



รีวิวที่พักหรู สัตว์เข้าได้ ยอมรับมาซะดีๆ ว่าเวลาเราเห็นรูปดาราเซเลบพาน้องหมาน้องแมวไปนอนโรงแรมหรูๆ ถ่ายรูปบนเตียงนุ่มๆ หรือนั่งจิบชาในสวนสวยๆ ใจเรามันก็สั่นพับๆ อยากจะพาลูกเราไปสัมผัสชีวิตดีๆ แบบนั้นบ้าง วันนี้ลูซี่เลยขอจัดเต็ม พาทุกคนไปเจาะลึกโลกของที่พักระดับ High-End ที่อ้าแขนรับเจ้าสี่ขาของเราแบบจริงใจ ไม่ไก่กา
เชื่อไหมว่าถ้าย้อนเวลากลับไปสักช่วงปี 2018-2020 คำว่าโรงแรมหรูที่รับสัตว์เลี้ยงนี่แทบจะเป็นนิยายขายฝัน สมัยนั้นถ้าจะเอาหมาแมวไปเที่ยวที ลูซี่บอกเลยว่ามีแต่ต้องแอบเอาเข้า หรือถ้าโรงแรมอนุญาตจริงๆ ก็มักจะให้ไปนอนโซนแม่บ้าน หรือเรือนคนใช้แยกต่างหาก จะเดินเฉิดฉายในล็อบบี้หรูๆ เหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ สายตาที่มองมาเหมือนเราพาตัวประหลาดเข้าไป
แต่ดูตอนนี้สิคะ โลกหมุนเปลี่ยนไปเร็วมาก โรงแรมเชนใหญ่ระดับโลกหลายแห่งเริ่มแข่งกันงัดนโยบาย Pet Friendly ออกมาสู้กันยิบตา ไม่ใช่แค่ ให้เข้า แต่คือ เชิญเข้า แบบปูพรมแดง มี Welcome Drink เป็นนมแพะเย็นเจี๊ยบรอต้อนรับลูกเราตั้งแต่หน้าประตู
เอาล่ะ ก่อนจะรูดบัตรเครดิตจองห้องคืนละหลายหมื่น เราต้องจูนคลื่นกันก่อน ประเด็นคือหลายคนคิดว่าจ่ายแพงแล้วฉันจะทำอะไรก็ได้ ลูกฉันจะเห่าจะวิ่งชนแจกันแตกก็ได้ อันนี้ผิดมหันต์นะคะ ความหรูหรามาพร้อมกับ ความเกรงใจ และ มารยาท เสมอ
ยิ่งโรงแรมระดับ 5-6 ดาว กฎระเบียบเขายิ่งเป๊ะ ยิ่งเนี๊ยบ เพื่อรักษาบรรยากาศให้แขกคนอื่นด้วย ดังนั้นการเตรียมตัวของลูกเราให้พร้อมเข้าสังคมไฮโซเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าใครยังไม่ชัวร์ว่าต้องฝึกน้องยังไง หรือเตรียมเอกสารวัคซีนอะไรบ้าง ลูซี่แนะนำให้แวะไปทำการบ้านที่ คู่มือพาสัตว์เลี้ยงเที่ยว 2025 ก่อนเลยค่ะ ในนั้นมีเช็คลิสต์ที่ช่วยให้เราดูโปร ไม่เด๋อด๋าเวลาไปเช็คอิน
อีกเรื่องที่ต้องเตือนกันแรงๆ แบบเพื่อนเตือนเพื่อน คือเรื่อง Pet Fee หรือค่าธรรมเนียมสัตว์เลี้ยง บางที่ราคาห้องพักดูดีมาก แต่พอไปถึงหน้างาน เจอค่าเข้าพักของน้องหมาตัวละ 3,000 – 5,000 บาทต่อคืน ยังไม่รวมค่ามัดจำความเสียหายที่กันวงเงินบัตรเครดิตเราไปอีกเป็นหมื่น (17 มีนาคม 2025) [1]
ลูซี่เคยเจอมากับตัว หน้าซีดเลยค่ะตอนรูดบัตร ฉะนั้นต้องอ่าน Fine Print ตัวเล็กๆ ให้ดี หรือโทรถามให้เคลียร์ก่อนว่าราคานี้รวมอาหารเช้าลูกเราไหม หรือรวมค่าทำความสะอาดพรมหรือยัง จะได้ไม่โป๊ะแตกตอนเช็คเอาท์นะจ๊ะ
อ้างอิงจาก Forbes Travel Guide สื่อระดับโลกที่จัดอันดับโรงแรมหรู เขาบอกไว้ชัดเจนเลยว่า มาตรฐานโรงแรมหรูยุคใหม่ ต้องมี Pet Amenities ที่เทียบเท่ากับของคน เช่น เตียงนอนสั่งทำพิเศษ เมนูอาหาร Room Service สำหรับสัตว์เลี้ยง และบริการ Concierge ที่แนะนำที่เที่ยวสำหรับสุนัขได้ (14 มกราคม 2022) [2]
ช่วงปี 2021-2023 ตัวเลขการใช้จ่ายในหมวด Luxury Pet Travel เติบโตขึ้นกว่า 40% ในเอเชียแปซิฟิก คือคนไม่ได้แค่พาสัตว์ไปเที่ยว แต่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อบริการ Extra Service เช่น สปาสัตว์เลี้ยง หรือบริการพี่เลี้ยงส่วนตัว ระหว่างที่เจ้าของไปดินเนอร์ เทรนด์นี้สะท้อนชัดเจนว่า สัตว์เลี้ยงคือลูกคนใหม่ ที่เราพร้อมทุ่มไม่อั้น

ลูซี่เห็นแล้วยังอึ้งกับเซอร์วิสสมัยนี้ คือบางทีเราแอบน้อยใจนะว่าพนักงานดูแลลูกเราดีกว่าดูแลเราอีก ตอนนี้กระแส Staycation กับสัตว์เลี้ยง หรือที่เรียกเก๋ๆ ว่า Pet-Cation กำลังบูมสุดๆ โรงแรมหรูริมแม่น้ำ หรือรีสอร์ทพูลวิลล่ากลางเมือง ต่างงัดไม้เด็ดมาสู้กัน ไม่ว่าจะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ หรือสวน Agility ที่มีครูฝึกคอยดูแล (21 ตุลาคม 2025) [3]
ความลับที่คนวงในเขารู้กันคือ โรงแรมหรูบางแห่งเขามี Pet Butler ด้วยนะแม่ คือเป็นบัตเลอร์ส่วนตัวที่คอยดูแลเรื่องอาหารการกิน พาไปเดินขับถ่าย เก็บอึให้เสร็จสรรพ หรือแม้กระทั่งมีบริการ Pet Afternoon Tea จัดเซตขนมหวาน (ที่กินได้จริงและปลอดภัย) มาเสิร์ฟพร้อมน้ำชาของแม่ ให้เราได้ถ่ายรูปทำคอนเทนต์สวยๆ ลงไอจี
ลูซี่ขอยืนยันเลยว่าโมเมนต์ที่ได้นั่งจิบชากับลูกรักในสวนสไตล์อังกฤษ มันฟินจนลืมความเหนื่อยล้าไปหมดสิ้น
แต่ถ้ามองอีกมุม ไม่ใช่ทุกที่ที่หรูแล้วจะดีเสมอไป บางที่ตกแต่งสวยแพงมาก ปูพรมทั้งห้อง เฟอร์นิเจอร์กำมะหยี่ แต่… กลิ่นอับแรงมาก! เพราะน้องหมาตัวก่อนหน้าอาจจะทำวีรกรรมไว้ แล้วโรงแรมทำความสะอาดไม่ถึง หรือบางที่บอกว่ามีสวนวิ่งเล่น
แต่เอาเข้าจริงเป็นแค่หย่อมทุ่งหญ้าเล็กๆ ข้างลานจอดรถ เรื่องพวกนี้ต้องสืบจากรีวิวคนไปจริงเท่านั้นค่ะ ถ้าอยากเห็นตัวเลือกหลากหลาย ทั้งแบบหรูและแบบน่ารักอบอุ่น ลองแวะไปส่องที่ รวมฮิตที่เที่ยว และที่พัก เพิ่มเติมดู เผื่อจะเจอช้อยส์ที่ถูกใจและสบายกระเป๋ากว่า
จุดเล็กๆ ที่ลูซี่ประทับใจมากในโรงแรมบางแห่ง คือการใส่ใจเรื่อง ความปลอดภัย เช่น ปลั๊กไฟที่มีฝาครอบกันน้องเลีย หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็น Organic 100% ไม่มีสารเคมีตกค้างที่พื้น เพราะเขารู้ว่าน้องหมาน้องแมวเราต้องนอนกลิ้งเกลือกกับพื้น อันนี้คือความ Luxury ที่แท้ทรู คือความใส่ใจในสุขภาพของลูกเราค่ะ
มองข้ามช็อตไปถึงปี 2026-2027 ลูซี่ว่าเราจะได้เห็น Smart Pet Room มากขึ้นแน่ๆ ห้องพักที่ปรับอุณหภูมิอัตโนมัติตามสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยง หรือระบบกล้องวงจรปิด AI ที่วิเคราะห์พฤติกรรมน้องแล้วส่ง Report เข้ามือถือเราแบบ Real-time เทคโนโลยีจะเข้ามาผสานกับความหรูหรา ทำให้เราวางใจได้มากขึ้นเวลาต้องทิ้งน้องไว้ในห้องลำพัง
สรุปสั้นๆ เลยนะคะ การพาเขามาพักที่หรูๆ แบบนี้ มันอาจจะดูสิ้นเปลืองในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเรา มันคือการซื้อความสบายใจ ซื้อความปลอดภัย และซื้อประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่เราจะได้ดูแลเขาให้ดีที่สุดเหมือนที่เขารักเราอย่างไม่มีเงื่อนไข เงินทองหาใหม่ได้ แต่ช่วงเวลาที่ลูกเรายังแข็งแรง วิ่งเล่นได้ มันมีจำกัดนะคะ
สุดท้ายนี้ ลูซี่อยากฝากไว้ว่า รีวิวที่พักหรู สัตว์เข้าได้ ไม่ได้วัดกันที่ราคาห้องพัก แต่วัดกันที่ รอยยิ้ม ของเราและลูก ถ้าไปที่ไหนแล้วเรามีความสุข ลูกเราหางกระดิกไม่หยุด นั่นแหละค่ะคือที่พักระดับ 7 ดาวในหัวใจของเรา ขอให้ทุกคนเจอที่พักที่ใช่ แล้วไปสร้างความทรงจำสุด Exclusive ด้วยกันนะคะ เลิฟๆ

