



สระเกลือ ถนอมผิวสัตว์ กำลังเป็นกระแสที่มาแรงแซงทางโค้งมากๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวสี่ขา การได้เห็นลูกดำผุดดำว่ายในน้ำที่ใสสะอาด ปลอดภัย และยังช่วยบำรุงผิวขนไปในตัว มันคือสวรรค์ของคนเลี้ยงสัตว์ชัดๆ ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวที่ทั้งสนุกและดีต่อสุขภาพ ต้องห้ามพลาดเทรนด์นี้เด็ดขาด
ลองย้อนเวลากลับไปสักช่วงปี 2018 ถึง 2020 สิคะ สมัยนั้นสระว่ายน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ยังใช้ระบบคลอรีนแบบเข้มข้น เพื่อฆ่าเชื้อโรคจากการขับถ่ายหรือสิ่งสกปรกที่ติดมากับตัวสัตว์ ผลที่ตามมาคือ สุนัขหลายตัวกลับบ้านไปพร้อมกับอาการตาอักเสบ ผิวหนังแห้งลอก หรือบางตัวที่แพ้หนักๆ ถึงขั้นขนร่วงเป็นหย่อมๆ
แต่ตัดภาพมาที่ปี 2025 นี้สิคะ สระว่ายน้ำระบบเกลือ Saltwater Chlorination ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ แต่กระจายไปตามเมืองท่องเที่ยวอย่างหัวหิน พัทยา หรือเชียงใหม่
ความเจ๋งของระบบนี้คือมันใช้เกลือบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการอิเล็กโทรลิซิสเพื่อสร้างคลอรีนธรรมชาติในปริมาณที่ต่ำมาก แต่ฆ่าเชื้อโรคได้เกลี้ยงเกลา ทำให้ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่ระคายเคืองตา และที่สำคัญคือ รสชาติมันเค็มปร่าๆ เหมือนน้ำตา ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่รู้สึกแปลกปลอมเวลาเผลอกลืนเข้าไป
เอาล่ะ ประเด็นคือ ความอ่อนโยน ค่ะ ผิวหนังของสุนัขและแมวมีความบอบบางกว่าคนมาก ค่า pH ของพวกเขาก็ต่างจากเรา การแช่ในน้ำที่มีสารเคมีรุนแรงนานๆ ย่อมส่งผลเสียสะสม (10 เมษายน 2017) [1]
สระน้ำเกลือจะมีความเป็นด่างอ่อนๆ ที่ใกล้เคียงกับของเหลวในร่างกายสัตว์ ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ขนไม่กระด้าง และยังช่วยสมานแผลเล็กๆ น้อยๆ ตามตัวได้อีกด้วย ลองนึกภาพเวลาเราไปทะเลแล้วรู้สึกว่าสิวที่หลังยุบลงสิคะ หลักการเดียวกันเลย แต่น้ำในสระสะอาดกว่าน้ำทะเลร้อยเท่า เพราะผ่านระบบกรองฆ่าเชื้อมาอย่างดี
สิ่งที่มือใหม่มักพลาดคือ การโยนลูกลงน้ำตูมเดียว โดยไม่ให้เวลาปรับตัว ต้องเข้าใจก่อนว่า ถึงจะเป็นสระเกลือที่อ่อนโยน แต่ความรู้สึกของการลอยตัวในน้ำลึกที่เท้าไม่ติดพื้น มันน่ากลัวสำหรับมือใหม่หัดว่ายเสมอ บางตัวอาจจะเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับน้ำคลอรีนที่แสบตามาก่อน เลยฝังใจ วิธีแก้คือต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ พาเดินลงจากฝั่งตื้น ให้เขาชินกับอุณหภูมิและแรงดันน้ำก่อน แล้วค่อยๆ ใช้ของเล่นล่อให้ว่ายออกไป (16 กันยายน 2025) [2]
นอกจากเรื่องความกลัวแล้ว ลูซี่อยากให้ลองสังเกต อุณหภูมิของน้ำ ด้วยค่ะ เพราะสระเกลือบางที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง แดดแรงจนน้ำอุ่นจัด หรือบางที่อยู่ในร่มจนน้ำเย็นเจี๊ยบ สัตว์เลี้ยงเขามีประสาทสัมผัสที่ไวต่ออุณหภูมิมากกว่าเราเยอะ ถ้าก้าวแรกที่เท้าแตะน้ำแล้วเขารู้สึกไม่สบายตัว เขาจะปฎิเสธการลงสระทันที
วิธีแก้คือให้ลองวักน้ำลูบตามตัวเขาเบาๆ เพื่อวอร์มอัพร่างกายก่อน หรือจะใช้วิธีเดินลงไปในน้ำพร้อมกับเขาเพื่อให้เขารู้สึกว่า ตรงนี้ปลอดภัยนะแม่ก็อยู่ด้วย จะช่วยลดอาการเกร็งและเปลี่ยนความกลัวเป็นความสนุกได้ในพริบตาเลยล่ะค่ะ
ทางสมาคมธาราบำบัดสุนัขแห่งสหราชอาณาจักร เขาให้ข้อมูลที่น่าสนใจมากว่า การว่ายน้ำในสระระบบเกลือ ช่วยลดแรงตึงผิวของน้ำได้ดีกว่าสระคลอรีน ทำให้สัตว์เลี้ยงเคลื่อนไหวร่างกายได้ลื่นไหลขึ้น เหมาะมากสำหรับการทำกายภาพบำบัด Hydrotherapy ในเคสที่มีปัญหาเรื่องข้อสะโพกเสื่อม หรือต้องการฟื้นฟูกล้ามเนื้อหลังผ่าตัด
มาดูตัวเลขกันหน่อย ช่วงปี 2021 ถึง 2023 ธุรกิจสระว่ายน้ำสัตว์เลี้ยงระบบเกลือ เติบโตขึ้นกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ สวนทางกับสระระบบคลอรีนที่เริ่มปิดตัวลง เจ้าของสัตว์เลี้ยงยอมจ่ายแพงกว่าเฉลี่ย 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อแลกกับความสบายใจและความปลอดภัยของลูกรัก สถิตินี้บอกชัดเจนว่า เทรนด์ Health & Wellness ไม่ได้หยุดอยู่แค่คน แต่ลามมาถึงสัตว์เลี้ยงแบบเต็มตัวแล้ว

ลูซี่เห็นแล้วยังอิจฉา เดี๋ยวนี้โรงแรม Pet Friendly หลายแห่งลงทุนสร้างสระเกลือแบบ Infinity Pool ให้หมาแมวได้ว่ายชมวิวทะเล หรือวิวภูเขาแบบพาโนรามา มันไม่ใช่แค่ที่ออกกำลังกาย แต่มันคือ Community ที่พ่อแม่จะได้มาเจอกัน แลกเปลี่ยนทริคการเลี้ยงลูก และลูกๆ ก็ได้เข้าสังคม ฝึกทักษะการอยู่ร่วมกับเพื่อนฝูงในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
ซึ่งพิกัดเด็ดๆ เหล่านี้ถูกรวบรวมไว้อย่างละเอียดใน รวมฮิตที่เที่ยว และที่พัก ในหมวด คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 ไปตามรอยกันได้เลย
เคล็ดลับที่คนวงในเขารู้กันคือ สระเกลือที่ดีต้องมีการคุมค่าความเค็มให้เหมาะสม ประมาณ 2500 ถึง 4000 ppm ซึ่งเป็นระดับที่ตาเปล่ามองไม่เห็นเกลือละลาย และลิ้นแทบไม่รับรสเค็ม ถ้ารู้สึกว่าน้ำเค็มปี๋เหมือนน้ำปลา แสดงว่าระบบมีปัญหา หรือใส่เกลือเยอะเกินไปจนอาจเป็นอันตรายต่อไตหากน้องดื่มเข้าไปเยอะๆ ดังนั้นก่อนลงสระ ลองแตะๆ ชิมดูนิดนึงก็ได้นะ เพื่อความชัวร์
ช่วงปี 2022 ถึง 2024 มีความเชื่อผิดๆ ว่าน้ำเกลือทำให้ขนแห้งกรอบ
ลูซี่แนะนำให้ลองดูรีวิวจากช่อง Dogumentary TV ที่เขาพาไปเจาะลึกเบื้องหลังระบบบำบัดน้ำของสระว่ายน้ำสุนัขชั้นนำ จะเห็นเลยว่าเทคโนโลยีมันไปไกลมาก
จุดเล็กๆ ที่ห้ามมองข้ามคือ เสื้อชูชีพ ถึงลูกเราจะว่ายน้ำเก่งแค่ไหน แต่ในสระเกลือที่มีแรงพยุงตัวสูง บางครั้งเขาอาจจะกะน้ำหนักผิด หรือหมดแรงกลางทาง การใส่ชูชีพช่วยพยุงตัว จะทำให้เขาว่ายได้นานขึ้น สนุกขึ้น และปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ แถมเดี๋ยวนี้มีชูชีพลายเก๋ๆ แฟชั่นจ๋าๆ ให้เลือกใส่ถ่ายรูปทำคอนเทนต์เพียบ (12 มิถุนายน 2024) [3]
สิ่งที่ลูซี่ให้ความสำคัญมากในการเลือกชูชีพคือ หูจับด้านหลังค่ะ เพราะเวลาลูกเกิดอุบัติเหตุ หรือตะคริวกินกลางสระ หูจับตรงนี้แหละที่จะช่วยให้เราคว้าตัวเขาขึ้นจากน้ำได้ทันท่วงทีโดยไม่ทุลักทุเล และที่สำคัญคือชูชีพจะช่วยจัดระเบียบร่างกาย ให้เขาว่ายน้ำได้ถูกท่า ไม่เหนื่อยง่ายจนเกินไป
โดยเฉพาะพันธุ์หน้าสั้นอย่างปั๊กหรือเฟรนช์บูลด็อก ที่ความสามารถในการพยุงตัวต่ำกว่าสายพันธุ์อื่น การมีชูชีพคุณภาพดีสักตัว จึงไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่น แต่มันคือการทำประกันความปลอดภัยให้ทุกวินาทีในน้ำมีแต่รอยยิ้มจ้ะ
พยากรณ์เทรนด์ปี 2026 ถึง 2027 ลูซี่มองว่าเราจะได้เห็น Mineral Pool หรือสระน้ำแร่ ที่ใช้แร่ธาตุอย่างแมกนีเซียมและโพแทสเซียมแทนเกลือแกง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและระบบประสาทได้ล้ำลึกกว่าเดิม เหมือนพาลูกไปแช่ออนเซ็นที่ญี่ปุ่นยังไงยังงั้น เทรนด์นี้จะมายกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงให้พรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น
การเลือกพาลูกไปว่ายน้ำใน สระเกลือ ถนอมผิวสัตว์ คือการแสดงความรักที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เราไม่ได้แค่พาเขาไปเล่นสนุก แต่เรากำลังมอบสุขภาพที่ดี ความแข็งแรง และความสุขที่ยั่งยืนให้กับเขา อย่ารอช้าค่ะ รีบจองคิวแล้วพาลูกไปกระโดดตูมให้ฉ่ำปอดกันเลย
ลูซี่ขอยืนยันเลยว่า การเห็นลูกว่ายน้ำด้วยแววตามีความสุข ขนลู่ไปกับสายน้ำที่ใสสะอาด มันเป็นภาพที่ฮีลใจคนเป็นแม่ได้ดีที่สุด ลูซี่เคยพาน้องหมาที่เป็นโรคผิวหนังไปว่ายสระเกลือ เชื่อไหมว่าผื่นแดงๆ ของนางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแคร้งแรก ตั้งแต่นั้นมาเราก็เป็นแฟนคลับสระเกลือตัวยงเลยค่ะ ลองเปิดใจดูนะคะ แล้วคุณจะหลงรักความนุ่มนวลของน้ำเกลือเหมือนลูซี่แน่นอน

