



เคล็ดลับพัฒนาการ ที่ต้องรู้ สำคัญมากนะ เคยรู้สึกไหมว่ายิ่งเล่นยิ่งท้อ แบบว่าพยายามแทบตาย ตื่นเช้ามาวิ่งเย็นไปยิม กินไก่ปั่นจนจะอ้วก แต่หุ่นดันนิ่งสนิทเหมือนแช่แข็งไว้อย่างนั้นแหละ ถ้าคุณกำลังเป็นแบบนี้ บอกเลยว่าหยุดโทษโชคชะตา หรือ กรรมพันธุ์ได้แล้ว ปัญหามันอยู่ที่คุณนั่นแหละ ที่ไม่ยอมเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ที่มันเป็นของจริง
เอาดีๆ นะ สมัยก่อนเราฝึกกันแบบบ้านามาก จำยุค 90s ได้ไหม ยุคที่สปอร์ตบราสีสะท้อนแสงกำลังฮิต ใครเหงื่อไม่ออกท่วมตัวถือว่าไม่ได้ออกกำลังกาย
เราถูกสอนมาว่า No Pain No Gain เจ็บคือดี ปวดคือใช่ อัดมันเข้าไป วิ่งให้ตาย ยิ่งเหนื่อยยิ่งผอม ซึ่งผลลัพธ์คืออะไร รู้ไหม บาดเจ็บระนาว เข่าพัง หลังเดาะ บางคนเล่นหนักจนกล้ามเนื้อสลาย แทนที่จะได้กล้ามสวยๆ กลับได้ร่างโทรมๆ เหมือนศพเดินได้มาแทน (17 พฤศจิกายน 2023) [1]
มันตลกตรงที่ว่า เราเชื่อกันเป็นตุเป็นตะว่าต้องทำแบบนั้นถึงจะดี ทั้งที่ความจริงแล้ว ร่างกายมันฉลาดกว่านั้นเยอะ มันมีขีดจำกัดในการรับแรงกดดัน ถ้าเราใส่ความเครียดให้มันมากเกินไปโดยไม่ให้เวลาพัก มันก็จะชัตดาวน์ตัวเองทันที นี่แหละคือเหตุผลที่หลายคนเล่นแล้วไม่โต เล่นแล้วตัน เพราะไม่เข้าใจเรื่องสมดุลของการฝึก
คำนี้อาจจะฟังดูหรูหราหมาเห่า แต่ การวางตารางฝึกเป็นช่วงๆ คือหัวใจสำคัญเลยนะ คุณจะเล่นหนัก 100% ทุกวันไม่ได้ ร่างกายไม่ใช่เครื่องจักร มันต้องมีวันหนัก วันเบา วันพัก สลับกันไป เพื่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเองจนแข็งแกร่งกว่าเดิม ถ้าคุณเล่นหนักทุกวัน ร่างกายมันซ่อมไม่ทัน เผลอๆ จะพังกว่าเดิมอีก
เชื่อไหมว่า 80% ของคนที่พัฒนาการหยุดชะงัก ไม่ใช่เพราะฝึกไม่หนัก แต่เพราะกินไม่ถึงและนอนไม่พอ เกลียดจริงๆ พวกที่ชอบอดอาหารแล้วไปโหมออกกำลังกายเนี่ย ตรรกะพังมาก อยากจะจับมาเขย่าตัวแรงๆ แล้วบอกว่า หล่อนจ๊ะ กล้ามเนื้อมันต้องใช้สารอาหารไปสร้างนะ ถ้าหล่อนไม่กิน แล้วจะเอาวัตถุดิบที่ไหนไปสร้างตึก (1 สิงหาคม 2025) [2]
พอกระโดดข้ามมาช่วงปี 2010 ถึง 2015 ยุคนี้เริ่มมี Gadget เข้ามา Fitbit เอย Garmin เอย เริ่มมาแรง ทุกคนก้มหน้าก้มตาดูแต่นาฬิกา วันนี้เดินครบหมื่นก้าวไหม แคลอรี่เบิร์นไปเท่าไหร่ กลายเป็นทาสตัวเลขโดยไม่รู้ตัว เรามัวแต่ไปโฟกัสที่ Output ว่าใช้ออกไปเท่าไหร่ แต่ลืมดูคุณภาพของการเคลื่อนไหว ลืมดูว่ากล้ามเนื้อมันโดนจุดจริงๆ หรือเปล่า นี่แหละคือหลุมพรางที่น่ากลัวที่สุด
และถ้าคุณอยากจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์นี้ คุณต้องเข้าใจลึกซึ้งถึง วิทยาศาสตร์ แห่งการฝึกกีฬา ที่จะอธิบายกลไกทุกอย่างในร่างกายคุณ ไม่ใช่แค่ทำตามๆ กันมาแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่ต้องรู้ว่าทำไปทำไม เพื่ออะไร แล้วผลลัพธ์ที่ได้มันคุ้มค่าไหม ลองไปหาอ่านงานวิจัยจาก PubMed หรือบทความของ NSCA ดูสิ ข้อมูลเพียบ

บอกตรงๆ นะ การจะพัฒนาได้ มันต้องกล้าที่จะเปลี่ยน ถ้ามัวแต่ยึดติดกับท่าเดิมๆ น้ำหนักเดิมๆ เพราะกลัวเจ็บ หรือกลัวหน้าไม่สวยตอนยก ก็จบเห่ เคล็ดลับข้อแรกเลยคือ คุณต้องออกจาก Comfort Zone เดี๋ยวนี้ ความสบายคือศัตรูตัวฉกาจของการพัฒนา (12 พฤษภาคม 2024) [3]
มาถึงช่วงปี 2018 ถึง 2020 ช่วงที่โควิดทำพิษ ยิมปิดทั่วโลก ช่วงนี้แหละที่วัดกึ๋นของจริง ใครที่เป็นของปลอมก็เลิกเล่นไป ส่วนใครที่เป็นของจริงก็ดิ้นรนหาทางออกกำลังกายที่บ้าน ขวดน้ำ ถังแก๊ส ยางยืด เอามาใช้หมด มันสอนให้เรารู้ว่า อุปกรณ์ไม่ใช่ข้ออ้าง ใจต่างหากที่สำคัญที่สุด
และที่สำคัญ ช่วงเวลานี้ทำให้เราตระหนักได้ว่า การมีวินัยมันสำคัญกว่าแรงบันดาลใจ เพราะแรงบันดาลใจมันมาๆ หายๆ แต่วินัยคือสิ่งที่ทำให้เราทำต่อเนื่อง และวินัยนี้แหละคือส่วนหนึ่งของ ระบบกีฬา สู่ความเป็นเลิศ ที่จะพาคุณไปถึงเป้าหมายได้ ไม่ว่าโลกจะถล่มทลายแค่ไหนก็ตาม CNN Health เคยลงบทความเรื่อง Home Workout Revolution ช่วงนั้น ลองไปหาอ่านดูได้
รู้ไหมว่าการฝึกแบบโซน 2 (Zone 2 Training) กำลังมาแรงมากในช่วงปี 2022 ถึง 2024 จากการสำรวจนักกีฬาระดับโลก พบว่าพวกเขาทุ่มเวลาถึง 80% ในการฝึกความเข้มข้นต่ำ และใช้เวลาแค่ 20% ในการอัดหนักๆ เพื่อสร้างฐานแอโรบิกที่แข็งแกร่ง ผิดกับมือสมัครเล่นอย่างเราๆ ที่ชอบอัดหนักตลอดเวลาจนกรอบเป็นข้าวเกรียบ ผลคือพัฒนาการหยุดชะงัก แถมเสี่ยงบาดเจ็บอีกต่างหาก
เอาดีๆ นะ สิ่งที่ฉันชอบที่สุดคือความรู้สึกตอนที่ทำได้มากกว่าเมื่อวาน มันไม่ใช่แค่เรื่องหุ่น แต่มันคือชัยชนะเล็กๆ ในแต่ละวัน การใช้หลักการ เพิ่มความยากทีละนิด มันคือยาวิเศษจริงๆ วันนี้ยกได้ 10 โล เดือนหน้ายกได้ 12 โล นี่แหละคือพัฒนาการที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ส่องกระจกแล้วมโนเอาเอง
แต่อย่าเพิ่งดีใจไป มีสิ่งหนึ่งที่ฉันเกลียดมาก คือพวกที่ชอบ Cheat หรือโกงท่าทางเพื่อจะยกให้หนักขึ้น เหวี่ยงตัวบ้าง แอ่นหลังบ้าง หยุดเถอะ ขอร้อง นอกจากจะไม่ได้กล้ามแล้ว ยังจะได้ตั๋วฟรีไปหาหมอกระดูกด้วย เล่นให้โดน เล่นให้จี๊ด ดีกว่าเล่นโชว์สาวแล้วหลังหักนะ
สรุปเลยนะ การพัฒนาที่ยั่งยืนมันต้องมาจากการผสมผสานระหว่างความรู้ที่ถูกต้องกับวินัยที่สม่ำเสมอ อย่าหวังพึ่งทางลัด หรือสูตรโกง มันไม่มีจริงหรอก มีแต่หยาดเหงื่อและความอดทนเท่านั้นที่จะพาคุณไปถึงจุดหมาย
จะยอมเป็นแค่คนดูที่คอยอิจฉาหุ่นคนอื่น หรือจะเป็นคนที่ถูกคนอื่นมองด้วยความชื่นชม? คำตอบมันอยู่ที่การกระทำของคุณในวันนี้ วินาทีนี้ เลิกหาข้ออ้างว่าไม่มีเวลา เหนื่อย งานยุ่ง บลาๆๆ ฟังดูน่ารำคาญ คนที่เขาทำสำเร็จเขาก็มี 24 ชั่วโมงเท่าคุณนั่นแหละ ต่างกันที่เขาเลือกที่จะทำ ส่วนคุณเลือกที่จะบ่น
วางโทรศัพท์ลง แล้วไปวิดพื้นสัก 20 ที สควอทสัก 50 ที ทำให้เลือดมันสูบฉีด ให้รู้ว่าเรายังมีชีวิตอยู่ อย่าปล่อยให้ตัวเองเฉาตายไปวันๆ จงเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเอง พัฒนาขึ้นทุกวัน แล้วสักวันคุณจะขอบคุณตัวเองที่ไม่ล้มเลิกไปซะก่อน สู้เว้ย

