อาณาจักรงู ในตำนาน เรื่องเล่า ความเชื่อ อสรพิษร้าย

อาณาจักรงู ในตำนาน

อาณาจักรงู ในตำนาน มีเรื่องราวต่างๆ และมีความเชื่อ เกี่ยวกับงู อสรพิษร้าย พิษของงูสามารถฆ่าคนได้ และงู ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ สำคัญต่อระบบนิเวศ และเชื่อเรื่องเทพเจ้า วัฒนธรรม ศาสนา ความชั่วร้าย โชคลาภ และอื่นๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต ของคนในแต่ละพื้นที่

  • งูมีส่วนสำคัญกับระบบนิเวศ
  • งูและงูมีพิษบนโลกของเรา
  • ความเชื่อเกี่ยวกับงูของในแต่ละพื้นที่
  • ปฏิบัติตัวยังไง หากว่าโดนงูกัด

บนโลกนี้ งู มีทั้งหมดกี่ชนิด?

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่างู มีความสำคัญในระบบนิเวศ ซึ่งเป็นสัตว์ที่ควบคุมประชากรหนู และสัตว์ฟันแท้ทั้งหมด และช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อสู่มนุษย์ ถึงแม้ว่างูจะมีพิษร้ายแรง แต่ก็มีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ของประชากรงูทั้งหมด และพิษงูก็สามารถนำไปสกัดทำยาได้ ชนิดของงูในโลกใบนี้ มีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก ซึ่งงูไม่ใช่สัตว์อันตรายอย่างเดียว แต่เป็นสัตว์ที่ควบคุมสมดุลธรรมชาติ และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ

งูที่มีพิษร้ายแรงที่สุด มีอะไรบ้าง?

สำหรับงูพิษ หรืองูที่ใช้เขี้ยวเจาะลงไป เพื่อฉีดสารพิษเข้าสู่เหยื่อ มีประมาณ 10% เท่านั้น สำหรับจำนวนงูทั้งหมด และจำนวนงูพิษทั้งหมด มีจำนวนครึ่งเดียวเท่านั้น ที่มีพิษร้ายแรงพอจะพรากชีวิตมนุษย์ไปได้ เรามาดูกันว่า งูสายพันธุ์อันตรายที่สุด 7 สายพันธุ์ มีอะไรบ้าง

  • งูไทปันในประเทศ (Inland Taipan): เป็นงูที่ขึ้นชื่อว่า พิษร้ายแรงที่สุดในโลก การกัดเพียงครั้งเดียว มีพิษมากพอที่จะฆ่าคนได้ถึง 100 คน พิษทำลายทั้งระบบประสาท กล้ามเนื้อ และการแข็งตัวของเลือด
  • งูพิษเกล็ดเลื่อย (Saw-Scaled Viper): มีลักษณะตัวเล็ก แต่มีความก้าวร้าวมากๆ เป็นสาเหตุการตายของมนุษย์ เรามากกว่างูชนิดอื่นรวมกัน และพิษของงูเกล็ดเลื่อย ยังถูกนำไปสกัดเป็นยาช่วยชีวิตมนุษย์ได้ด้วย
  • งูจงอาง (King Cobra): งูพิษที่มีขนาดยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 18 ฟุต ตัวมักจะมีสีเขียว สีเหลือง หรือสีดำ มีปริมาณพิษมหาศาล สามารถล้มช้างทั้งเชือกได้ภายใน 3 ชั่วโมง ปัจจุบัน IUCN งูชนิดนี้ถูกคุกคาม อยู่ในสถานะสัตว์ใกล้สูญพันธุ์
  • งูสามเหลี่ยม (Banded Krait): สำหรับงูสามเหลี่ยม หรือแถบสามเหลี่ยม พบได้บ่อยในไทย และเอเชีย มีลายสีเหลือง-ดำ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อยู่ในวงศ์เดียวกับงูเห่า พิษทำลายระบบประสาทอย่างรุนแรง ทำให้เหยื่อเป็นอัมพาต
  • งูเสือ (Tiger Snake): สำหรับงูเสือ มีความยาวประมาณ 3 ฟุต พบมากในออสเตรเลีย มักอาศัยใกล้แหล่งน้ำ และตามแนวชายฝั่ง มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ มีบทบาทสำคัญในการคุมประชากรหนู แต่มีพิษร้ายแรง และเขี้ยวที่ยาวคม
  • งูบูมสแลง (Boomslang): เป็นงูที่สามารถพรางตัวได้อย่างยอดเยี่ยม หรือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพรางตัวบนต้นไม้ สำหรับพิษเพียงปริมาณเล็กน้อย ก็ทำให้เกิดอาการตกเลือดภายใน และเสียชีวิตได้
  • งูแมมบาดำ (Black Mamba): งูแมมบาดำ หรือ งูจงอางดำ เป็นงูที่มีความรวดเร็ว และปราดเปรียว และอันตรายที่สุดในแอฟริกา เคลื่อนที่ได้เร็วกว่า 12 ไมล์ต่อชั่วโมง หากมนุษย์เราถูกกัดแล้ว ไม่ได้รับการรักษาจะมีอัตราการเสียชีวิต 100%

ที่มา: World Snake Day: The Seven Deadliest Snakes (16 กรกฎาคม 2024) [1]

งูและงูมีพิษ ในประเทศไทย

ในประเทศไทยเรา อยู่ในเขตร้อนชื้น เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษอย่างชุกชุม โดยประเทศไทย มีงูมากกว่า 180 ชนิด ทั้งมีพิษรุนแรง มีพิษอ่อน และงูไม่มีพิษ วิธีสังเกตงูมีพิษ และงูไม่มีพิษ สามารถสังเกตจาก งูไม่มีพิษ รอยเขี้ยวบนผิวหนังจะเรียงเป็นแถว ส่วนงูมีพิษ รอยเขี้ยว 2 จุดชัดเจน และอาจจะมีเลือดซึม ผิวหนังรอบแผลมีสีคล้ำ หรือพองเป็นถุงน้ำ ซึ่งจะเป็นวิธีสังเกต จากรอยกัดของงูนั่นเอง

สำหรับงูพิษในประเทศไทย ประเภทของพิษงู จะถูกแบ่งตามระบบร่างกาย

  • มีพิษต่อระบบประสาท: ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขาอ่อนแรง พูดจาอ้อแอ้ไม่ชัด น้ำลายฟูมปาก และหยุดหายใจ ชนิดของงู คือ งูเห่า, งูจงอาง, งูสามเหลี่ยม และ งูทับสมิงคลา นั่นเอง
  • มีพิษต่อระบบเลือด: ทำให้มีอาการปวดแผลรุนแรง รู้สึกปวดแผลมาก เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ปัสสาวะเป็นเลือด ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว ชนิดของงู คือ งูเขียวหางไหม้, งูแมวเซา และงูกะปะ
  • มีพิษต่อระบบกล้ามเนื้อ: มักเป็น งูทะเล ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อ ทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ จะพบได้น้อย มักจะพบในเขตน้ำท่วม หรือบนบกทั่วไป หรือการประมงในทะเล

ที่มา: สัตว์มีพิษ ที่เรียกว่างู (16 กรกฎาคม 2024) [2]

อาณาจักรงู ในตำนาน เรื่องเล่า จากทั่วโลก

อาณาจักรงู ในตำนาน

เรื่องราวตำนาน และความเชื่อของแต่ละพื้นที่ อาณาจักรงู ในตำนาน งูเป็นสัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่ ความอุดมสมบูรณ์ การปกป้องรักษา ความชั่วร้าย ขึ้นอยู่กับในแต่ละวัฒนธรรม ซึ่งจะสะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของคนในแต่ละพื้นที่ และความเชื่อที่ถูกสืบต่อกันมา

ความเชื่อ เกี่ยวกับตำนานงู ในพื้นที่ต่างๆ

สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับ อาณาจักรงู ในตำนาน ในวัฒนธรรมต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก มีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างเช่น

  • อียิปต์โบราณ: งูหมายถึงสัญลักษณ์ของความมืด สัญลักษณ์แห่งความโกลาหล เช่น อสรพิษอาเปป งูคือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ เช่น เทพีงูเห่า วาดเจต และสัญลักษณ์แห่งการรักษา งูบนไม้เท้า ที่เป็นสัญลักษณ์ทางการแพทย์ในปัจจุบัน
  • อินเดีย และไทย: มีความเชื่อเกี่ยวกับงูเจ้าที่ ความเป็นสิริมงคล และพุทธศาสนา มีความเชื่อเรื่อง พญานาค ตำนานงูใหญ่
  • ญี่ปุ่น: สำหรับตำนานญี่ปุ่น งูเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ เช่น เทพีงู เบ็นไซเต็น และงูเป็นตัวแทนของสิ่งชั่วร้าย เช่น ยามาตะ โนะ โอโรจิ
  • แอฟริกา: งูเป็นสัญลักษณ์ของวิญญาณบรรพบุรุษ เป็นสัญลักษณ์ของนักบุญ และการเกิดใหม่
  • จีน: ความเชื่อเกี่ยวกับงู ตั้งแต่ให้ผู้สร้างโลก ฟูซี หนี่วา และ ผานกู่ โดยมีร่างกายเป็นงู ความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์ ในการปกป้อง และ ตำนานนางพญางูขาว ตำนานความรักคนกับงู
  • กรีก หรือ โรมัน: มีความเชื่อเกี่ยวกับงู เชื่อมโยงกับเทพเจ้า แอสคลีเพียส เทพเจ้าแห่งการแพทย์ และการค้า เทพเจ้าเมอร์คิวรี หมายถึงปัญญา และการรักษา และตำนาน เมดูซ่า

ที่มา: งู และความหมายในโลกศิลปะ ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องความโชคดีและความลวงหลอก (29 มกราคม 2025) [3]

วิธีปฏิบัติตัว เมื่อถูกงูกัด ต้องทำอย่างไร?

หากว่าต้องเจอสถานการณ์ฉุกเฉิน เจองูกัด ไม่ทราบว่าเป็นงูมีพิษ หรือว่างูไม่มีพิษ สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องตั้งสติ อย่าตื่นตระหนกจนเกินไป และปฐมพยาบาลเบื้องต้น จัดท่านั่งให้แผลอยู่ต่ำหรืออยู่ระดับเดียวกับหัวใจ เรามาดูวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และสิ่งที่ไม่ควรทำ เมื่อเจองูกัด ต้องปฏิบัติตัวยังไงกันเลย

สิ่งที่ควรทำ ขั้นตอนการปฐมพยาบาล

  1. ตั้งสติ: อันดับแรก ต้องตั้งสติให้ดี อย่าให้สติเตลิด เคลื่อนไหวร่างกายให้น้อยที่สุด เพื่อชะลอการไหลเวียนเลือด และสูบฉีดพิษ
  2. ทำความสะอาด: ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด และสบู่ บีบเลือดออกเท่าที่จะทำได้ แต่ห้ามใช้ปากดูดพิษเหมือนละคร หรือห้ามกรีดปากแผล
  3. รัดและดามไว้: รัดเหนือแผล และรัดใต้แผล ประมาณ 3 นิ้วมือ ให้หลวมพอสอดนิ้วได้ 1 นิ้ว เพื่อให้อวัยวะอยู่นิ่ง ไม่ใช่เพื่อห้ามเลือด ทำการดามด้วยกิ่งไม้ หรือผ้าพันแผล
  4. จัดท่าทาง: จัดท่านั่งส่วนที่ถูกงูกัดให้ต่ำกว่า หรือระดับเดียวกับหัวใจ
  5. ส่งโรงพยาบาล: เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้ว รีบนำส่งสถานพยาบาลทันที

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อถูกงูกัด

  1. ห้ามรัดบาดแผลจนแน่นตึง: หากว่ารัดบาดแผลแน่นตึงจนเกินไป อาจจะทำให้อวัยวะขาดเลือด จนเกิดการเน่าตายได้
  2. ห้ามกรีดเปิดปากแผล: เพราะงูกัดมีผลต่อระบบเลือดและเนื้อเยื่อ เสี่ยงต่อการติดเชื้อรุนแรง และเป็นอันตรายต่อพิษที่มีผลต่อระบบเลือด
  3. ห้ามใช้สิ่งแปลกปลอม: ไม่ควรใช้สิ่งต่างๆ ป้ายลงไปบนแผล ควรล้างแผลให้สะอาด ไม่ใช้ยาสีฟัน ไม่ใช้ขี้เถ้า หรือเหล้าขาว ราดลงไปบนแผลงูกัด
  4. ห้ามกินยาเองโดยพลการ: ห้ามกินยาระงับประสาท ห้ามกินยานอนหลับ หรือห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้อาการทุเลาลง
  5. ไม่ต้องพกซากงูไปโรงพยาบาล: การวินิจฉัยโรคในปัจจุบัน สามารถวินิจฉัยจากอาการ วินิจฉัยจากลักษณะแผล เพื่อเลือกเซรุ่มได้เลย

เรื่องราวเกี่ยวกับงู ทั่วทุกมุมโลก

เรื่องราวความรู้ อาณาจักรงู ในตำนาน และงูบนโลกใบนี้ ชนิดของงู มีมากกว่า 3,000 สายพันธุ์ และมีเพียงงูแค่ 10% เท่านั้น ที่เป็นงูมีพิษ นอกเหนือจากนั้น งูยังมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศ ช่วยควบคุมประชากรสัตว์ฟันแท้ และป้องกันไม่ให้โรคต่างๆ มาสู่คน

ชนิดของงู ในประเทศไทยมีกี่สายพันธุ์?

ประเทศไทยมีงูมากถึง 180 สายพันธุ์ เพราะบ้านเราเป็นเขตร้อนชื้น แต่งูที่มีพิษร้ายแรง สามารถทำร้ายมนุษย์ถึงชีวิตได้ มีเพียง 7 สายพันธุ์ ได้แก่ งูเห่าไทย, งูจงอาง, งูสามเหลี่ยม, งูทับสมิงคลา, งูแมวเซา, งูกะปะ และ งูทะเล โดยมีพิษต่อ ระบบประสาท ระบบหัวใจ และระบบกล้ามเนื้อ

ทำอย่างไร? เมื่อถูกงูกัด

เบื้องต้น หากว่าถูกงูกัด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นงูพิษ และตั้งสติให้ดี ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเปล่าและน้ำสบู่ รัดและดามบาดแผลเอาไว้ ไม่ควรกรีดเปิดปากแผล ห้ามใช้สิ่งแปลกปลอม หรือเหล้าขาวราดแผล และห้ามกินยาเองโดยพลการ เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นเสร็จ ให้ส่งโรงพยาบาลทันที

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง