



อาคิตะอินุ ซื่อสัตย์ภักดี สุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่น อาคิตะ (Akita inu) เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ ขนหนา มีความเท่ มีความสง่างาม มีความซื่อสัตย์สูง ภักดีต่อเจ้าของ เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่มีตั้งแต่โบราณ เป็นสุนัขล่าสัตว์ เป็นสุนัขที่ใช้เฝ้าบ้านได้ เป็นสุนัขที่มีโลกส่วนตัวสูง มีนิสัยส่วนตัว ฉลาด กล้าหาญ รักสันโดษ และจะมีนิสัยอ่อนโยนต่อเจ้าของ
อาคิตะ อินุ (Akita inu) เพื่อนรักหน้ายิ้ม หมาพันธุ์ยักษ์ใหญ่ใจดี สายพันธุ์ญี่ปุ่น มีความซื่อสัตย์ที่สุด สุนัข ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์ และรักเจ้าของมากๆ มีความขี้อ้อน มีความน่ารัก โลกทั้งใบของสุนัข คือเจ้าของ นอกจากนี้ ข้อดีของการ เลี้ยงสัตว์ บำบัดจิต ช่วยให้คนคลายเครียด และอ่อนโยนขึ้น พร้อมกับได้ เพื่อนซี้ผู้ซื่อสัตย์ ที่ไม่มีวันทรยศหักหลัง
ต้นกำเนิดของ อาคิตะ อินุ หรือ เรียกสั้นๆว่า อาคิตะ เป็นสุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่น มีถิ่นกำเนิดในเมือง อาคิตะ ภูมิภาค โทโฮคุ ประเทศ ญี่ปุ่น โดยเป็นการตั้งชื่อจาก ‘อาคิตะ’ ที่เป็นชื่อของเมือง และ ‘อินุ’ ที่แปลว่า สุนัข จึงเป็นหมาประจำจังหวัดอาคิตะ เป็นสุนัขที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ตั้งแต่สมัย ยุคเอโดะ ประมาณ ปี ค.ศ. 1630
สายพันธุ์นี้ มีช่วงวิกฤต ที่ถูกบังคับใช้แรงงานช่วงสงคราม และมีเหตุการณ์กวาดล้างสายพันธุ์ ในปี ค.ศ. 1931 อาคิตะอินุ เคยผ่านเหตุการณ์ ‘เกือบสูญพันธุ์’ แต่ก็สามารถรอดพ้นมาได้ มีการจดทะเบียนสายพันธุ์ อย่างเป็นทางการ ในปี ค.ศ. 1934 และมีการตั้งสัญลักษณ์ของสายพันธุ์ โดยการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ประจำสายพันธุ์ ในปี ค.ศ. 1967 ณ เมือง อาคิตะ เพื่อการเชิดชู การอนุรักษ์สายพันธุ์นี้ไว้ (29 มีนาคม 2022) [1]
สุนัขพันธุ์อาคิตะ ลักษณะสายพันธุ์ และสิ่งที่คุณควรรู้ เกี่ยวกับอาคิตะอินุ มีดังนี้
ที่มา: ข้อมูลและลักษณะนิสัยสุนัขสายพันธุ์อะคิตะ (22 มกราคม 2024) [2]

จิตวิญญาณแห่งความภักดี เปิดตำนาน ฮาจิโกะ สุนัขสายพันธุ์ อาคิตะอินุ ซื่อสัตย์ภักดี รักเจ้าของ สุนัขยอดกตัญญู โดยเป็นเรื่องเล่าขานที่ดังระดับโลก จากสุนัขที่รอคอยเจ้าของ ที่สถานีรถไฟ ตลอดระยะเวลา 10 ปี จนหมดสิ้นอายุขัย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ ความภักดี
ฮาจิโกะ เป็นสุนัขสายพันธุ์ อาคิตะ โดยเกิดในปี ค.ศ. 1923 ที่จังหวัดอาคิตะ เป็นสุนัขของ ศาสตราจารย์ ฮิเดซาบุโระ อูเอโนะ อาจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียว ในทุกๆวัน ฮาจิโกะ จะเดินไปส่ง และรอรับ เจ้านายที่ สถานีรถไฟชิบูย่า หลังเลิกงาน เป็นกิจวัตรของฮาจิโกะ
และในปี ค.ศ. 1925 ศาสตราจารย์อุเอโนะ เสียชีวิตกะทันหัน ในขณะที่ทำงานอยู่ ทำให้ไม่ได้กลับมาที่สถานี และสุนัขฮาจิโกะ ก็ไปนั่งรอที่สถานีชิบูย่าทุกวัน ไม่ว่าสภาพอากาศที่เป็นแบบไหน ก็เฝ้าคอยอยู่อย่างนั้น เป็นเวลา 10 ปี จนสิ้นอายุขัยในปี 1935
หลังจากนั้น สุนัขสายพันธุ์ อาคิตะ อินุ จึงได้เป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ สร้างความประทับใจให้ชาวญี่ปุ่น มีการสร้างรูปปั้นฮาจิโกะ ไว้ที่หน้าสถานีชิบูย่า กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และจุดนัดพบในปัจจุบัน
และในปีค.ศ. 2015 เป็นวันครบรอบการจากไป 80 ปี ทางมหาวิทยาลัยโตเกียว ได้สร้างรูปปั้นใหม่ เป็นรูปฮาจิโกะกระโดดดีใจ ที่ได้พบศาสตราจารย์อุเอโนะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ทั้งคู่ได้พบกันแล้ว ในโลกหลั่งความตาย ซึ่งเป็นการสื่อความหมายทางด้านบวก
ที่มา: 8 มีนาคม รำลึกถึง “ฮาจิโกะ” สุนัขกตัญญูแห่งชิบูย่า (8 มีนาคม 2025) [3]
จากตำนาน ฮาจิโกะ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ สุนัขสายพันธุ์ อาคิตะอินุ จนมีชื่อเสียงทางด้านความซื่อสัตย์ภักดี ดังไปทั่วโลก จนนำไปสร้างภาพยนตร์ และทำให้สายพันธุ์ อาคิตะ กลายเป็นสัญลักษณ์ แห่งความภักดี ความกตัญญู และสุนัขสายพันธุ์นี้ ยังมีส่วนช่วย ในการพัฒนาท้องถิ่น ในหลายๆด้าน ได้แก่
ที่มา: ความซื่อสัตย์และความอบอุ่นใกล้กับประเทศทางตอนเหนือ : เยี่ยมชมถิ่นกำเนิดของสุนัขอาคิตะ (2020) [4]
สุนัขพันธุ์ใหญ่ สายพันธุ์ญี่ปุ่น อาคิตะอินุ ซื่อสัตย์ภักดี สุนัขยอดกตัญญู มีต้นกำเนิด ตั้งแต่ทศวรรษที่ 16 สมัยยุคเอโดะ เป็นสุนัขยักษ์ใหญ่ใจดี มีความอ่อนโยนต่อเจ้าของ มีนิสัยส่วนตัวรักสันโดษ ในอดีตเป็นสุนัขล่าสัตว์ เป็นสุนัขสายพันธุ์ที่หน้าตาเหมือนหมี ลำตัวมีกล้ามเนื้อ ขนหน้านุ่มฟู ขึ้นชื่อเรื่องกตัญญูรู้คุณ และภักดีต่อเจ้าของ
สุนัขอาคิตะอินุ เป็นสุนัขที่ใช้ชื่อเมือง มาเป็นชื่อตั้ง เป็นสายพันธุ์ที่พบ สมัยยุคเอโดะ ประมาณปี 1930 และได้จดสายพันธุ์ในปี 1934 มีพิพิธภัณฑ์ประจำสายพันธุ์ ปี 1967 เป็นสุนัขที่สร้างตำนานที่โด่งดัง ให้กับประเทศญี่ปุ่น ฮาจิโกะ สุนัขที่ภักดี รอคอยเจ้าของที่สถานีรถไฟ เป็นเวลา 10 ปี ถึงแม้เจ้าของจะตายจากไปแล้ว
จากตำนาน ฮาจิโกะ สุนัขสายพันธุ์อาคิตะ เป็นสุนัขสายพันธุ์ญี่ปุ่นโบราณ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์ ฮาจิโกะ สร้างตำนานที่โด่งดัง รอคอยเจ้าของที่สถานีรถไฟชิบูย่า เป็นเวลา 10 ปี แม้เจ้าของจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม เป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจ ทำให้สุนัขสายพันธุ์ อาคิตะ คือ ‘Soft Power’ ที่สำคัญของจังหวัดอาคิตะ เป็นทูตวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้กับท้องถิ่น

