



เจาะมูลค่าสีพิเศษ Porsche เป็นหัวข้อที่คนนอกวงการมักมองข้ามเสมอ หลายคนคิดว่าซื้อรถสีขาวหรือดำปลอดภัยที่สุดเพราะขายง่าย เอาเข้าจริงความคิดนั้นก็ไม่ผิดหรอกถ้าคุณกะจะขับแค่ปีสองปีแล้วเปลี่ยน แต่สำหรับพวกเราที่มองรถเป็นทรัพย์สิน การเลือกสีผิดชีวิตเปลี่ยนได้เลย เรื่องพวกนี้มันมีกลไกซ่อนอยู่ครับ และวันนี้ผมจะเล่าให้ฟังแบบหมดเปลือกในฐานะคนที่เจ็บมาเยอะ
เรื่องราวของสีรถปอร์เช่มันเหมือนการเดินทางผ่านกาลเวลาครับ ถ้าเราย้อนกลับไปดูเส้นทางประวัติศาสตร์หรือไทม์ไลน์ช่วงทศวรรษ 1970 ยุคนั้นเป็นยุคแห่งการทดลอง สีอย่าง Viper Green หรือ Tangerine ส้มจัดจ้านเป็นตัวชูโรงที่สะท้อนความดิบของรถระบายความร้อนด้วยอากาศ
พอขยับมาช่วงทศวรรษ 1990 ยุคของตัวถัง 964 และ 993 นี่คือยุคทองของสิ่งที่ผมเรียกว่าสีลูกกวาด คุณลองนึกภาพสีชมพู Rubystone Red หรือสีเขียว Mint Green จอดเรียงกันสิ มันคือศิลปะที่วิ่งได้ชัดๆ ช่วงนั้นใครขับสีพวกนี้ถือว่าเปรี้ยวมาก จนกระทั่งเข้าสู่ยุคทศวรรษ 2000 กับตัวถัง 996 และ 997 โลกกลับหมุนไปหาความเรียบหรู สีเงิน Arctic Silver และสีเทา Seal Grey ครองเมือง
พื้นฐานพวกนี้สำคัญมากครับเพราะมันเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่จะทำให้คุณเข้าใจภาพรวมที่ผมเคยปูพื้นไว้ในบทความ เจาะลึกการลงทุน Porsche ซึ่งถ้าคุณแม่นเรื่องโมเดลรถแล้วพอมาบวกกับเรื่องสีในวันนี้ คุณจะมองเห็นตัวเลขกำไรลอยมาแต่ไกลเลยทีเดียว
วงการนี้ม่ใช่ว่าทุกสีจะแพงเหมือนกันหมด ระดับล่างสุดคือ Standard Colors สีขาว ดำ แดง เหลือง สีพวกนี้คือพื้นฐาน ไม่บวกราคา ไม่เพิ่มมูลค่าตอนขายต่อเท่าไหร่ ขยับขึ้นมาอีกนิดคือ Metallic Colors มีเกล็ดเงินระยิบระยับ สวยขึ้น แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวทำเงิน จนมาถึง Special Colors สีพิเศษในแคตตาล็อกอย่างพวก Crayon หรือ Carmine Red พวกนี้ต้องจ่ายเพิ่มตอนออกรถ
จุดพีคที่สุดมันอยู่ตรงนี้ครับ PTS สีสั่งทำพิเศษที่คุณต้องจ่ายเงินเพิ่มหลักแสนถึงหลักล้าน เพื่อแลกกับสีที่มีจำนวนจำกัดมากๆ หรือสีจากรุ่นบรรพบุรุษ ความพิเศษของมันคือปอร์เช่ไม่ได้เปิดรับทำตลอดเวลา มีช่วงเปิดปิดรับออเดอร์ หรือที่เรียกว่า Window ทำให้ปริมาณรถ PTS ในตลาดมีจำกัดมาก นี่คือเหตุผลที่ทำไมเซียนรถถึงจ้องตะครุบรถพวกนี้กันตาเป็นมัน (25 มีนาคม 2022) [1]
เวลาผมจะเช็คว่าสีไหนหายากจริงหรือแค่ราคาคุย ผมมักจะเข้าไปดูฐานข้อมูลระดับโลกอย่าง Rennbow ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสีของ Porsche Club of America ที่นั่นเขาจัดอันดับความหายากของสีเป็นระดับไหสี หรือ Paint Can ยิ่งมีจำนวนไหสีน้อย แปลว่ายิ่งหายาก ข้อมูลพวกนี้เชื่อถือได้และเป็นมาตรฐานสากลที่คุณเอาไปอ้างอิงเวลาต่อรองราคาได้เลย (30 กันยายน 2025) [2]
ลองมาดูตัวเลขจริงกันบ้างดีกว่าครับ จะได้เห็นภาพชัดๆ ช่วงปี 2018 ถึง 2022 เราเห็นปรากฏการณ์ราคาที่น่าสนใจมาก รถรุ่น 911 GT3 ตัวถัง 991.2 สีมาตรฐานราคาขยับขึ้นตามกลไกตลาดปกติประมาณ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อไหมครับว่ารุ่นเดียวกัน สเปกเดียวกัน แต่เป็นสี PTS อย่าง Voodoo Blue หรือ British Racing Green ราคาพุ่งทยานไปกว่า 30 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ในระยะเวลาเท่ากัน
ยิ่งถ้าเป็นช่วงวิกฤตชิปขาดแคลน รถสีพิเศษพวกนี้แทบจะไม่มีใครยอมปล่อยของออกมาเลย พอมีหลุดออกมาคันหนึ่ง ราคาก็จะถูกประมูลแข่งกันจนทะลุเพดาน นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าสีไม่ใช่แค่รสนิยม แต่มันคือตัวคูณมูลค่าทรัพย์สินชั้นดี

คำถามนี้ผมโดนถามบ่อยมาก ป๋าครับทำไมสีเขียวแก่ๆ หรือสีเหลืองซีดๆ ถึงแพงนัก คำตอบมันอยู่ที่เรื่องราวหรือ Storytelling ครับ คนเล่นรถระดับนี้เขาไม่ได้ซื้อแค่รถ เขาซื้อประวัติศาสตร์ สี Brewster Green ไม่ใช่แค่สีเขียว แต่มันคือสีที่ตระกูล Porsche เลือกใช้เป็นรถส่วนตัว สี Oak Green Metallic ทำให้เรานึกถึงยุค 70s ที่แสนคลาสสิก (18 เมษายน 2022) [3]
การได้ครอบครองสีพวกนี้มันเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนาน และอีกประเด็นคือความโดดเด่น ในงานมิตติ้งที่เต็มไปด้วยรถสปอร์ต สี PTS จะทำหน้าที่แยกคุณออกจากคนทั่วไปทันที มันคือการประกาศสถานะทางสังคมแบบเงียบๆ ที่ทรงพลังที่สุด
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองจินตนาการถึง 911 Turbo S สองคันจอดคู่กัน คันหนึ่งสีขาว White Metallic สวย สะอาด เรียบหรู อีกคันเป็นสี Amethyst Metallic ม่วงเปลือกมังคุด ทั้งสองคันปีเดียวกัน ไมล์เท่ากัน สภาพนางฟ้าเหมือนกัน แต่พอตั้งราคาขาย คันสีม่วงสามารถตั้งราคาได้สูงกว่าคันสีขาวได้ถึง 1 ถึง 2 ล้านบาทสบายๆ แถมคนแห่โทรหาคันสีม่วงก่อนด้วยซ้ำ
นี่ไม่ใช่เรื่องสมมตินะครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในตลาดตอนนี้ โดยเฉพาะในตลาดประมูลต่างประเทศอย่าง Bring a Trailer หรือ Collecting Cars คุณจะเห็นเทรนด์นี้ชัดเจนมาก ซึ่งการจับจังหวะเทรนด์พวกนี้แหละครับ คือหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ผมรวบรวมไว้ใน คู่มือลงทุนรถหรู 2025 เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกจังหวะการทำกำไร
ถ้ามองย้อนกลับไป ช่วงปี 2015 เป็นจุดเริ่มต้นที่กระแส PTS เริ่มกลับมาบูมในยุคโซเชียลมีเดีย เพราะคนอยากโชว์ความไม่เหมือนใคร พอมาถึงช่วงโควิด ปี 2020 ถึง 2022 เงินล้นระบบ คนหันมาสะสมของหายาก ราคา PTS ช่วงนั้นคือจุดพีคที่สุด
และตอนนี้ ปี 2025 เรากำลังเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Quiet Luxury สีโทนฉูดฉาดเริ่มทรงตัว แต่สีโทนคลาสสิก ผู้ดีเก่า อย่างสีเทา Slate Grey หรือสีเขียวโทนลึกๆ กำลังไต่ระดับราคาขึ้นมาอย่างน่ากลัว ใครที่จับทางถูกตั้งแต่ตอนนี้ อีก 2 หรือ 3 ปีข้างหน้า คุณเตรียมรับทรัพย์ได้เลย
เหรียญมีสองด้านเสมอครับ การเล่นรถสีพิเศษก็มีความเสี่ยงที่คุณต้องระวังให้หนัก ข้อแรกเลยคือ ห้ามกลับสีเด็ดขาด รถ Porsche สีเดิมจากโรงงานคือพระเจ้า ต่อให้สีเดิมมันจะดูแปลกแค่ไหน ห้ามพ่นใหม่หรือ Wrap ทับจนสีเสียเด็ดขาด เพราะทันทีที่คุณทำสีใหม่ มูลค่ารถจะหายไปทันที 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นรถเสียของไปเลย
ข้อสองคือ อย่าหลงกระแสจนลืมดูรุ่นรถ สี PTS บนรถรุ่นธรรมดาอย่าง Macan หรือ Cayenne อาจจะไม่ได้บวกราคาแรงเท่ากับอยู่บน 911 หรือ 718 Cayman GT4 ต้องดูบริบทของรถด้วยครับ
จากประสบการณ์ของผม เทรนด์กำลังวิ่งกลับไปหาความ Nostalgia หรือความถวิลหาอดีต สีในกลุ่ม Heritage Design กำลังมาแรงมาก พวกสีที่เคยฮิตในยุค 50s และ 60s อย่างสีแดง Cherry Metallic หรือสีทอง Aurum กำลังเป็นที่ต้องการ
อีกกลุ่มที่น่าจับตามองคือสีตระกูล Chromaflair ที่เปลี่ยนสีได้ตามมุมแสง สีพวกนี้ต้นทุนทำสีแพงระยับระดับซื้อรถ Eco Car ได้อีกคัน มันคือสุดยอดของความแรร์ที่จะเป็นของสะสมระดับ Masterpiece ในอนาคตแน่นอน
ป๋าขอฟันธงตรงนี้เลยว่า การลงทุนในสีรถ Porsche เป็นการอ่านเกมจิตวิทยาตลาด คุณต้องกล้าที่จะแตกต่างในวันที่คนอื่นเพลย์เซฟ และต้องใจเย็นพอที่จะรอให้ตลาดวิ่งตามรสนิยมของคุณทัน ใครที่ถือครองรถสี PTS หรือสีหายากอยู่ตอนนี้ ผมแนะนำให้กอดไว้แน่นๆ ดูแลผิวพรรณให้เนียนกริบ
เลือกรถสีเดิมโรงงานเสมอครับ ต่อให้มีริ้วรอยบ้างก็ยังขัดเคลือบฟื้นฟูได้ หรือเก็บไว้แบบนั้นก็ยังได้ความเป็น Originality ซึ่งมีค่ากว่ารถที่เสียความบริสุทธิ์จากการกลับสีไปแล้วหลายเท่าตัว
เจาะมูลค่าสีพิเศษ Porsche โลกของการลงทุนรถหรูไม่มีที่ว่างสำหรับความลังเลครับ ถ้าคุณเจอรถสเปกสวย สีใช่ ในราคาที่สมเหตุสมผล อย่ามัวแต่ถามคนข้างบ้าน เพราะโอกาสแบบนี้มักมาไวไปไว จำคำป๋าไว้เสมอครับว่า รถที่แพงที่สุด คือรถที่คุณไม่ได้ซื้อในวันที่ราคามันยังจับต้องได้ ขอให้มีความสุขกับการสะสมงานศิลปะที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วครับ

