



วิธีรับมือ สุนัขเจ้าถิ่น คือวิชาชีพติดตัวที่คนรักสัตว์สายเที่ยวต้องมีติดตัวไว้ เลูซี่เองเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่การโดนล้อมกรอบที่วัดดังยันการโดนไล่กวดริมชายหาด บอกเลยว่าถ้าสติหลุดคือจบเห่ วันนี้ลูซี่เลยจะมาแชร์เทคนิคเอาตัวรอดแบบ Real Talk ที่ใช้ได้จริง เจ็บตัวน้อยที่สุด และเท่ที่สุด เพื่อให้ทริปต่อไปของคุณราบรื่นไม่มีสะดุด
เชื่อไหมว่าเมื่อก่อนเรื่องนี้ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่โตขนาดนี้ ถ้าย้อนกลับไปดูช่วงปี 2018 ถึง 2020 การท่องเที่ยวกับสัตว์เลี้ยงยังไม่บูมเท่าตอนนี้ เรามักจะเห็นแค่นักท่องเที่ยวต่างชาติแบกเป้พาสุนัขเดิน หรือคนในพื้นที่พาหมาเดินเล่นแถวบ้าน สุนัขเจ้าถิ่นในยุคนั้นเลยคุ้นเคยแต่กับมนุษย์ ไม่ค่อยได้เจอกับสุนัขแปลกหน้าต่างถิ่นสักเท่าไหร่
ปฏิกิริยาของพวกเขาก็มักจะเป็นแค่การเห่าเตือนแล้วเดินหนี หรือนอนมองเฉยๆ แต่พอมาถึงยุคปัจจุบันที่เทรนด์ Pet Humanization ระเบิดตู้ม ทุกคนพาลูกใส่รถเข็น ใส่สายจูงสวยๆ ไปเดินเฉิดฉายในถิ่นของพวกเขา มันเหมือนเป็นการบุกรุกอาณาเขตกลายๆ ในมุมมองของสุนัขเจ้าถิ่น
การเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคมก็มีผล เมื่อแหล่งท่องเที่ยวเปิดรับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น กลิ่นสาบสางของสัตว์ต่างถิ่นที่ติดมากับล้อรถ หรือรองเท้าของเรา มันไปกระตุ้นสัญชาตญาณการป้องกันตัวของหมาเจ้าถิ่นให้ทำงานหนักขึ้น เราเลยเห็นข่าวสุนัขเจ้าถิ่นรุมกัดสุนัขนักท่องเที่ยวบ่อยขึ้น ซึ่งถ้าเราเตรียมตัวมาดีตาม คู่มือดูแล ระหว่างเดินทาง โดยเฉพาะเรื่องการสังเกตสิ่งรอบข้าง
การอ่านภาษากายของสุนัขคือทักษะที่สำคัญพอๆ กับการหายใจเวลาอยู่ในสถานการณ์คับขัน หลายคนเข้าใจผิดว่าหมากระดิกหางแปลว่าเป็นมิตรเสมอ ลูซี่ขอบอกเลยว่า คิดผิดคิดใหม่ได้เลย เพราะการกระดิกหางมีหลายแบบ ถ้าหางตั้งตรง แข็งเกร็ง และส่ายไปมาสั้นๆ เร็วๆ นั่นคือสัญญาณของความตื่นตัวขั้นสุดและพร้อมจะพุ่งเข้าใส่ หรือที่เรียกว่า Arousal ไม่ใช่ความดีใจ (14 สิงหาคม 2025) [1]
อีกจุดที่สังเกตได้ง่ายคือ ขนบริเวณหลังคอและโคนหาง ถ้ามันตั้งชันขึ้นเป็นแผงเหมือนไดโนเสาร์ แปลว่าเขากำลังพยายามทำตัวให้ดูใหญ่ขึ้นเพื่อข่มขวัญเรา หูที่ลู่ไปด้านหลังแนบกับกะโหลก และการจ้องตาแบบไม่กระพริบ คือสัญญาณอันตรายระดับสีแดงที่บอกว่า ฉันเอาจริง ถ้าเจอแบบนี้ให้หยุดเดินทันที ห้ามหันหลังวิ่งหนีเด็ดขาด เพราะนั่นจะเป็นการกดปุ่ม Prey Drive
ความผิดพลาดอันดับหนึ่ง คือการที่เจ้าของพยายามจะ อุ้มลูกหนี ทันทีที่เห็นหมาเจ้าถิ่น การกระทำแบบนี้ดูเหมือนจะดี แต่ในสายตาของหมาเจ้าถิ่น การยกสิ่งของขึ้นสูงอย่างรวดเร็วคือการกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็น และอาจทำให้เขากระโดดงับขาเรา หรือพยายามตะกายแย่งลูกเราจากอ้อมแขน ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ลูกเราจะหลุดมือและตกลงไปกลางวงล้อม (10 มิถุนายน 2024) [2]
อีกเรื่องคือการ ตะโกนด่า หรือกรีดร้องเสียงแหลมปรี๊ด เสียงที่ดังและแหลมสูงจะยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียด หมาเจ้าถิ่นจะตีความว่าเป็นเสียงของเหยื่อที่กำลังอ่อนแอและหวาดกลัว ยิ่งกระตุ้นให้พวกเขารุกไล่หนักกว่าเดิม สิ่งที่ควรทำคือการใช้เสียงทุ้ม ต่ำ และดังหนักแน่น เช่น เฮ้ย หรือ หยุด คำเดียวสั้นๆ เพื่อดึงสติและแสดงอำนาจเหนือกว่า
ซีซาร์ มิลลาน ปรมาจารย์ด้านพฤติกรรมสุนัขระดับโลก เคยกล่าวไว้ว่า สุนัขไม่ได้ฟังภาษาคน แต่เขาสัมผัส พลังงาน ของเรา ถ้าเรากลัว ร่างกายจะหลั่งสารเคมีบางอย่างและส่งคลื่นความถี่ที่สุนัขจับได้ว่าเราคือ ผู้ถูกล่า แต่ถ้าเราสงบนิ่ง มั่นคง และแผ่รังสีความเป็นจ่าฝูง สุนัขเจ้าถิ่นจะเกิดความลังเลและไม่กล้าเข้ามาวุ่นวาย นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนเดินผ่านหมาดุๆ ได้สบาย (11 สิงหาคม 2021) [3]
ลองมาดูตัวเลขที่น่าตกใจจากคลินิกสัตว์ฉุกเฉินในช่วงปี 2021 ถึง 2023 พบว่าเคสที่สุนัขบ้านถูกสุนัขจรจัดกัดในแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มสูงขึ้นกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ โดยส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่วัด ตลาดนัดชุมชน และชายหาดสาธารณะ
และที่น่าสนใจคือกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของเคสเหล่านี้ เกิดจากการที่เจ้าของขาดความระมัดระวังและพาเข้าไปในจุดอับสายตา หรือจุดรวมพลของสุนัขเจ้าถิ่นโดยไม่รู้ตัว

การเอาตัวรอดจากวงล้อมหมาเจ้าถิ่น ไม่ใช่เรื่องของการใช้กำลัง แต่เป็นเรื่องของจิตวิทยาล้วนๆ เทคนิคที่ลูซี่ใช้ประจำและได้ผลชะงัดคือ การไม่สบตา การจ้องตาในโลกของสุนัขคือการท้าทาย ถ้าเราเดินผ่านแล้วจ้องหน้าเขา เขาจะรู้สึกเหมือนโดนหาเรื่อง
วิธีที่ถูกคือให้มองผ่านๆ หรือมองไปที่ปลายทางที่เราจะเดินไป ทำตัวเหมือนเขาเป็นแค่อากาศธาตุ วิธีนี้จะช่วยลดแรงกดดันในบรรยากาศได้มาก
อีกเทคนิคคือ การเดินเป็นวงโค้ง ในภาษาสุนัข การเดินพุ่งเข้าไปหาตรงๆ คือการคุกคาม แต่การเดินอ้อมเป็นวงโค้งคือการบอกว่า ฉันมาดี ไม่ได้จะมาแย่งพื้นที่นะ ลองสังเกตดูเวลาสุนัขเจอกัน เขาจะเดินวนๆ เข้าหากัน ไม่เดินพุ่งใส่กันตรงๆ เราสามารถเอาหลักการนี้มาใช้ได้ โดยการเดินเลี่ยงออกมาให้ห่างจากรัศมีทำการของเขา
คำถามโลกแตกที่หลายคนสงสัย ลูซี่ตอบแบบฟันธงเลยว่า จำเป็นมาก เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าวันไหนจะแจ็คพอตแตกไปเจอหมาที่ดุร้ายผิดปกติ หรือหมาที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า การมีอาวุธติดมือไม่ได้แปลว่าเราจะเอาไปทำร้ายเขานะ แต่เอาไว้เพื่อ ป้องปราม และ สร้างระยะห่าง อุปกรณ์ที่เบสิคที่สุดและควรมีติดตัวตามคำแนะนำใน คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 คือ ร่มคันใหญ่ แบบพับได้
ทำไมต้องเป็นร่ม เพราะร่มมีฟังก์ชันที่มหัศจรรย์มากในการรับมือสุนัข หนึ่งคือใช้เป็นโล่กำบังสายตา เมื่อเรากางร่มพรึ่บใส่หน้าสุนัขที่กำลังพุ่งเข้ามา เขาจะตกใจและชะงักทันที เพราะจู่ๆ เหยื่อก็ตัวใหญ่ขึ้นและมองไม่เห็นหน้า สองคือใช้เป็นไม้กันหมาเพื่อดันตัวเขาออกไปโดยที่เราไม่ต้องเอาแขนขาไปเสี่ยง
อีกไอเทมที่น่าสนใจคือ เครื่องส่งคลื่นเสียงอัลตราโซนิก ที่คนไม่ได้ยินแต่สุนัขได้ยินและรำคาญ พอกดปุ่มปุ๊บ สุนัขส่วนใหญ่จะชะงักและถอยหนีเพราะเสียงวี๊ดที่บาดหู แต่ต้องเลือกยี่ห้อที่ได้มาตรฐานหน่อยนะ ของถูกๆ บางทีก็ไม่ได้ผล หรือบางทีหมาแก่หูตึงก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรเลย
สมมติว่าโดนชาร์จเข้าใส่ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติ และ ปกป้องจุดตาย ของลูกเราและตัวเรา จุดที่สุนัขมักจะโจมตีคือลำคอ และหน้าท้อง ถ้าลูกเราเป็นหมาเล็ก ให้รีบอุ้มขึ้นแล้วหันหลังให้หมาเจ้าถิ่น โดยเอาลูกแนบอกให้แน่นที่สุด ยอมให้เขาข่วนหลังหรือกัดก้นเราดีกว่าให้เขากัดลูกเราที่คอ แต่ถ้าลูกเราเป็นหมาใหญ่ ให้ปล่อยสายจูงให้ยาวขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เขามีพื้นที่ป้องกันตัวเอง
ถ้าเรามีกระเป๋าหรือเป้ ให้เอามาเหวี่ยงกันไว้ด้านหน้าเป็นโล่ ถ้าหมาเจ้าถิ่นงับกระเป๋า ให้ปล่อยกระเป๋าให้เขาไปเลย แล้วอาศัยจังหวะนั้นถอยหนี อย่าไปยื้อแย่ง เพราะแรงกระชากอาจทำให้เราล้ม และถ้าล้มลงไปนอนกับพื้นเมื่อไหร่ คือหายนะ ให้รีบขดตัวเป็นก้อนกลม เอามือประสานท้ายทอยเพื่อกันคอ และนอนนิ่งๆ อย่าดิ้น
ลูซี่ขอย้ำอีกรอบเรื่องร่ม แต่ต้องเป็นแบบ พับอัตโนมัติที่มีปุ่มกดเด้งแรงๆ นะ เสียง พรึ่บ ตอนร่มกางออกนี่แหละคือไม้ตาย มันทั้งดังและน่าตกใจ สุนัขที่ไม่คุ้นเคยจะกระโดดโหยงหนีไปตั้งหลักเกือบทุกราย เป็นการซื้อเวลาให้เราเดินเลี่ยงออกมาได้แบบไม่ต้องเจ็บตัว
อนาคตอันใกล้นี้ เราอาจจะได้เห็นนวัตกรรม Coyote Vest หรือเสื้อกั๊กที่มีหนามแหลมหรือเคฟล่ากันเขี้ยว แพร่หลายมากขึ้นในไทย เสื้อแบบนี้ออกแบบมาเพื่อป้องกันสุนัขจากการถูกสัตว์นักล่ากัดที่หลังและคอ ใส่แล้วดูล้ำๆ เหมือนสุนัขพังค์ร็อค แต่มันช่วยชีวิตได้จริงเวลาโดนรุมกัด เป็นเทรนด์ความปลอดภัยที่น่าจับตามองมากๆ
สุดท้ายแล้ว วิธีรับมือ สุนัขเจ้าถิ่น ที่ดีที่สุดคือการ ป้องกัน ไม่ใช่การแก้ไข การที่เราเป็นคนช่างสังเกต และไม่พาตัวเองไปอยู่ในจุดเสี่ยง คือหัวใจสำคัญ การเคารพเจ้าถิ่น ไม่ไปท้าทาย และรู้จักถอยเมื่อจำเป็น ไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่เป็นเรื่องของคนฉลาด ลูซี่หวังว่าทริคเหล่านี้จะช่วยให้เพื่อนๆ มั่นใจขึ้น และพาเจ้าตัวเล็กออกไปท่องโลกได้อย่างมีความสุข
ถ้าพลาดโดนกัด สิ่งแรกคือต้องล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ให้เร็วที่สุดและนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อชะล้างเชื้อโรค จากนั้นเช็ดให้แห้งแล้วราดด้วยยาฆ่าเชื้อเบตาดีน ปิดแผลหลวมๆ แล้วรีบไปโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ใกล้ที่สุดทันที อย่าลืมจำลักษณะของหมาที่กัดเพื่อแจ้งหมอด้วย เรื่องวัคซีนพิษสุนัขบ้าและบาดทะยักสำคัญมาก ห้ามละเลยเด็ดขาดแม้แผลจะเล็กนิดเดียว
การเตรียมตัวรับมือกับเจ้าถิ่น เป็นอีกหนึ่งการแสดงความรักที่เรามีต่อสัตว์เลี้ยง มันแสดงให้เห็นว่าเราพร้อมจะเป็นผู้นำและผู้ปกป้องเขาในทุกสถานการณ์ ขอให้ทริปหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยมิตรภาพระหว่างทาง และปลอดภัยจากคมเขี้ยวเจ้าถิ่นนะทุกคน

