



รีวิว คาเฟ่สัตว์แปลก คือสิ่งที่ลูซี่ตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อเพื่อนๆ ที่เบื่อคาเฟ่หมาแมวแบบเดิมๆ และอยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่กับสัตว์ Exotic ที่หาดูยากในชีวิตประจำวัน ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเราจะได้นั่งจิบกาแฟโดยมีเมียร์แคตมานั่งเฝ้า หรือมีงูหลามตัวใหญ่นอนขดอยู่ข้างๆ ในปี 2026 นี้ คาเฟ่สัตว์แปลกผุดขึ้นเยอะมาก แต่ไม่ใช่ทุกที่ที่จะดีและปลอดภัย
ย้อนกลับไปดูเทรนด์คาเฟ่สัตว์แปลก ช่วงปี 2018–2020 ยุคนั้นคาเฟ่แบบนี้มักจะดูทึมๆ เหมือนห้องทดลอง หรือมีกลิ่นอับของสัตว์ที่ชวนเวียนหัว บางร้านก็เอาสัตว์มาโชว์เฉยๆ โดยไม่มีคนดูแลใกล้ชิด ทำให้เกิดดราม่าเรื่องสวัสดิภาพสัตว์บ่อยครั้ง ความลำบากของคนไปเที่ยวคือต้องลุ้นว่าสัตว์จะดุไหม หรือจะติดเชื้อโรคกลับมาหรือเปล่า
แต่พอมองกลับมาที่ปัจจุบัน บริการสัตว์เลี้ยง ครบวงจร ในรูปแบบคาเฟ่ได้ยกระดับมาตรฐานขึ้นสูงมาก เรามีคาเฟ่ที่ตกแต่งสไตล์ป่าฝนดิบชื้น (Rainforest Theme) แต่ติดแอร์เย็นฉ่ำ มีระบบระบายอากาศฆ่าเชื้อระดับโรงพยาบาล และมี Zookeeper คอยให้ความรู้และดูแลสัตว์ทุกตัวอย่างใกล้ชิด
ความสบายใจของทาสยุคนี้คือ เราสามารถสัมผัสสัตว์แปลกได้อย่างปลอดภัย ภายใต้คำแนะนำที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการปลูกฝังความรักและความเข้าใจในธรรมชาติไปในตัว
ที่นี่คือตำนานที่ยังมีลมหายใจ จุดเด่นคือความหลากหลายของสัตว์ ทั้งแรคคูน ฟ็อกซ์ (สุนัขจิ้งจอก) และเมียร์แคต บรรยากาศร้านกว้างขวาง สะอาดสะอ้าน ไม่มีกลิ่นเหม็นเลย
ไฮไลท์คือโซนแรคคูน ที่เราสามารถเข้าไปป้อนอาหารและถ่ายรูปคู่ได้ น้องๆ ที่นี่เชื่องและขี้เล่นมาก (บางทีก็เล่นแรงไปนิด ต้องระวังของมีค่า) พนักงานดูแลดีมาก คอยบอกวิธีเข้าหาสัตว์ที่ถูกต้องตลอดเวลา
ถ้าชอบบรรยากาศแบบ Harry Potter ผสม Jumanji ต้องมาที่นี่ ร้านตกแต่งสวยมาก ถ่ายรูปได้ทุกมุม สัตว์ที่นี่จะเน้นไปทางสัตว์นักล่าเท่ๆ เช่น นกฮูก แมวป่าคาราคัล และงูหลามทอง
ข้อดีคือสัตว์แต่ละตัวจะมีช่วงเวลาพักผ่อนชัดเจน ไม่โดนกวนตลอดเวลา ทำให้สัตว์ไม่เครียดและเป็นมิตรกับคน ขนมและเครื่องดื่มที่นี่อร่อยจริงจัง ไม่ได้มีดีแค่สัตว์
แม้จะไม่แปลกมาก แต่ความน่ารักเกินต้าน ที่นี่มีกระต่ายปล่อยวิ่งอิสระเต็มร้าน เราสามารถนั่งพื้นเล่นกับน้องได้เลย น้องกระต่ายที่นี่คุ้นคนมาก กระโดดมานั่งตักขอขนมกินหน้าตาเฉย ใครอยากฮีลใจด้วยความนุ่มฟู ต้องมาที่นี่เลย
อ้างอิงข้อมูลจากองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ระบุว่า การสัมผัสสัตว์แปลกมีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรค (Zoonosis) เช่น เชื้อรา หรือแบคทีเรียซัลโมเนลลา ดังนั้นคาเฟ่ที่ดีต้องมีอ่างล้างมือและเจลฆ่าเชื้อให้บริการอย่างเพียงพอ และต้องจำกัดจำนวนคนเข้าชมต่อรอบ เพื่อลดความเครียดของสัตว์ เพราะความเครียดคือสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์ป่วยและก้าวร้าว (20 กุมภาพันธ์ 2024) [1]

ช่วงปี 2021–2023 ยอดเช็คอินในคาเฟ่สัตว์แปลกในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นกว่า 150 เปอร์เซ็นต์ โดยกลุ่มลูกค้าหลักคือ Gen Z และครอบครัวที่มีเด็กเล็ก สะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ต้องการประสบการณ์ที่แปลกใหม่และใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น แม้จะอยู่ในป่าคอนกรีตก็ตาม
ลูซี่มองว่าสาเหตุที่กระแสนี้พุ่งแรงไม่หยุดในปี 2026 เป็นเพราะพฤติกรรม Pet Therapy ที่เปลี่ยนไปค่ะ คนเมืองไม่ได้ต้องการแค่ความนุ่มฟูจากหมาแมวอีกต่อไป แต่ต้องการ ความตื่นเต้นที่แปลกตา เพื่อชาร์จพลังจากความจำเจ
การได้มองพฤติกรรมตลกๆ ของเป็ดคอลดั๊ก หรือความนิ่งสงบของกิ้งก่าเบียร์ดดราก้อน มันให้พลังงานที่ต่างออกไป และที่สำคัญคือคาเฟ่ยุคนี้ฉลาดมากที่จัดมุมถ่ายรูปให้เหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในสารคดี National Geographic ทำให้ยอดแชร์บนโซเชียลพุ่งกระฉูด จนกลายเป็นลิสต์ยอดฮิตที่ใครๆ ก็ต้องมาเช็คอินสักครั้งในชีวิตค่ะ
สัตว์แปลกหลายชนิดหากินกลางคืน (Nocturnal) ช่วงกลางวันเขาอาจจะง่วง การไปปลุกเขาอาจทำให้เขาตกใจและกัดได้ ให้เล่นกับตัวที่ตื่นและพร้อมเล่นเท่านั้น (2 กันยายน 2025) [2]
ลูซี่ขอเสริมแรงๆ เลยว่า การที่เราเห็นน้องนอนนิ่งๆ แล้วไปจิ้มหรือไปเขย่าตัวเพื่อให้เขาตื่นมาถ่ายรูปคู่กับเราเนี่ย เป็นการเสียมารยาทอย่างแรง และทำร้ายสุขภาพสัตว์ทางอ้อมด้วยนะจ๊ะ เพราะการถูกปลุกขัดจังหวะการพักผ่อนบ่อยๆ จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์ตกลง และเครียดสะสม
ลองจินตนาการว่ามีคนมาเขย่าตัวเราตอนกำลังหลับปุ๋ยสิ เรายังหงุดหงิดเลยใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นถ้าไปถึงร้านแล้วเห็นน้องหลับอยู่ ลูซี่แนะนำให้แอบถ่ายรูปตอนน้องนอนก็น่ารักไปอีกแบบ หรือจะนั่งจิบกาแฟรอจังหวะที่น้องตื่นมาทักทายเองจะฟินกว่าเยอะเลยค่ะ
สัตว์ Exotic มักจะขี้ตกใจ การกรี๊ดกร๊าดหรือวิ่งเข้าใส่ จะกระตุ้นสัญชาตญาณการป้องกันตัวของเขา ให้เข้าหาช้าๆ และนุ่มนวล
โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่พาเด็กเล็กไปด้วย ต้องคอยกำชับให้ดีนะคะ เพราะประสาทสัมผัสของสัตว์แปลกหลายชนิดไวกว่ามนุษย์หลายเท่า เสียงหัวเราะที่ดังเกินไปหรือการโบกไม้โบกมือไปมา อาจถูกตีความว่าเป็นภัยคุกคามได้
เคล็ดลับของลูซี่คือ ให้ลองนั่งนิ่งๆ ในระดับสายตาเดียวกับสัตว์ แล้วปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายเดินเข้าหาเราเอง ความนิ่งคือการสร้างมิตรภาพ ที่ดีที่สุดในโลกของสัตว์แปลกค่ะ เชื่อเถอะว่าถ้าเราใจเย็นพอ น้องๆ จะเป็นฝ่ายเข้ามาดม มาอ้อน หรือขึ้นมานอนบนตักเราเองโดยไม่ต้องบังคับเลยล่ะ
จุดเล็กๆ ที่เริ่มฮิตคือคาเฟ่ที่เน้นสัตว์เลื้อยคลานโดยเฉพาะ เช่น กิ้งก่าเบียร์ดดราก้อน ตุ๊กแกเสือดาว ข้อดีคือสัตว์พวกนี้นิ่งมาก ถ่ายรูปง่าย ไม่วุ่นวาย และไม่มีขนให้คนแพ้ขนสัตว์ต้องกังวล เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
มองไปข้างหน้าอีก 1-2 ปี เราอาจจะได้เห็นคาเฟ่ที่ใช้เทคโนโลยี Hologram หรือ VR ให้เราได้สัมผัสสัตว์ป่าหายากหรือสัตว์ดึกดำบรรพ์แบบเหมือนจริง โดยไม่ต้องกักขังดัตว์จริง เป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและตื่นตาตื่นใจสุดๆ (8 เมษายน 2025) [3]
ลูซี่ตื่นเต้นกับเทรนด์นี้มากค่ะ เพราะมันคือการยกระดับ Ethical Cafe ไปอีกขั้น เราจะได้ใส่แว่น VR จิบกาแฟรสเลิศ พร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสแพนด้าแดงในป่าจำลอง หรือเดินเล่นท่ามกลางฝูงนกฟลามิงโก้ที่เกาะส่วนตัวได้แบบ 360 องศา โดยที่ไม่มีสัตว์ตัวไหนต้องถูกจำกัดอิสรภาพเลย
นวัตกรรมนี้ จะตอบโจทย์คนรักสัตว์สายอนุรักษ์ ที่อยากสัมผัสความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิต แต่ยังอยากรักษาจริยธรรมสวัสดิภาพสัตว์ไว้ให้ดีที่สุด เป็นเทรนด์อนาคตที่ลูซี่กล้าฟันธงเลยว่าปังแน่นอน
สรุปสั้นๆ รีวิว คาเฟ่สัตว์แปลก ให้คนขี้สงสัยกล้าตัดสินใจ มันคือการเปิดโลกทัศน์ที่ดีมาก มันทำให้เรารู้ว่าสัตว์ทุกชนิดมีความน่ารักในแบบของตัวเอง ถ้าเราเรียนรู้วิธีเข้าหาที่ถูกต้อง เลือกร้านที่สะอาด มีใบอนุญาตถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด การไปคาเฟ่สัตว์แปลกจะเป็นความทรงจำที่ประทับใจไม่รู้ลืมแน่นอน
ส่วนใหญ่เข้าได้ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองอย่างใกล้ชิดมากๆ เพราะเด็กมักจะกะแรงไม่ถูก อาจเผลอบีบสัตว์แรงเกินไปจนโดนกัดได้ บางร้านอาจจำกัดอายุเด็กเพื่อความปลอดภัย
ลูซี่หวังว่ารีวิวนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เลือกร้านที่ถูกใจและเตรียมตัวไปสนุกกับน้องๆ ได้อย่างเต็มที่นะ การเคารพและให้เกียรติสัตว์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เที่ยวให้สนุก ถ่ายรูปให้สวย แล้วอย่าลืมล้างมือบ่อยๆ ด้วยนะจ๊ะ บาย

