเฉพาะกรงเดินทาง หลายคนเพิ่งไปซื้อกรงมาวันก่อนเดินทาง แล้วจับน้องยัดเข้าไปเลย ผลลัพธ์คือน้องเครียด ร้องตลอดทาง อ้วกแตก หรือหนักสุดคือช็อก
ทางสมาคมสัตวแพทย์อเมริกัน หรือ AVMA ระบุไว้ชัดเจนมากว่า การให้สัตว์เลี้ยงทำความคุ้นเคยกับกรงเดินทางล่วงหน้า อย่างน้อย 2 สัปดาห์ จะช่วยลดระดับความเครียดและฮอร์โมน Cortisol ในกระแสเลือดขณะเดินทางได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การเดินทางปลอดภัยต่อสุขภาพจิตของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
ที่มา: AVMA (สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2025) [1]
ช่วงปี 2021 ถึง 2023 สถิติที่น่าตกใจ พบว่าในช่วง 3 ปีนี้ มีสถิติสัตว์เลี้ยงที่ป่วยเป็นโรคลำไส้อักเสบ และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจหลังกลับจากการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุหลักมาจากการที่ภูมิคุ้มกันตกเพราะความเครียด และการไม่ได้รับวัคซีนเสริมที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ไป ตัวเลขนี้ฟ้องชัดเลยว่า ความประมาทมีราคาที่ต้องจ่ายแพงมาก

เอาจริงๆ นะ ลูซี่เห็นลิสต์ของที่ต้องเตรียมสมัยนี้แล้วยังอึ้ง มันไม่ใช่แค่เรื่องของความปลอดภัยแล้ว แต่มันคือเรื่องของ ประสบการณ์ที่ดีที่สุด การเตรียมตัวในยุคนี้มันล้ำไปถึงขั้นมีการใช้ Gadget เข้ามาช่วย อย่างเครื่องให้อาหารพกพาที่มีกล้องในตัว หรือปลอกคอ GPS ที่ติดตามตำแหน่งได้แบบ Real-time ทั่วโลก
สิ่งที่คนเลี้ยงสัตว์ระดับโปรเขารู้กัน แต่ไม่ค่อยบอกใคร คือการเตรียมความพร้อมทาง จิตใจ สำคัญกว่าอุปกรณ์ราคาแพง การฝึกวินัยพื้นฐานคือกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้ทริปของคุณราบรื่น ลองนึกสภาพว่าถ้าคุณไปคาเฟ่เก๋ๆ แล้วน้องหมาของคุณกระโดดใส่โต๊ะข้างๆ หรือเห่าไม่หยุด คงดูไม่จืดเลยใช่ไหม (21 ธันวาคม 2014) [2]
ตรงนี้ลูซี่อยากแนะนำให้ลองไปศึกษา วิธีฝึกหมา ให้นั่งคอย ให้แม่นๆ ก่อนเลย คำสั่งคอยคือ คำสั่งช่วยชีวิตที่ใช้ได้จริงในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะตอนรอขึ้นรถ ตอนรออาหาร หรือตอนถ่ายรูป มันช่วยดึงสติของน้องให้กลับมาโฟกัสที่เรา แทนที่จะตื่นตูมไปกับสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
ช่วงปี 2022 ถึง 2024 จุดเปลี่ยนของวงการยา เมื่อก่อนเราอาจจะเคยได้ยินว่า ถ้ากลัวน้องเมารถ ก็ป้อนยาซึมไปเลยสิ แต่เดี๋ยวนี้สัตวแพทย์ไม่แนะนำวิธีนี้แล้วนะ เพราะยาซึมอาจมีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจ และการหายใจ โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางในที่ที่มีความกดอากาศต่างกัน เช่น บนเครื่องบิน หรือขึ้นดอยสูง
แนวโน้มในช่วงปี 2022-2024 เปลี่ยนมาเน้นการใช้วิธีธรรมชาติบำบัดสังเคราะห์ (เช่น Feliway หรือ Adaptil) ที่ช่วยให้น้องผ่อนคลายโดยไม่ต้องพึ่งยาเคมีแรงๆ หรือถ้าจำเป็นจริงๆ หมอจะจ่ายยาแก้อาเจียนกลุ่ม Maropitant แทน ซึ่งปลอดภัยกว่าและตรงจุดกว่า ข้อมูลพวกนี้สามารถเช็กเพิ่มเติมได้จากเว็บ PetMD เพื่อความชัวร์
เชื่อไหมว่า ผ้าห่มกลิ่นเดิม คือยาวิเศษ ลูซี่เคยลองมากับตัว การพกผ้าห่มเน่าๆ หรือตุ๊กตาตัวโปรดที่น้องนอนกอดทุกคืนไปด้วย จะช่วยสร้าง Safe Space จำลองให้น้องรู้สึกเหมือนยังอยู่ที่บ้าน กลิ่นที่คุ้นเคยจะช่วยลดความระแวงในสถานที่แปลกถิ่นได้ดีอย่างเหลือเชื่อ เป็นจุดเล็กๆ ที่หลายคนมองข้ามแต่ได้ผลชะงัดนักแล (24 มิถุนายน 2025) [3]
มองไปข้างหน้าอีกนิด ในปี 2026-2027 เราน่าจะได้เห็นการใช้ระบบ Biometric ระบุตัวตนสัตว์เลี้ยงแบบสแกนจมูก แทนการใช้เอกสารกระดาษ
เวลาไปเที่ยวต่างประเทศหรือเข้าพักโรงแรม แค่สแกนปุ๊บ ข้อมูลประวัติวัคซีนและข้อมูลเจ้าของก็จะเด้งขึ้นมาทันที การเตรียมตัวในอนาคตจะเปลี่ยนจากการพกแฟ้มเอกสารหนาเตอะ มาเป็นการจัดการข้อมูลบน Cloud แทน เตรียมตัวอัปเกรดความรู้ด้านเทคโนโลยีกันไว้ได้เลย
สรุปสั้นๆ เลยนะ การ เตรียมตัวยังไง ก่อนเดินทาง คือการแสดงความรักที่ชัดเจนที่สุด ยิ่งเราเตรียมพร้อมมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะเกิดเรื่องร้ายๆ ก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น อย่ามองว่ามันเป็นภาระ แต่ให้มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกในการวางแผนทริป เมื่อเราอุดรอยรั่วทุกจุดแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่ไปเก็บเกี่ยวความสุข และรอยยิ้มกลับมาให้เต็มกระเป๋า
ก่อนสตาร์ทรถ 1 คืน ลองกางกระเป๋าออกมาเช็กอีกรอบนะ อาหารเม็ดตวงไปให้พอดีบวกเผื่อ 2-3 มื้อ ยาประจำตัว (ถ้ามี) ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น และที่สำคัญ น้ำดื่มสะอาด ลูซี่แนะนำให้พกน้ำจากบ้านไปเอง และถ้าคุณอยากได้ไกด์ไลน์ฉบับเต็มว่าจะพาไปเที่ยวที่ไหนดี หรือมีเทคนิคอะไรเพิ่มเติมอีก อย่าลืมตามไปอ่าน คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 รับรองได้ไอเดียเด็ดๆ แน่นอน
ลูซี่อยากฝากไว้ว่า ความทรงจำระหว่างทางสำคัญพอๆ กับจุดหมายปลายทาง การที่เราได้เห็นเขานั่งมองวิวข้างหน้าต่าง ได้เห็นหูที่ลู่ลมด้วยความตื่นเต้น โมเมนต์พวกนี้แหละที่ทำให้หัวใจพองโต การเตรียมตัวที่เหนื่อยในวันนี้ จะแลกมาด้วยความสบายใจในวันเที่ยว เชื่อลูซี่เถอะว่า คุ้มค่าทุกวินาทีที่เสียไปกับการเตรียมของแน่นอน ขอให้ทุกคนมีทริปที่แสนวิเศษนะคะ

