



ตามหา รหัสสตรอว์เบอร์รี พระราชทาน ที่ดีที่สุด การที่เราจะเข้าใจสตรอว์เบอร์รีไทย เราต้องย้อนกลับไปมองที่ต้นทาง สตรอว์เบอร์รีไม่ใช่พืชท้องถิ่นของบ้านเรา แต่มันคือภารกิจระดับชาติ ในการหาพันธุ์พืชทดแทนฝิ่นบนดอยสูง ความพิเศษของสตรอว์เบอร์รีพระราชทาน คือการคัดเลือกสายพันธุ์ที่ไม่ได้มองแค่ความสวย แต่ต้องทนทานและมีรสชาติที่ถูกปากคนไทยที่สุด
รหัสตัวเลข 16 ถึง 89 ที่เราเห็นบ่อยครั้งไม่ใช่เลขนำโชค แต่คือปีพุทธศักราชที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานสายพันธุ์ให้เกษตรกรนำไปปลูก ตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จ ของการวิจัยและพัฒนาอย่างยาวนาน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย
เมื่อลมหนาวมาเยือนและสตรอว์เบอร์รีสีแดงสดเริ่มวางขาย สิ่งที่เราเห็นจึงไม่ใช่แค่ผลไม้เมืองหนาว แต่คือหยาดเหงื่อและผลผลิตจากโครงการหลวงที่กลั่นกรองมานับสิบปี จนได้สายพันธุ์ที่แข็งแรง สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและสร้างอาชีพที่มั่นคงให้แก่พี่น้องเกษตรกรบนพื้นที่สูงทั่วประเทศ
รสชาติของสตรอว์เบอร์รีไทยมีเอกลักษณ์โดดเด่น แตกต่างจากสายพันธุ์นำเข้าที่มีเพียงความสวยงาม ด้วยความหอมนวลที่เป็นเอกลักษณ์และรสชาติหวานซ่อนเปรี้ยวที่ลงตัว ทำให้หลายคนประทับใจ รหัสตัวเลขแต่ละตัวจึงเปรียบเสมือนบันทึกประวัติศาสตร์แห่งความมุ่งมั่นเพื่อปากท้องของชาวไทย
ที่มา: 10 พันธุ์สตรอว์เบอร์รีพระราชทาน (02 มิถุนายน 2023) [1]
จุดเริ่มต้นจริงๆ มาจากการที่หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ทรงนำพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามาทดลอง แต่รหัสที่สร้างจุดเปลี่ยนจริงๆ คือ พันธุ์พระราชทาน 16 (ปี พ.ศ. 2516) ที่เน้นส่งโรงงานแปรรูป ก่อนจะขยับมาเป็นพันธุ์ที่กินสดได้อย่าง พันธุ์พระราชทาน 50 ที่หลายคนคุ้นหู จนมาถึงยุคทองอย่างพันธุ์ 80 ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของวงการสตรอว์เบอร์รีไทยเลยก็ว่าได้
จากข้อมูลของ มูลนิธิโครงการหลวง (The Royal Project Foundation) สตรอว์เบอร์รีถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับชาวเขาแทนการปลูกพืชชนิดเดิม ตัวเลขสถิติที่น่าสนใจคือ ในช่วงปี พ.ศ. 2563-2565 พื้นที่ปลูกสตรอว์เบอร์รีในโครงการหลวงครอบคลุมมากกว่า 10 สถานีเกษตรหลวง เพื่อรองรับความต้องการตลาดที่เพิ่มขึ้นกว่า 15% ต่อปี
จากรายงานการวิจัยของกรมวิชาการเกษตร พบว่าพันธุ์พระราชทาน 80 มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ
สูงกว่าพันธุ์นำเข้าบางชนิดถึง 20% เนื่องจากสภาพดินบนดอยสูงของไทยที่มีแร่ธาตุเฉพาะตัวนอกจากนี้ ข้อมูลจากตลาดไทระบุว่า ในช่วงเทศกาล ราคาของสตรอว์เบอร์รีเกรดพรีเมียมรหัส 80 สามารถพุ่งสูงไปถึงกิโลกรัมละ 400-600 บาท ซึ่งสะท้อนถึง Value ของแบรนด์พระราชทานได้เป็นอย่างดี

ในวงการ ผลไม้ไทย หน้าหนาว ถ้าหากถามว่า รหัสสตรอว์เบอร์รี พระราชทาน ตัวไหนดีที่สุด คำตอบส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นเลข 80 เพราะสตรอว์เบอร์รี พันธุ์พระราชทาน 80 คือตัวตึง ที่ครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน แต่พักหลังชื่อของรหัส 88 เริ่มถูกพูดถึงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นผู้ที่น่าจับตามอง
ถ้าคุณชอบความละเมียดละไม รสชาติหวานนำเปรี้ยวตาม และกลิ่นหอมที่คุ้นเคย 80 คือคำตอบ แต่ถ้าคุณชอบความหวานฉ่ำและทรงสวยกว่า ลูกใหญ่สะใจ และความสดใหม่ ที่ส่งตรงถึงบ้านโดยไม่ช้ำ 88 คือตัวเลือกที่ต้องลอง (4 มกราคม 2017) [2]
สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 มีพื้นฐานมาจากพันธุ์คามาโรซา (Camarosa) จากอิตาลี จุดเด่นที่ทำให้หลงรักคือ เนื้อแน่นและกลิ่นหอมแรง เมื่อสุกเต็มที่ผลจะเป็นสีแดงเข้มจัด แต่ความลับที่หลายคนไม่รู้คือ มันเป็นพันธุ์ที่ต้องการอากาศหนาวจัดๆ เพื่อให้ได้น้ำตาลในผลที่เสถียร
ที่มา: การปลูกสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 (กันยายน 2013) [3]
แม้พันธุ์ 80 จะอร่อย แต่ข้อเสียคือผิวบางช้ำง่าย ขนส่งลำบาก ทำให้มีการพัฒนา พันธุ์พระราชทาน 88 ออกมา ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ 80 และพันธุ์จากญี่ปุ่น ผลที่ได้คือลูกใหญ่ขึ้น ทรงกรวยสวย ผิวแข็งแรงขึ้นเล็กน้อยทำให้เก็บได้นานขึ้น
สุดท้ายแล้ว รหัสสตรอว์เบอร์รี พระราชทาน ไม่ได้เป็นแค่ชื่อเรียก เพื่อจำแนกสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีทางพฤกษศาสตร์ แต่มันคือสัญลักษณ์ของความพยายาม และการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง ส่วนตัวเราเชื่อว่าในอนาคต เราอาจจะได้เห็น รหัส 90 หรือรหัสใหม่ๆ ที่ทนความร้อนได้ดีขึ้น เพื่อตอบโจทย์ภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นอุปสรรคต่อการปลูกพืชเมืองหนาว
เราเคยถามตัวเองไหมว่า ทำไมเราถึงยอมจ่ายเงินแพงกว่าเพื่อซื้อสตรอว์เบอร์รีโครงการหลวง? มันคือความเชื่อใจ (Trust) เราเชื่อในมาตรฐานการปลูกที่ปลอดภัย เราเชื่อในต้นทางที่ช่วยให้เกษตรกรบนดอยมีชีวิตที่ดีขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใด เราซื้อเรื่องราวที่อยู่ในทุกๆ คำที่เรากัดลงไป
ไม่ว่าคุณจะชอบความเข้มข้นของรหัส 80 หรือความหวานละมุนของรหัส 88 สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ สตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินของคนไทยไปแล้ว ครั้งต่อไปที่คุณเลือกซื้อ ลองสังเกตป้ายรหัสให้ดี แล้วคุณจะรู้ว่าสตรอว์เบอร์รีแต่ละลูก มีเรื่องเล่าที่แตกต่างกันรอให้คุณไปสัมผัสอยู่

