



ลงทุนในกระเป๋า LV อาจฟังดูเหมือนเรื่องของสาวสังคมไฮโซที่ใช้เงินแก้เครียด แต่เอาเข้าจริง นี่คือสมรภูมิการเงินที่ดุเดือด และน่าสนใจไม่แพ้ตลาดหุ้น วันนี้ป๋าจะมาแฉให้ฟังว่าทำไม LV ถึงกลายเป็นทองคำในรูปแบบเครื่องหนัง และทำไมเซียนลงทุนถึงกล้าเทหมดหน้าตักให้กับมัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เงินสดด้อยค่าลงแบบนี้ และหากคุณต้องการเจาะลึกโปรดอ่าน คู่มือลงทุน LV ฉบับเต็มของเรา
ถ้าจะมองให้เป็นหุ้น มันก็คือหุ้นที่มีป้อมปราการแข็งแกร่งที่สุดในปฐพีครับ ป๋าจำได้แม่นเลยว่าตอนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 (Hamburger Crisis) ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกพังพินาศ แต่ยอดขายของ Louis Vuitton กลับไม่สะเทือน แถมยังเติบโตสวนกระแสได้อย่างน่าอัศจรรย์ สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า แบรนด์นี้มีอำนาจในการกำหนดราคาที่เหนือกว่าสภาวะเศรษฐกิจ
แบรนด์สร้างอุปสงค์เทียมเก่งมากครับ ด้วยการจำกัดจำนวนการผลิตและการกระจายสินค้า ทำให้ของดูขาดแคลนตลอดเวลา ยิ่งคนอยากได้ ยิ่งหายาก ราคาก็ยิ่งพุ่ง มันคือกฎ Demand-Supply พื้นฐานที่ถูกบริหารจัดการอย่างมีชั้นเชิง ทำให้มันเป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่ไม่มีวัน “ลดราคา” ซึ่งนั่นคือหลักประกันชั้นดีสำหรับนักลงทุนว่า เงินต้นของคุณจะไม่หายไปไหน
หลายคนสงสัยว่าซื้อมาใช้แล้วจะเอากำไรมาจากไหน? คำตอบอยู่ที่ ส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลาครับ โมเดลธุรกิจคือการปรับขึ้นราคาหน้าช็อปอย่างสม่ำเสมอ เมื่อราคาของใหม่แพงขึ้น ราคามือสองก็จะขยับฐานตามขึ้นไปโดยอัตโนมัติ
ป๋าขอแบ่งกระเป๋าออกเป็น 2 เกรด เพื่อให้เห็นภาพการลงทุนชัดเจน
อย่าเพิ่งเชื่อคำคุยของป๋าจนกว่าจะได้เห็นกราฟครับ ลองไปดูรายงานของ Knight Frank ที่เขาทำดัชนีเทียบผลตอบแทนของสินค้าสะสมชนิดต่างๆ จะเห็นชัดเลยว่า กระเป๋าแบรนด์เนมให้ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี สูงกว่างานศิลปะ แสตมป์ หรือแม้แต่นาฬิกาบางยี่ห้อเสียอีก ข้อมูลพวกนี้แหละครับที่เป็น Back-up ชั้นดีเวลาคุณจะขออนุมัติงบจากผบ.ที่บ้าน (2 มิถุนายน 2025) [3]
มาดูตัวเลขจริงที่เกิดขึ้นกันครับ ในช่วงปี 2020 ถึง 2022 ซึ่งเป็นช่วงพีคของโควิด Louis Vuitton ปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ย 3-4 ครั้งต่อปี รวมเบ็ดเสร็จราคาพุ่งขึ้นไปกว่า 40-50% ในบางรุ่น
ลองนึกภาพว่าถ้าคุณซื้อ Neverfull MM ในปี 2019 ที่ราคาประมาณ 40,000 กว่าบาท มาวันนี้ราคาป้ายทะลุ 60,000 บาทไปแล้ว เท่ากับว่าคุณใช้กระเป๋าฟรีแถมได้กำไรส่วนต่างอีกเกือบ 20,000 บาท นี่คือพลังของเงินเฟ้อที่ทำอะไร LV ไม่ได้เลยครับ

คำถามสำคัญคือ แล้วเราจะเริ่มยังไง? ป๋าแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ “Core & Satellite” ครับ คือมีพอร์ตหลักที่มั่นคง และพอร์ตเสริมที่เน้นซิ่ง
ต้นทุนคือหัวใจของการลงทุนครับ ถ้าคุณซื้อช็อปไทย คุณจะได้ราคา Retail Price ที่รวมภาษีนำเข้าและค่าการตลาดไปแล้ว ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุด โอกาสทำกำไรระยะสั้นจะยากหน่อย ต้องถือยาวมากๆ
แต่ถ้าคุณเป็นสายล่าของถูก ป๋าแนะนำให้มองหา “มือสองสภาพกริ๊บจากญี่ปุ่น” ครับ ญี่ปุ่นเป็นแหล่งขุมทรัพย์ LV ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมาตรฐานการตีสภาพของคนญี่ปุ่นเชื่อถือได้มากที่สุด คุณอาจจะได้ Speedy สภาพ 95% ในราคาที่ถูกกว่าช็อปไทย 40-50% ซึ่งนั่นหมายความว่าคุณมี “กำไรตั้งแต่วันแรกที่ซื้อ” แล้วครับ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเข้าซื้อคือช่วงที่แบรนด์ “เพิ่งประกาศปรับขึ้นราคา” ใหม่ๆ ครับ เพราะราคามือสองมักจะยังปรับตัวตามไม่ทัน จะมีช่วง Gap เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ที่คุณสามารถไปช้อนซื้อของในตลาดมือสองได้ในราคาเดิม ก่อนที่พ่อค้าแม่ค้าจะรู้ตัวและปรับราคาขึ้นตาม
ความเสี่ยงสูงสุดของการลงทุนใน LV ไม่ใช่ราคาตก แต่คือ “สภาพนางฟ้ากลายเป็นสภาพศพ” ครับ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นคาวไฮด์ (Cowhide) นั้นไวต่อความชื้นและแสงแดดมาก ถ้าคุณเก็บไม่ดี ปล่อยให้คาวไฮด์ดำด่าง หรือด้านในลอกเหนียว มูลค่าจะหายไปทันที 50-70% ดังนั้น การลงทุนต้องมาคู่กับความรู้เรื่องการดูแลรักษาเสมอครับ
หากคุณสนใจรายละเอียดรุ่นคลาสสิกที่ป๋าแนะนำเป็นพิเศษ เราได้จัดทำบทวิเคราะห์เฉพาะรุ่นที่น่าจับตาไว้แล้วใน LV รุ่นที่น่าเก็บ ซึ่งจะช่วยเสริมการตัดสินใจของคุณ
ถ้าย้อนไปดูช่วงปี 2018 ถึง 2021 ซึ่งเป็นยุคของ Virgil Abloh ดีไซเนอร์ผู้ล่วงลับ เขาได้เปลี่ยนโฉม LV ฝั่งผู้ชายให้กลายเป็น Street Luxury ที่วัยรุ่นทั่วโลกคลั่งไคล้ ของสะสมจากยุคนี้กำลังเริ่มมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ ในฐานะงานศิลปะที่มีจำนวนจำกัด ใครที่มีชิ้นงานจากคอลเลกชันพวกนี้ เก็บรักษาไว้ให้ดีครับ อนาคตสดใสแน่นอน
ลงทุนในกระเป๋า LV สรุปแล้วมันคือการผสมผสานระหว่าง “Passion” กับ “Profit” ครับ ถ้าคุณไม่ได้รักในแบรนด์ ซื้อมาแล้วไม่กล้าใช้ เอาแต่เก็บไว้ในตู้เซฟ ป๋าว่าไปซื้อทองแท่งดีกว่า แต่ถ้าคุณชอบแฟชั่น อยากใช้ของดี และอยากให้เงินงอกเงยไปพร้อมๆ กัน LV คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ
คำถามยอดฮิตที่ป๋าโดนถามทุกวัน ถ้ามีงบแค่นี้และอยากเพลย์เซฟที่สุด ป๋าชี้เป้าไปที่ Louis Vuitton Pochette Accessoires (รุ่นใหม่ที่มีสายสะพาย) หรือ Speedy Nano ครับ สองรุ่นนี้จิ๋วแต่แจ๋ว ดีมานด์ในตลาดสูงมาก ของขาดตลาดตลอดเวลา ถ้าคุณหาซื้อได้ในราคาป้าย หรือราคามือสองที่สมเหตุสมผล รับรองว่าปล่อยต่อเมื่อไหร่ก็กำไร
หวังว่าจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไปนะครับ การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในสิ่งที่เรามีความรู้ จงศึกษาให้ลึก ดูของให้ขาด และเข้าใจวัฏจักรของราคา แล้วกระเป๋าใบโปรดของคุณจะกลายเป็นเครื่องจักรผลิตเงินสดที่ซื่อสัตย์ที่สุดครับ ขอให้สนุกกับการล่าสมบัติ แล้วเจอกันใหม่ที่คลับครับ!

