



วิธีแก้ตะคริวเตะบอลที่เร็วที่สุดคือยืดกล้ามเนื้อช้าๆ ในทิศทางตรงข้าม ดันปลายเท้าหรือเหยียดเข่าตึงค้างไว้ 20-30 วินาที ร่วมกับจิบน้ำเกลือแร่เติม โซเดียม ทันที หากปฐมพยาบาลถูกวิธีอาการเกร็งจะคลายลงใน 2-3 นาที ช่วยลดความเสี่ยงกล้ามเนื้อฉีกขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สาเหตุหลักที่ทำให้นักฟุตบอลเกิดตะคริวในสนาม ไม่ได้มาจากความเหนื่อยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากสมดุลเกลือแร่ในร่างกายติดลบ ร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อล้าสะสมจากการวิ่งด้วยความเร็วสูงซ้ำๆ เมื่อสาร electrolytes อย่าง โซเดียม และ โพแทสเซียม ถูกขับออกทางเหงื่อตลอด 45 นาที แรกของเกม สัญญาณประสาทที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อจะเกิดการลัดวงจร ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งค้างอย่างรุนแรง
การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจำเป็นต้องทำอย่างถูกวิธี การฝืนเล่นต่อหรือให้เพื่อนช่วยดึงขาผิดท่าอาจทำให้เส้นใยกล้ามเนื้อฉีกขาดส่งผลให้ต้องพักยาวเป็นเดือน การเข้าใจกลไกปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งแรกที่สายฟุตบอลทุกคนต้องรู้ เพื่อให้ฟื้นตัวได้ทันเวลาและไม่บาดเจ็บสะสม
เมื่อตะคริวเล่นงานกล้ามเนื้อ น่อง (Gastrocnemius) ให้เหยียดขาข้างที่เป็นให้ตรง แล้วค่อยๆ ดันปลายเท้าเข้าหาลำตัวอย่างนุ่มนวล ห้ามกระตุกหรือดึงแรงเด็ดขาด ค้างไว้ประมาณ 20-30 วินาที จนกว่าปมกล้ามเนื้อจะเริ่มผ่อนคลายลง
หากเกิดตะคริวที่ ต้นขาด้านหลัง (Hamstrings) ให้ตึงขาตรงแล้วค่อยๆยกขานั้นขึ้นสูง โดยให้เพื่อนช่วยพยุง ส่วนกรณีที่เป็น ต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) ให้พับข้อเท้าไปด้านหลังเข้า เพื่อยืดกล้ามเนื้อหน้าขาให้ยืดออกเต็มที่ (5 มีนาคม 2018) [1]
การเตรียมอุปกรณ์บรรเทาอาการข้างสนาม จะช่วยให้นักเตะฟื้นตัวจากอาการเกร็งได้อย่างรวดเร็ว
อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้นักเตะพร้อมกลับเข้าสู่เกมได้อย่างปลอดภัย

หลายคนมองข้ามเรื่องอุปกรณ์ไป แต่น้ำหนักของรองเท้าปุ่มสตั๊ดที่ไม่เหมาะกับสภาพสนาม รวมทั้งแรงบีบรัดที่มากเกินไป สามารถกระตุ้นให้เกิดตะคริวได้ง่ายขึ้น ปุ่มสตั๊ดที่ยาวเกินไปบนสนามแข็งจะสร้างแรงสะท้อนกลับมายังข้อเท้าและน่อง ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานหนักกว่าปกติตลอดการแข่งขัน
นอกจากนี้ การเลือกใช้ปุ่มรองเท้าที่เหมาะสมและการปรับกระชับของอุปกรณ์เท้ายังช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อเท้าและน่องได้อย่างเห็นได้ชัด การศึกษาข้อมูลเรื่อง วิธีเลือกสตั๊ด ให้ตรงกับประเภทปุ่มและพื้นสนาม จะช่วยลดภาระเกร็งสะสมของกล้ามเนื้อได้อย่างมหาศาล
ถุงเท้าที่แน่นเกินไปบริเวณข้อเท้าและน่องจะขัดขวางระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อลดลง เกิดกรดแลกติกสะสมได้รวดเร็ว นักเตะอาชีพหลายคนจึงนิยมตัดช่วงน่องของถุงเท้าออกเพื่อลดแรงบีบรัด
การเลือกใช้อุปกรณ์รองรับเท้าที่เหมาะสมช่วยลดการลื่นไถลภายในรองเท้า ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกร็งนิ้วเท้าและน่องโดยไม่รู้ตัว
การดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวระหว่างเตะบอลอาจไม่เพียงพอ และอาจทำให้อาการแย่ลงเพราะไปเจือจางระดับโซเดียมในเลือด (Hyponatremia) นักฟุตบอลจึงต้องเติมเกลือแร่อย่างถูกต้องตั้งแต่ก่อนเริ่มเกม 1 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กล้ามเนื้อทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
การเตรียมความพร้อมทางโภชนาการควบคู่กับการเติมน้ำอย่างเป็นระบบ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ร่างกายทนทานต่อเกมหนักๆ ตลอด 90 นาที โดยไม่เกิดอาการเกร็ง (14 มิถุนายน 2020) [2]
โซเดียม ทำหน้าที่รักษาปริมาณน้ำและส่งสัญญาณไฟฟ้าในเซลล์กล้ามเนื้อ ขณะที่ โพแทสเซียม ช่วยควบคุมการหดและคลายตัวของเซลล์ ส่วน แมกนีเซียม ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการเกร็งตัว หากขาดตัวใดตัวหนึ่งไป กล้ามเนื้อจะเกิดอาการกระตุกและเกร็งเป็นตะคริวได้ทันที
การทานอาหารที่มี โพแทสเซียม สูง เช่น กล้วยหอม หรือส้ม ก่อนลงสนาม 2 ชั่วโมง จะช่วยสะสมพลังงานและเกลือแร่ที่จำเป็นได้อย่างพอดี
การเล่นบนสนามหญ้าเทียมที่มีความแข็งและอมความร้อนสูงจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำไวกว่าปกติถึง 1.5 เท่า เมื่อเทียบกับสนามหญ้าจริง ทำให้กล้ามเนื้อล้าสะสมและเกิดตะคริวได้ง่ายขึ้น การเลือกจองสนามที่ได้มาตรฐานจึงมีความสำคัญต่อสุขภาพกล้ามเนื้อ (28 มีนาคม 2018) [3]
นักเตะที่มองหา สนามหญ้าเทียมใกล้ฉัน ควรเลือกสนามที่มีการโรยเม็ดยางอย่างเหมาะสมและมีระบบระบายความร้อนที่ดี เพื่อลดแรงกระแทกและลดโอกาสเกิดตะคริวระหว่างการเล่น
การรับมือกับตะคริวในการเตะบอลต้องทำควบคู่กัน ทั้งการยืดเหยียดปฐมพยาบาลด่วนในสนาม การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม และการเติมเกลือแร่อย่างถูกต้องก่อนแข่ง เพียงปรับพฤติกรรมตามหลักการนี้ คุณก็สามารถลงเล่นฟุตบอลได้อย่างสนุกสนาน เต็มที่ตลอด 90 นาที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาการเกร็งอีกต่อไป
ความเสี่ยงของการละเลยอาการตะคริวสะสม อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อฉีกขาดระดับ Grade 2 ซึ่งต้องใช้เวลารักษาตัวนานถึง 4-6 สัปดาห์ จากสถิติพบว่านักเตะที่ฝืนเล่นต่อขณะเกิดตะคริวมีโอกาสบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อเกิดอาการเกร็ง ควรหยุดพักและปฐมพยาบาลทันที เพื่อปกป้องเส้นทางสายฟุตบอลของคุณในระยะยาว

