



เชาเชา สิงโตลิ้นดำ มรดกจากจีนโบราณ เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด มีขนฟูคล้ายสิงโต หรือคล้ายๆกับหมี ท่าทางสง่างาม มีลิ้นสีดำ ขนสองชั้น หางม้วนโค้ง ถือว่าเป็นสุนัขบรรพบุรุษของ ปอมเมอเรเนียน อาคิตะ และซามอยด์ ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้ มีอายุมากกว่า 206 ปีก่อนคริสตกาล เป็นสายพันธุ์โบราณที่ยังมีชีวิตถึงปัจจุบัน
สุนัขสายพันธุ์โบราณ ที่มีความเก่าแก่ที่สุด เชาเชา หรือ Chow Chow เป็นสุนัขที่มีต้นกำเนิดจาก ประเทศจีน จุดเด่นเฉพาะตัว เป็นสุนัขที่มีลิ้นสีดำ ลิ้นสีเงินเทา โดยจะค่อยๆเปลี่ยนจากสีชมพู เมื่ออายุ 8-10 สัปดาห์ และมีแผงขนหนารอบคอมากขึ้น มีขนมา 2 ชั้น แบ่งเป็นขนเรียบ และขนหยาบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายสิงโต อายุขัยโดยประมาณ อยู่ที่ 8 ปี ถึง 12 ปี น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ถึง 32 กิโลกรัม เชาๆจะมีพื้นสีเดียว เป็นสีแดง สีดำ สีครีม สุนัขสายพันธุ์นี้ไม่มีลวดลาย
สายพันธุ์เชาเชา ได้ชื่อว่าเป็นสายพันธุ์เก่าแก่ที่สุด เป็นสุนัขสายพันธุ์โบราณ มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน สันนิษฐานว่านานกว่า 206 ปีก่อนคริสตกาล เคยทำหน้าที่เป็นสุนัขเฝ้าพระราชวัง และเป็นสุนัขสำหรับล่าสัตว์ ขึ้นทะเบียนสายพันธุ์อย่างเป็นทางการ ในช่วงปี ค.ศ. 1903
ความนิยมของสายพันธุ์นี้ ได้รับความนิยมสูงมากขึ้น เข้าสู่ยุโรป และเป็นที่นิยมในอังกฤษ ช่วงปลายทศวรรษที่ 19 จากการสนับสนุนของ สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย จนมีการก่อตั้งสโมสรสายพันธุ์ในปี 1895 และเป็นสัตว์เลี้ยงของคนดังอีกหลายๆคน เชาเชาจะมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างแข็ง มีความเชื่องช้า ด้วยลักษณะรูปร่างของเชาเชา จะมีกระดูกสันหลังตรงกว่าสุนัขพันธุ์อื่น
พฤติกรรมของสุนัขเชาเชา ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบประจบเจ้าของ มีบุคลิกสันโดษ มีความสง่างาม จงรักภักดีกับเจ้าของมาก ระมัดระวังตัวกับคนแปลกหน้า เป็นสุนัขที่รักความสงบ เหมาะกับบ้านที่มีระเบียบ สามารถอยู่ลำพังได้ดี เป็นสุนัขที่ค่อนข้างดื้อ ฝึกได้ยาก เจ้าของต้องมีความอดทน (13 เมษายน 2022) [1]
เกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัข พันธุ์เชาเชา ต้องเป็นคนที่มีความอดทน การเลี้ยงดูด้วยการฝึกฝน ควรจะเริ่มฝึกเชาเชา ตั้งแต่ 1 – 3 เดือนแรก มีเวลาแปรงขน ทำความสะอาด อาบน้ำอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องมีการเป่าขนให้แห้งสนิท เนื่องจากเชาเชามีขน 2 ชั้น เพื่อป้องกันโรคผิวหนัง ควรพาไปเดินเล่นสั้นๆ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อสุขภาพที่ดีของเชาเชา
ปัญหาสุขภาพ และโรคที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับสุนัขสายพันธุ์เชาเชา ได้แก่
ที่มา: สายพันธุ์เชาเชา อาหารวิธีเลี้ยงสัตว์ พร้อมราคา (15 กันยายน 2024) [2]

เสน่ห์ของเจ้าขนฟู ใครอยากมีเจ้าก้อนขนสิงโต ไว้ในครอบครอง การเลี้ยง เชาเชา สิงโตลิ้นดำ คือคำตอบที่ตรงใจ หากว่าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังโดนสุนัขสายพันธุ์นี้ตกเข้าแล้ว ชอบความนิ่งเงียบ และมีสง่าเหมือนสิงโตเจ้าป่า ไม่ได้ขี้เล่นเหมือนหมาทั่วไป เชาเชาจะตอบโจทย์มาก เช่นเดียวกับ บาเซนจิ สุนัขที่นิสัยเหมือนแมว เหมาะกับคนเลี้ยงสาย introvert และคนเลี้ยงสายนิ่ง เจ้าระเบียบ
สุนัขสายพันธุ์เชาเชา ไม่ได้เหมาะกับทุกๆคน หากว่าบ้านไหนมีเด็กเล็ก ควรสอนเด็กๆ และสอนสุนัข ให้เคารพพื้นที่กันและกัน เตรียมงบประมาณสำหรับเลี้ยงสุนัขให้พร้อม เรามาดูกันว่า ใครบ้าง? เหมาะกับการเลี้ยงสุนัขเชาเชา ดังนี้
สำหรับคนที่อยากเลี้ยงสุนัข ไม่ใช่เฉพาะสายพันธุ์เชาเชาเท่านั้น การเลี้ยงสุนัขทุกตัว ต้องมีเวลาให้สุนัข และมีเวลาพาไปเดินเล่นเป็นประจำ เพื่อสุขภาพจิต สุขภาพร่างกาย และพฤติกรรมที่ดีของสุนัข
หากคุณต้องการสิงโตตัวน้อย มาเลี้ยงในบ้านสักตัว สุนัขสายพันธุ์เชาเชา มีค่าตัวที่ค่อนข้างสูง โดยราคาอัปเดต ปี 2026 ซึ่งจะแปรผันตาม เกรดสุนัข และฟาร์มสุนัข เช่น
สาเหตุที่ทำให้แพง จะขึ้นอยู่กับสายเลือด เป็นลูกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ดี สีขน สีครีม สีแดง เป็นสีมาตรฐานที่ได้รับความนิยม และสีหายาก สีเงิน หรือสีฟอว์น จะมีราคาพิเศษ (24 ธันวาคม 2025) [3]
สุนัขสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด เชาเชา สิงโตลิ้นดำ มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีน เป็นสุนัขขนฟูคล้ายสิงโต มีขน 2 ชั้น เป็นสุนัขโบราณเมื่อ 206 ปีก่อนคริสตกาล เป็นสายพันธุ์โบราณที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบัน สายพันธุ์นี้มีคนนิยมเลี้ยงมากขึ้น
สุนัขสายพันธุ์เชาเชา ถือว่าเป็นสายพันธุ์โบราณ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีลิ้นสีดำ ขนฟูเหมือนสิงโต และมีแผงคอเหมือนสิงโต มีนิสัยรักสงบ รักสันโดษ ซื่อสัตย์ต่อเจ้าของมาก หากจะฝึกต้องมีความอดทน เพราะเป็นสุนัขค่อนข้างดื้อ ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบประจบเจ้าของ
การจะเลี้ยงสุนัขสักตัวหนึ่ง ต้องมีความพร้อมในการเลี้ยง เรียนรู้อุปนิสัย และเอกลักษณ์เฉพาะ สุนัขเชาเชาเหมาะกับ คนที่มีระเบียบ คนที่มีความอดทน คนที่ใจเย็น และคนที่ชอบความสงบ ต้องหมั่นดูแลแปรงขนเสมอ ไม่เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้

