



ราคาประมูล Hypercar ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนเช็คที่เขียนจ่ายกันเล่นๆ แต่มันคือชีพจรของคนรวยระดับ Ultra High Net Worth นี่คือสนามรบที่ไม่มีเลือด มีแต่ศักดิ์ศรีและเม็ดเงินล้วนๆ ถ้าคุณคิดว่าราคาน้ำมันแพง ลองมาดูค่าตัวของรถพวกนี้ตอนเปลี่ยนมือดูสิครับ แล้วจะรู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรที่เงินเฟ้อทำอันตรายไม่ได้
เรื่องนี้ต้องเล่าย้อนไปไกลหน่อย สมัยก่อนการประมูลรถหรูมันเป็นเรื่องของชมรมคนรักรถเก่า กลุ่มเล็กๆ ที่มาแลกเปลี่ยนของกัน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญมันเริ่มช่วงปลายยุค 80s
จุดกำเนิดความบ้าคลั่ง
ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับ สมัยก่อนเราซื้อรถเพราะชอบขับ แต่เดี๋ยวนี้การประมูลคือการ ฟอกมูลค่า ให้สินทรัพย์นั้นได้รับการยอมรับในระดับสากล รถคันไหนผ่านเวทีใหญ่ๆ อย่าง Pebble Beach มาได้ ก็เหมือนได้ใบรับรองความขลังติดตัวไปตลอดชีวิต
คุณอาจจะสงสัยว่าทำไมคนเราถึงยอมจ่ายเงิน 10 ล้านดอลลาร์เพื่อรถคันเดียว ทั้งที่ราคากลางอาจจะอยู่แค่ 8 ล้าน คำตอบคือ Ego ล้วนๆ ในห้องประมูลมันมีพลังงานบางอย่างที่กระตุ้นให้เราไม่อยากแพ้ เขาเรียกว่า Winner’s Curse คือได้ของมาก็จริงแต่จ่ายแพงกว่าชาวบ้าน แต่สำหรับคนระดับนี้ การได้ครอบครองสิ่งที่คนอื่นอยากได้แต่ไม่ได้ มันคือความสะใจที่ประเมินค่าไม่ได้ครับ (12 ธันวาคม 2024) [1]
สิ่งที่ทำให้ราคาประมูลกระโดดไม่ใช่แค่รถรุ่นไหน แต่มันคือ รถของใคร รถคันเดียวกัน รุ่นเดียวกัน ปีเดียวกัน แต่ถ้าคันหนึ่งเคยเป็นของราชวงศ์ หรือนักแข่งแชมป์โลก ราคาจะต่างกันฟ้ากับเหว ผมเคยเห็น Porsche 911 ธรรมดาๆ กลายเป็นของวิเศษเพียงเพราะ Steve McQueen เคยขับมันไปซื้อบุหรี่ นี่แหละเสน่ห์ที่หาไม่ได้ในโชว์รูม (4 ธันวาคม 2025) [2]
ลองมาดูสถิติจริงที่ผมจดจำได้แม่นยำ มันสะท้อนภาพตลาดได้ชัดเจนมาก กราฟขาขึ้นที่ไม่มีวันตก
เห็นอะไรไหมครับ ระยะเวลาเกือบ 30 ปี มูลค่าเพิ่มขึ้น 20 เท่า นี่คือผลตอบแทนที่ชนะกองทุนรวมทุกกองในโลก

ช่วงที่ตลาดหุ้นแดงเถือก หรือคริปโตร่วงกราวรูด สังเกตไหมว่าราคาประมูลรถระดับท็อปกลับนิ่ง หรือบางทีก็ New High ซะงั้น สาเหตุเพราะ Smart Money หรือเงินฉลาดๆ มักจะไหลเข้าหา Hard Asset หรือสินทรัพย์ที่จับต้องได้เสมอ รถพวกนี้ผลิตเพิ่มไม่ได้แล้ว (Out of Production) ในขณะที่เงินกระดาษพิมพ์เพิ่มได้เรื่อยๆ (19 มกราคม 2026) [3]
ถ้าจะให้วิเคราะห์ลึกลงไปอีก การประมูลคือกลไกการตั้งราคาที่โปร่งใสที่สุด (ในทางทฤษฎี) มันสะท้อน Demand จริง ณ เวลานั้นๆ แต่ก่อนที่คุณจะกระโดดเข้าไปยกป้ายแข่งกับเจ้าสัวน้ำมัน คุณต้องมีพื้นฐานที่แน่นปึ้ก
การศึกษาแนวทางการ ลงทุน Hypercar คือบันไดขั้นแรกที่จะทำให้คุณอ่านเกมออกว่ารถคันไหนคือ ของจริง และคันไหนเป็นแค่ กระแสชั่วคราว ถ้าพื้นฐานแน่น คุณจะรู้ว่าราคาประมูลที่เห็นนั้น Overprice หรือ Undervalue
จำข่าว Mercedes-Benz 300 SLR Uhlenhaut Coupé ได้ไหม? RM Sotheby’s จัดประมูลแบบปิด (Private Auction) ที่พิพิธภัณฑ์ Mercedes-Benz ในปี 2022 จบราคาที่ 135 ล้านยูโร (ประมาณ 142 ล้านดอลลาร์) ทุบสถิติโลกกระจุยกระจาย นี่คือหลักฐานว่าเมื่อของมัน The Best จริงๆ เงินไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับนักสะสม
จุดเปลี่ยนของวิธีการซื้อ
อย่ามองแต่ด้านสวยหรู วงการประมูลมีกับดักเพียบ อย่างแรกคือ Buyer’s Premium หรือค่าธรรมเนียมผู้ซื้อ ที่มักจะบวกเพิ่มไปอีก 10-12% จากราคาเคาะค้อน สมมติคุณประมูลได้ 100 ล้าน คุณต้องจ่ายจริง 112 ล้าน ยังไม่รวมภาษีนำเข้าถ้าคุณจะเอาเข้ามาขับในไทย อีกเรื่องคือ Condition Report ที่บางทีเขียนไว้สวยหรูแต่ของจริงอาจจะมีสนิมซ่อนอยู่ใต้พรม
ผมมองว่าเทรนด์ปี 2026 เป็นต้นไป รถยุค Analog Supercars ช่วงปี 2000-2010 จะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในลานประมูล เช่น Porsche Carrera GT หรือ Ferrari Enzo เพราะคนเริ่มเบื่อรถไฟฟ้าและระบบคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนเกินไป พวกเขาโหยหาความดิบ ความเสี่ยง และเสียงเครื่องยนต์ที่แท้จริง จับตาดูรถกลุ่มนี้ให้ดี ราคาประมูลกำลังไต่ระดับขึ้นเงียบๆ
ราคาประมูล Hypercar คือบทสรุปของ Demand และ Supply ในรูปแบบที่ดิบเถื่อนที่สุด มันคือเวทีที่พิสูจน์ว่าคุณทำการบ้านมาดีแค่ไหน ถ้าคุณแม่นข้อมูล รู้ประวัติรถ และคุมสติอยู่ คุณมีโอกาสทำกำไรมหาศาลหรืออย่างน้อยก็ได้ครอบครองงานศิลปะที่โลกต้องอิจฉา แต่ถ้าใจร้อน ยกป้ายเพลิน คุณอาจจะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของคนทั้งฮอลล์
เริ่มจาก Modern Classics ที่ผลิตจำนวนจำกัดแต่ไม่น้อยจนเกินไป เช่น Ferrari รุ่นพิเศษ หรือ Porsche GT Series รุ่นเก่าหน่อย พวกนี้สภาพคล่องสูง ราคาประมูลมีมาตรฐาน ไม่แกว่งจนน่ากลัว
ราคาประมูลจะยังคงเป็นพาดหัวข่าวใหญ่ต่อไป ตราบใดที่มนุษย์ยังให้ค่ากับคำว่า หายาก และ ครอบครอง สุดท้ายผมฝากไว้ข้อคิดเดียว จงซื้อรถที่คุณชอบจริงๆ เพราะถ้าวันหนึ่งราคามันตก อย่างน้อยคุณก็ยังมีความสุขที่ได้ขับมัน อย่าให้ตัวเลขมากำหนดความสุขของคุณจนเกินไปครับ

