อนาคตราคา Gucci ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

อนาคตราคา Gucci

อนาคตราคา Gucci เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันไฟแลบในวงการนักลงทุนลักซ์ชัวรี่ครับ เพราะตอนนี้แบรนด์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญที่สุดในรอบทศวรรษ บริษัทแม่เขาวางหมากมาดีมากเพื่อดึงราคากระเป๋าให้สูงขึ้นไปเทียบชั้นกับแบรนด์รุ่นพี่อย่าง Chanel เดี๋ยวป๋าจะกางแผนธุรกิจให้ดูว่า ทำไมการซื้อ Gucci วันนี้ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต

  • Kering กำลังจะพา Gucci ไปทางไหน
  • เจาะลึกกลยุทธ์ของแบรนด์
  • อนาคตรุ่นไหนจะรุ่ง รุ่นไหนจะล่วง

Kering กำลังจะพา Gucci ไปทางไหน

ถ้าจะทำนายอนาคต เราต้องดูอดีตและปัจจุบันประกอบกันครับ ย้อนกลับช่วงปี 2015 ถึง 2022 ยุคของ Alessandro Michele แบรนด์เติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยดีไซน์ที่ตะโกนก้องโลก แต่พอกระแสเริ่มแผ่ว บริษัทแม่ Kering ก็ตัดสินใจเปลี่ยนแม่ทัพใหม่เป็น Sabato De Sarno ในปี 2023 เพื่อดึงแบรนด์กลับสู่ความงามที่ไร้กาลเวลา

กลยุทธ์นี้สำคัญมากต่อนักลงทุนครับ เพราะมันแปลว่าแบรนด์กำลังพยายาม “ล้างภาพ” สินค้าแฟชั่นฉาบฉวย ให้กลายเป็นสินทรัพย์ที่เก็บรักษาได้นานขึ้น เหมือนที่ Hermes ทำสำเร็จมาแล้ว มันส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ของวินเทจรุ่นเก่า” ที่เป็น Iconic จะยิ่งทวีมูลค่า เพราะของใหม่แพงจนจับไม่ลง

ปรากฏการณ์ “Ancora Effect” จะส่งผลอย่างไร

การมาถึงของคอลเลกชัน “Gucci Ancora” ภายใต้การนำของ Sabato De Sarno นั้น ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเสื้อผ้าบนรันเวย์ แต่มันคือการประกาศสงครามราคาครั้งใหม่ครับ แบรนด์กำลังพยายามผลักดันตัวเองให้หลุดพ้นจากภาพลักษณ์ “Entry Luxury” ไปสู่ “High-End Luxury” อย่างเต็มตัว สิ่งที่ตามมาคือการปรับขึ้นราคาหน้าช็อปอย่างต่อเนื่องและรุนแรง

ผลกระทบทางตรงต่อตลาดมือสองคือ “ราคาพื้นฐาน” จะขยับสูงขึ้นตามไปด้วยครับ ลองนึกภาพตามป๋านะครับ เมื่อก่อนคนอาจจะซื้อ Marmont ใบเล็กในราคา 3-4 หมื่นบาท แต่ตอนนี้ราคาหน้าช็อปพุ่งไปไกลมาก ทำให้คนที่อยากได้แต่ไม่อยากจ่ายราคาเต็ม หันมามองหามือสองสภาพดีแทน (22 พฤษภาคม 2025) [1]

เมื่อ Demand ในตลาดมือสองเพิ่มขึ้น แต่ Supply ของสภาพดีมีจำกัด ราคามันก็ต้องดีดตัวขึ้นเป็นธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นเก่าๆ ที่ดีไซน์มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากยุค Michele ที่เลิกผลิตไปแล้ว จะกลายเป็น “Future Vintage” ที่นักสะสมเริ่มทยอยเก็บเข้าพอร์ต เพราะหาไม่ได้แล้วในไลน์การผลิตปัจจุบัน

เจาะลึกกลยุทธ์ของแบรนด์

อีกหนึ่งปัจจัยที่เลดี้ต้องรู้คือกลยุทธ์ที่เรียกว่า “การยกระดับแบรนด์” ครับ ทางแบรนด์กำลังพยายามลดการพึ่งพาสินค้ากลุ่ม สินค้าชิ้นเล็กราคาถูก เช่น รองเท้าแตะยาง หรือกระเป๋าคาดเอวผ้าใบ แล้วหันไปโฟกัสที่สินค้ากลุ่มเครื่องหนังชั้นสูง และกระเป๋ารุ่น Iconic อย่าง Jackie และ Bamboo มากขึ้น (22 กันยายน 2023) [2]

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะการลดสัดส่วนสินค้าเกรดล่าง จะช่วยลบภาพจำว่าเป็นแบรนด์โหลๆ ออกไป และทำให้ภาพรวมของแบรนด์ดูแพงขึ้น คล้ายๆ กับที่ Chanel ทำสำเร็จมาแล้วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น ใครที่มีรุ่นคลาสสิกหนังดีๆ เก็บไว้ ป๋าบอกเลยว่า “กอดไว้ให้แน่น” อย่าเพิ่งรีบขายหมู เพราะกราฟราคากำลังตั้งลำเป็นขาขึ้นในระยะยาวครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูลทิศทางธุรกิจระดับโลก

ถ้าอยากอ่านเกมให้ขาดเหมือนป๋า ต้องไปดูที่รายงานประจำปีของ Kering Group มันคือ “ลายแทงขุมทรัพย์” ที่บอกเราล่วงหน้าว่าแบรนด์กำลังจะทุ่มเงินไปกับอะไร การเข้าไปอ่านข้อมูลตรงนี้จะทำให้เรารู้ทันทีว่า รุ่นไหนกำลังจะถูกดันให้เป็น Hero Product และรุ่นไหนกำลังจะถูกเททิ้ง ซึ่งช่วยให้เราวางแผนการซื้อขายใน Gucci ลงทุนฉบับสมบูรณ์ ได้อย่างแม่นยำราวจับวาง (19 พฤศจิกายน 2025) [3]

สถิติราคาที่สะท้อนความจริง

ลองดูตัวเลขจริงกันบ้างครับ ในช่วงปี 2019 ถึง 2023 ราคาขายปลีกเฉลี่ยของกระเป๋า Gucci รุ่นยอดนิยมอย่าง Dionysus และ Marmont ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 35-40% ซึ่งถือเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ

และสิ่งที่น่าสนใจคือ ราคา Resale ของรุ่นวินเทจอย่าง Jackie 1961 ก็ปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกันเกือบ 25% ในช่วงเวลาเดียวกัน นี่คือหลักฐานว่า กลยุทธ์การขึ้นราคาของมือหนึ่ง สามารถดึงราคามือสองให้ขึ้นตามได้อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่แค่เรื่องมโนครับ

อนาคตรุ่นไหนจะรุ่ง รุ่นไหนจะล่วง

อนาคตราคา Gucci

ในโลกการลงทุน ผู้ชนะคือผู้ที่เลือกม้าถูกตัวครับ ไม่ใช่กระเป๋า Gucci ทุกใบจะมีอนาคตสดใสเหมือนกันหมด เราต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง “สินทรัพย์” กับ “ขยะราคาแพง” ป๋าจะฟันธงให้เห็นภาพชัดๆ ว่า กลุ่มไหนคือดาวรุ่งที่ต้องรีบเก็บ และกลุ่มไหนคือดาวร่วงที่ต้องระวัง

ยิ่งเก่ายิ่งเก๋า ราคาไม่มีวันตาย

กลุ่มที่อนาคตสดใสที่สุดและป๋าเชียร์สุดใจขาดดิ้น คือกลุ่ม “Gucci Icons” ครับ ได้แก่ Jackie 1961, Bamboo 1947 และ Horsebit 1955 ข้อแรก แบรนด์แม่ Kering ประกาศชัดเจนว่าจะทุ่มงบการตลาดมหาศาลเพื่อโปรโมตรุ่นเหล่านี้ให้เป็นตำนานเทียบเท่า Birkin หรือ Kelly ข้อสอง ดีไซน์ของรุ่นเหล่านี้ผ่านการพิสูจน์มาแล้วกว่าครึ่งศตวรรษว่าไม่ตกยุค

และข้อสาม ซึ่งสำคัญที่สุดคือ ช่องว่างราคาครับ ยิ่งราคาของใหม่ในช็อปแพงขึ้นเท่าไหร่ คนจะยิ่งโหยหาของวินเทจรุ่นเดิมที่มีสตอรี่และราคาจับต้องได้มากขึ้น ช่องว่างราคานี้แหละคือพื้นที่ทำกำไรของเราครับ ถ้าเลดี้เจอรุ่นพวกนี้สภาพสวยๆ ในตลาด Gucci วินเทจซื้อที่ไหน ให้รีบคว้าไว้เลย เพราะในอีก 3-5 ปีข้างหน้า ราคาจะขยับขึ้นไปหาของใหม่เรื่อยๆ แน่นอน

กลุ่มแฟชั่นจ๋า มาไวไปไว ระวังดอย

ในทางกลับกัน กลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือพวก “สินค้าตามกระแส” ที่เน้นโลโก้ใหญ่ๆ สีสันฉูดฉาด หรือรูปทรงแปลกประหลาดที่ฮิตกันใน TikTok แค่แป๊บเดียว ของพวกนี้ตอนออกมาใหม่ๆ ราคาพุ่งแรงจริงครับ แต่พอกระแสซาปุ๊บ ราคาร่วงแบบไม่มีเบรก เพราะมันไม่มี “Classic Value” มารองรับ

อีกกลุ่มที่ต้องระวังคือวัสดุประเภท “ผ้า” หรือ “กำมะหยี่” โดยเฉพาะรุ่น Marmont Velvet ปัญหาคือวัสดุพวกนี้เสื่อมสภาพเร็วมาก ดูแลยาก และซ่อมแทบไม่ได้ เมื่อผ่านไป 2-3 ปี สภาพจะดูโทรมจนขายต่อไม่ได้ราคา ดังนั้นถ้าคิดจะถือยาวเพื่อรออนาคต ให้หลีกเลี่ยงวัสดุพวกนี้แล้วไปเน้นหนังแท้หรือ Canvas จะปลอดภัยกว่าครับ (14 มีนาคม 2024) [4]

ความเสี่ยงจากหลายปัจจัย

เรามองข้ามเรื่องเศรษฐกิจโลกไม่ได้ครับ ความเสี่ยงสำคัญของราคา Gucci คือกำลังซื้อของชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของแบรนด์ หากเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย คนกลุ่มนี้จะหยุดซื้อของฟุ่มเฟือยเป็นกลุ่มแรก ซึ่งอาจทำให้ราคากระเป๋ารุ่น Entry Level ผันผวนได้ง่ายกว่ารุ่น High-End ดังนั้นการกระจายความเสี่ยงด้วยการถือรุ่นคลาสสิกจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ

อ่านเกมขาดปี 2026 เอเชียคือตัวแปรสำคัญ

ป๋ามองว่าในปี 2026 ตลาดจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางราคาโลกครับ ด้วยกำลังซื้อที่ฟื้นตัวและความคลั่งไคล้ในแบรนด์เนม จะทำให้ดีมานด์ของวินเทจในภูมิภาคนี้พุ่งสูงขึ้น ใครที่มีของสวยๆ เก็บไว้ เตรียมตัวปล่อยของให้กับเศรษฐีจีนหรือเวียดนามได้เลยครับ นี่คือโอกาสทองของคนที่สะสมของดีไว้ตั้งแต่วันนี้

บทสรุปสำหรับนักลงทุน อนาคตราคา Gucci

อนาคตราคา Gucci สรุปแล้วยังคงเป็นตลาดกระทิงในระยะยาวสำหรับรุ่นที่เป็น Iconic ครับ การรีแบรนด์ครั้งนี้คือข่าวดีสำหรับนักสะสม เพราะมันคือการการันตีว่าแบรนด์จะไม่ยอมให้ราคาตกต่ำเสียของแน่นอน แต่เลดี้ต้องฉลาดเลือก “ถูกตัว” และ “ถูกเวลา” ทิ้งความชอบส่วนตัวเรื่องแฟชั่นไปก่อน แล้วมองด้วยสายตานักลงทุนที่เน้นมูลค่าพื้นฐานและความหายาก

ควรเข้าซื้อตอนนี้เลย หรือรอดูท่าทีอีกหน่อย

คำถามสุดท้ายก่อนแยกย้าย ป๋าฟันธงให้เลยครับว่า “ซื้อเลย” สำหรับรุ่นวินเทจสภาพสวย เพราะราคายังขึ้นไม่ทันราคาของใหม่ในช็อป จังหวะนี้แหละคือจุดเข้าซื้อที่ได้เปรียบที่สุด แต่สำหรับรุ่นใหม่ในช็อป ป๋าแนะนำให้รอดูทิศทางความนิยมของคอลเลกชัน Ancora ให้ชัดเจนอีกสัก 1-2 ซีซั่นก่อน ค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายครับ

บทส่งท้ายของป๋า

อนาคตราคา Gucci อยู่ในมือของคุณแล้ว ข้อมูลที่ป๋าให้ไปวันนี้ หวังว่าจะช่วยให้เลดี้และเพื่อนๆ ตัดสินใจได้เฉียบขาดขึ้น จำไว้นะครับว่า “ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย แต่มูลค่าคือสิ่งที่คุณได้” เลือกให้เป็น เย็นให้พอ แล้วรอรับกำไรครับ ขอให้พอร์ตโตวันโตคืน แล้วเจอกันใหม่ครับ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง