



วิเคราะห์การลงทุน Ferrari ผมเคยนั่งคุยกับผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์คนหนึ่ง แกเล่าให้ฟังว่าช่วงวิกฤตโควิด พอร์ตหุ้นแกแดงเถือก แต่สิ่งที่ช่วยพยุงจิตใจของแกไว้ คือ Ferrari F40 ที่จอดนิ่งๆ อยู่ในโรงรถ เชื่อไหมว่าในช่วงเวลาที่โลกหยุดหมุน ราคาของเจ้าม้าแก่คันนั้นกลับดีดตัวขึ้นไปเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่มันคือ สินทรัพย์ทางเลือกที่มีพฤติกรรมเฉพาะตัว
เราต้องย้อนกลับไปดูรากเหง้ากันก่อนครับ เพื่อจะเข้าใจว่าทำไมแบรนด์นี้ถึงขลังนัก
ความเข้าใจไทม์ไลน์นี้สำคัญมาก เพราะมันช่วยให้เราแยกแยะได้ว่ารถยุคไหนคือ Blue Chip ที่น่าเก็บ และยุคไหนคือ Volume Car ที่ราคาอาจผันผวน ซึ่งพื้นฐานเชิงลึกของโมเดลแต่ละยุค ผมได้เจาะรายละเอียดไว้แล้วในบทความ เจาะลึกการลงทุน Ferrari ถ้าคุณแม่นเรื่องประวัติศาสตร์ตรงนั้น พอมาวิเคราะห์ภาพใหญ่ในวันนี้ คุณจะเห็นจังหวะเข้าทำกำไรได้ชัดเจนขึ้น
อย่าหลงเข้าใจผิดว่าซื้อ Ferrari รุ่นไหนก็ได้กำไรนะครับ ในวงการเราแบ่งเกรดกันชัดเจน
ผมมักจะเข้าไปดูข้อมูลจาก K500 Index ซึ่งเป็นดัชนีติดตามราคารถคลาสสิก คล้ายๆ กับ S&P 500 ของตลาดหุ้น กราฟของ Ferrari Index มักจะแสดงให้เห็นว่า ในระยะยาว 10 ปีขึ้นไป ผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้น (CAGR) ของเฟอร์รารี่รุ่นท็อป สามารถเอาชนะดัชนีตลาดหุ้นหลักๆ ได้สบายๆ โดยมีความผันผวนต่ำกว่ามาก
ที่มา: K500 Index (สืบค้นเมื่อ 4 มกราคม 2026) [1]
มาดูตัวเลขจริงที่น่าขนลุกกันครับ ช่วงปี 2008-2009 วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ราคารถซูเปอร์คาร์ทั่วไปร่วงระนาว แต่ 250 GT California Spider กลับทำสถิติราคาประมูลสูงสุดใหม่ได้หน้าตาเฉย ข้ามมาปี 2020-2022 ช่วงโควิดระบาด เศรษฐกิจชะงัก แต่ราคา F50 พุ่งจากระดับ 2 ล้านเหรียญ ไปแตะ 4-5 ล้านเหรียญในเวลาแค่ 2 ปี
สิ่งเหล่านี้บอกอะไรเรา? มันบอกว่าเมื่อเกิดความไม่แน่นอน Smart Money หรือเงินฉลาด จะไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง ไปพักไว้ใน Hard Asset ที่จับต้องได้ หายาก และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ การจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ คุณต้องมองหา Future Classic ให้ออกก่อนคนอื่น สูตรลับของป๋าคือให้ดู 3 อย่าง

ข้อนี้ต้องเตือนกันแรงๆ Ferrari ไม่ใช่หุ้นที่คุณจะกดขายในแอปฯ แล้วเงินเข้าบัญชีทันที การขายรถระดับ 100 ล้านบาท ต้องใช้เวลา ต้องเจอเนื้อคู่ และต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบสภาพ (Pre-Purchase Inspection) ที่เข้มงวด (24 กุมภาพันธ์ 2025) [2]
การจัดพอร์ตให้มีสภาพคล่องเพียงพอจึงสำคัญมาก ซึ่งกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุน (Asset Allocation) เพื่อรองรับความเสี่ยงตรงนี้ ผมได้เขียนแนะนำไว้แล้วใน คู่มือลงทุนรถหรู 2025 เพื่อให้คุณไม่ติดดอยรถหรูจนเงินสดขาดมือ
อย่าลืมหักลบต้นทุนด้วยนะครับ ค่าประกันชั้นหนึ่งปีละหลายแสน ค่าเช็คระยะ (ถ้าหมดโปร 7 ปี) ค่าเปลี่ยนยางเฉพาะรุ่น กำไรที่คุณเห็นตอนขาย อาจจะหายไปครึ่งหนึ่งถ้าคุณคำนวณต้นทุนการถือครอง (Holding Cost) ไม่ละเอียด (24 ธันวาคม 2024) [3]
มองไปข้างหน้าปี 2025 เป็นต้นไป กฎหมายมลพิษ Euro 7 และการมาของ EV รุ่นแรก จะส่งผลกระทบทางจิตวิทยาอย่างรุนแรง
สรุปสั้นๆ วิเคราะห์การลงทุน Ferrari แบบป๋าฟันธง การลงทุนคือเกมของความอดทน และความรู้ ถ้าคุณหวังรวยเร็วแบบซื้อเช้าขายบ่าย ให้ไปเล่นหุ้นซิ่ง แต่ถ้าคุณมองหาความมั่งคั่งที่ยั่งยืน ส่งต่อให้ลูกหลานได้ และมีความสุขทุกครั้งที่เดินเข้าโรงรถ นี่คือสนามของคุณ
ตราบใดที่ยังผลิตรถน้อยกว่าความต้องการของตลาดเสมอ ฟองสบู่แตก เป็นเรื่องยากครับ อาจมีการปรับฐาน (Correction) บ้างในรุ่นที่ผลิตเยอะ แต่สำหรับรุ่น Blue Chip มันคือสินทรัพย์ที่มีจำกัดในโลกที่คนรวยเพิ่มขึ้นทุกวัน
สุดท้ายนี้ วิเคราะห์การลงทุน Ferrari จำคำป๋าไว้นะครับ ซื้อหุ้นคุณได้ตัวเลขในบัญชี แต่ซื้อเฟอร์รารี่คุณได้ประวัติศาสตร์มาจอดที่บ้าน แถมด้วยกำไรที่เป็นตัวเงิน เลือกคันที่ใช่ ศึกษาให้ลึก แล้วให้กาลเวลาทำหน้าที่เพิ่มมูลค่าแทนคุณครับ

