



ใครที่กำลังจดๆ จ้องๆ พอร์ตของตัวเองแล้วมีคำถามว่าปีนี้จะ ลงทุน Rolex รุ่นไหนดี เฌอรินน์อยากบอกว่าจังหวะนี้คือช่วงเวลาที่สนุกที่สุดของตลาด Watch Investment เลยล่ะค่ะ เพราะแทนที่เราจะไปวิ่งไล่ตามโมเดลเซรามิกยุคใหม่ที่ราคาเริ่มตึงมือ สัญญาณจากตลาดรองตอนนี้กลับชี้เป้าไปที่กลุ่ม Neo-Vintage สปอร์ตเรือนเหล็กยุค 90s ถึง 2000s ต้นๆ ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็น Luxury Asset แห่งอนาคตค่ะ
หากเรากางกราฟจากแพลตฟอร์มอย่าง WatchCharts และ Bloomberg ในช่วงปี 2022 ที่ผ่านมา เราเห็นภาวะฟองสบู่ในกลุ่มสปอร์ตยุคใหม่กันไปแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อตลาดคัดกรองนักเก็งกำไรออกไป กลุ่มนาฬิกาที่เป็นรอยต่อของยุคสมัย กลับยืนระยะได้อย่างแข็งแกร่ง
สำหรับ Vintage Hunter แล้ว นี่คือขุมทรัพย์ที่เต็มไปด้วย Information Gain และเสน่ห์ที่เทคโนโลยีสมัยใหม่ลอกเลียนแบบไม่ได้ค่ะ
ช่วงปลายยุค 80s ถึงปลายยุค 2000s ถือเป็นยุคทองของการทดลองวัสดุใหม่ๆ นาฬิกาในยุคนี้ยังคงกลิ่นอายความดิบของยุคคลาสสิก แต่ได้รับการอัปเกรดความทนทานให้เป็น Tool Watch ที่ใช้งานได้จริง ซึ่งนี่แหละค่ะคือแต้มต่อสำคัญในมุมมองของนักลงทุน (25 มีนาคม 2025) [1]
เรามาเริ่มกันที่ Submariner Ref. 16610 โมเดลนี้ผลิตในช่วงปี 1988 ถึง 2010 วัสดุเป็นสเตนเลสสตีล 904L พร้อมขอบฟิล์มอะลูมิเนียมที่เมื่อโดนแสงแดดนานวันเข้าจะเกิดการเฟด กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (Patina)
ในขณะที่ Explorer Ref. 14270 เปิดตัวในปี 1989 ด้วยขนาด 36mm หน้าปัดเงา และมาร์กเกอร์ล้อมกรอบทองคำขาว แม้จำนวนผลิตของทั้งสองรุ่นในอดีตจะมีเยอะ แต่การจะหาสภาพตัวเรือนคมๆ ขอบสวยๆ ที่เป็น Full Set (กล่อง ใบ คู่มือ ป้ายแท็กครบ) ในยุคนี้ กลับกลายเป็นเรื่องยากราวกับงมเข็มในมหาสมุทร (18 กรกฎาคม 2022) [2]
ข้อมูลจาก Chrono24 ชี้ให้เห็นว่าในขณะที่ราคาของสปอร์ตยุคปัจจุบันเริ่มชะลอตัว กราฟราคาของ 16610 และ 14270 กลับค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นแบบขั้นบันได มันไม่ใช่การพุ่งทะยานข้ามคืน แต่เป็น Investment Signal ที่เกิดจาก Real Demand อย่างแท้จริง
การจัดพอร์ต การลงทุนนาฬิกา 2026 ในวันนี้ จึงมุ่งเน้นไปที่การตุนสินทรัพย์กลุ่มนี้ไว้เป็น Core Portfolio เพราะมีสภาพคล่องสูงและปลอดภัยจากความผันผวนของกระแสแฟชั่นค่ะ
ถ้า Submariner คือความมั่นคง GMT-Master II Ref. 16710 คือตัวแทนของความสนุกในการเก็บสะสมค่ะ โมเดลนี้นับเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ Collector Market เพราะมีเสน่ห์ของการเปลี่ยนสีขอบฟิล์มที่หลากหลาย ทั้ง Pepsi (แดง-น้ำเงิน), Coke (แดง-ดำ) และ All Black (9 กันยายน 2021) [3]
ความพิเศษของ 16710 ที่เริ่มผลิตช่วงปี 1989 คือการเป็นพยานของการเปลี่ยนแปลงสารเรืองแสง แบรนด์ได้เปลี่ยนผ่านจาก Tritium (ที่หน้าปัดจะระบุ T<25) ไปสู่ Luminova และ SuperLuminova นาฬิกาเรือนที่มีหน้าปัด Tritium แท้ๆ ซึ่งเปลี่ยนสีเป็นเหลืองนวล (Creamy Patina) ถือเป็น Future Vintage Potential ที่นักล่าตามหาชนิดพลิกแผ่นดิน เพราะมันคือศิลปะที่เกิดจากกาลเวลา ไม่ใช่วิศวกรรม
ในงานประมูลของ Phillips และ Christie’s นาฬิกา 16710 ขอบเป๊ปซี่ที่เฟดสีจนกลายเป็นสีชมพูอ่อน ทำราคาได้พรีเมียมกว่ารุ่นปกติหลายสิบเปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Secondary Market ยินดีจ่ายเงินไม่อั้นให้กับความไม่สมบูรณ์แบบที่สวยงาม ซึ่งเป็นคุณค่าทางใจที่นักสะสมประเมินค่าเป็นตัวเลขได้ยาก

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 เราเห็นแพทเทิร์นพฤติกรรมหนึ่งที่น่าสนใจมากในกลุ่ม Investment Collector ค่ะ นั่นคือการไล่เก็บกวาดนาฬิการหัส 5 หลักที่อยู่ในสภาพ New Old Stock (NOS) หรือสภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะหาได้ออกจากตลาด
สาเหตุที่การกว้านซื้อเกิดขึ้นเงียบๆ เป็นเพราะนักสะสมรู้ดีว่าชิ้นส่วนอย่างขอบฟิล์มและหน้าปัด Tritium จะไม่มีวันถูกผลิตซ้ำอีกแล้ว ยิ่งเวลาผ่านไป ตัวเลือกในตลาดก็จะยิ่งถูกบีบให้แคบลง
นาฬิกากลุ่มนี้จึงกลายเป็น Rolex รุ่นดาวรุ่งนักสะสม ที่มีอัตราการเปลี่ยนมือต่ำลงเรื่อยๆ เพราะคนที่ถือครองมักจะเก็บเข้าเซฟเพื่อเก็งกำไรในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ทำให้ Demand ในตลาดสูงกว่า Supply ที่หมุนเวียนอยู่จริง
ในวงการ Luxury Watch Market กฎทองข้อหนึ่งที่เฌอรินน์ย้ำเสมอคือ อย่าประนีประนอมกับสภาพ แม้จะเป็นรุ่น Vintage การมีกระดาษใบรับประกัน ปีที่ตรงกับซีรีส์ตัวเรือน มีข้อสายตรงยุค จะกลายเป็นเกราะป้องกันราคาชั้นดีในยามที่ตลาดผันผวน
นาฬิกาที่มี Full Set จะมี Value Proposition เหนือกว่าเรือนเปล่าๆ เสมอ และมักจะเป็นชิ้นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นสถิติใหม่ในงานประมูลระดับโลก (22 เมษายน 2024) [4]
การเลือกเก็บ Tool Watch รหัส 5 หลักอย่าง Submariner 16610, Explorer 14270 และ GMT-Master II 16710 ไม่ใช่แค่การเล่นกับความคลาสสิก แต่คือการถือครองสินทรัพย์ที่มีเกราะป้องกันเงินเฟ้อโดยธรรมชาติ และเมื่อฐานพอร์ตของคุณแน่นพอ การขยับไปเติมเต็มคอลเลกชันด้วย Omega รุ่นวินเทจที่น่าสะสม หรือไอคอนิกจากแบรนด์อื่นๆ ก็จะยิ่งทำให้พอร์ตของคุณทรงพลังมากยิ่งขึ้น
จำนวนการผลิตที่เยอะในอดีตไม่ได้แปลว่า สภาพที่สมบูรณ์จะมีเยอะตามไปด้วยค่ะ นาฬิกาสาย Tool Watch มักจะถูกใช้งานอย่างหนักหน่วง ผ่านการขัดแต่งตัวเรือนจนเสียทรง หรือเปลี่ยนอะไหล่มานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้น 16610 ที่ตัวเรือนอ้วนๆ เหลี่ยมมุมคมกริบแบบไม่เคยขัด และมาพร้อมอุปกรณ์ครบชุด จึงกลายเป็นของหายาก ที่ราคามีแต่จะทิ้งห่างเรือนสภาพช้ำๆ ออกไปทุกทีค่ะ
บางเรือนไม่ได้มีค่าเพียงเพราะราคากระโดดสูงขึ้นบนหน้าจอแพลตฟอร์มเทรด แต่มีค่าเพราะมันได้บันทึกร่องรอยของยุคสมัยที่ไม่อาจย้อนกลับไปได้อีก ตลาดรองและตัวเลขทางเศรษฐกิจอาจเป็นตัวกำหนดราคาซื้อขายตามกลไก แต่วิสัยทัศน์ ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ และรสนิยมของนักสะสมต่างหาก ที่เป็นคุณค่าที่แท้จริงของคุณค่ะ

